The girl in the garden.

                อย่าทิ้งฉันไว้ลำพัง
               อย่าขังฉันไว้คนเดียว
            อย่าปล่อยให้ฉันต้องทุกข์
                ทนจมอยู่กับตัวเอง
                เพราะฉันก็มีน้ำตา
               อ่อนแอไม่แพ้กว่าใคร
              แต่กลับต้องเก็บเอาไว้
                  ในใจตลอดมา





              ช่วงเวลา (A Moment)
                   Zweed n' roll
 —————•———————————
1.35                                         5.17
♡            ⏮️  ⏸️  ⏭️              ●









16:36 น.






     แสงแดดยามเย็นตกกระทบลงบนพื้นหญ้าสีเขียวเข้มในสวนนั่งเล่นหน้าบ้าน ลมแรงพัดพาเอาความหนาวเย็นจากทางเหนือผ่านมาจนถึงสวนแห่งนี้ 
     ต้นไม้ต่างพากันขยับกิ่งก้านทักทายสายลมผู้มาเยือน รวมถึงต้นหญ้าทุกต้นในสนาม ก็พากันโบกสะบัดใบเรียวสีเขียวไปมาราวกับว่ากำลังแข่งกันเปล่งประกายท่ามกลางแสงแดดสีทองยามเย็น
     ที่แปลงดอกไม้กลางสวน ดอกไม้นานาพันธุ์ถูกจัดเรียงอย่างสวยงามแน่นขนัดเต็มพื้นที่ แต่ละต้นต่างพากันชูก้านดอกรับแสงแดด ผีเสื้อสีขาวลายจุดบินไปทักทายดอกไม้เหล่านั้น ไม่ว่าจะไฮเดรนเยียสีฟ้า กุหลาบสีแดง หรือทิวลิปสีเหลือง
     ทั้งไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นภายในสวน ช่วยให้สถานที่แห่งนี้รื่นรมย์ยิ่งขึ้นไปอีก  ราชพฤกษ์ใบเขียวชะอุ่มกับดอกสีเหลืองสดใสกระจุกกันเป็นพวงห้อยระย้า  มะลิซ้อนพุ่มเตี้ยกับดอกสีขาวนวลส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งสวน  แม้กระทั่งเฟื่องฟ้าหลากสีสันที่มักจะไม่ได้รับความสนใจกลับสวยงามกลมกลืนอย่างน่าอัศจรรย์ในสวนแห่งนี้





     เด็กสาวผิวขาวจนเกือบซีดคนหนึ่งก้าวเข้ามาในสวนหน้าบ้าน ผมของเธอยาวประบ่าพร้อมทั้งมีสีดำสนิท ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก แก้มอ้วนและปากสีชมพูระเรื่อเสริมให้เธอน่ารักน่าเอ็นดู  และเมื่อรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว  ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกโอบอุ้มไว้ด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใสของเธอ
     เด็กสาวถือจานสีขาวไว้ด้วยมือเล็กทั้งสองข้าง ในจานมีสตรอเบอร์รีชอร์ตเค้กอยู่สองชิ้น สตรอเบอร์รี่สองลูกที่ประดับด้านบนก็ดูสดใหม่ ผลสีแดงสดนั่น ช่างดูเหมาะสมกับความสดใสของเด็กสาวเหลือเกิน


"มานี่สิปุกปุย มากินเค้กกัน"  

     สิ้นเสียงเรียก เจ้าก้อนกลมน่ารักเหมือนก้อนเมฆในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งก็ตอบรับด้วยการเห่าเสียงใส พร้อมกับวิ่งหน้าตั้งวนไปมารอบตัวเด็กสาว

"ฮ่าๆ เดี๋ยวฉันก็ล้มหรอก" 

     เด็กสาวหัวเราะร่า แล้วจึงออกปากห้ามปรามเจ้าหมาตัวน้อย ก่อนจะตัดแบ่งเค้กชิ้นหนึ่งออกเป็นสองส่วน หยิบเอาส่วนหนึ่งให้เจ้าหมาน้อยปุกปุย 


"กินให้อร่อยเลยนะเจ้าหมาอ้วน วันนี้น่ะเป็นวันเกิดฉัน นายต้องมีความสุขนะ"

     เด็กสาวว่าพลางวางจานขนมลงบนโต๊ะ และนั่งลงตรงม้านั่งใต้ต้นเฟื่องฟ้าที่กำลังออกดอกสะพรั่งดูสวยงาม รอยยิ้มร่าเริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มของเธออีกครั้ง 
.
.


— มีความสุขมาก  มากจนร้องไห้ออกมาเลยเหรอ?


เธอก็รู้นี่ว่าส่วนใหญ่น่ะ น้ำตาเป็นตัวแทนของความโศกเศร้า
    ของเหลวสีใสเอ่อท่วมท้นออกมาจากดวงตาคู่สวย ราวกับว่าไม่สามารถกักเก็บมันได้อีกต่อไปแล้ว น้ำตามากมายไหลอาบแก้มอ้วนของเด็กสาว เสียงสะอื้นลอดผ่านไรฟันออกมาเป็นระยะท่ามกลางสวนอันเงียบเชียบ

     เจ้าหมาน้อยส่งเสียงร้องหงิงๆ มันคงจะตกใจเมื่อเห็นเด็กสาวผู้สดใสอยู่ตลอดเวลาร้องไห้ออกมาเช่นนั้น เจ้าหมาน้อยใช้หัวเล็กๆของมันถูเข้ากับขาของเด็กสาวเพื่อปลอบประโลมเธอ และหวังว่าการปลอบประโลมนี้จะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น

     เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว เด็กสาวจึงรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าลวกๆและกลืนเสียงสะอื้นให้หายเข้าไปในลำคอ


"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกนะ อย่าเวอร์ไปหน่อยเลย"

     เด็กสาวบอกเจ้าหมาน้อยด้วยเสียงที่สั่นเครือ เธอฝืนยิ้มให้กับเจ้าหมาน้อยทั้งๆที่ริมฝีปากบางยังสั่นระริกจากการร้องไห้ 
.
.
.

— น่าเสียดายที่ครั้งนี้ รอยยิ้มของเธอไม่สามารถโอบอุ้มโลกของใครได้อีกต่อไปแล้ว


เข้มแข็งแต่กลับอ่อนไหวและเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อ



  
     วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบอายุ 17 ปีของเด็กสาว ตั้งแต่เธอจำความได้ ทุกปีเด็กสาวจะได้เป่าเค้กที่คุณพ่อกับของแม่ของเธอซื้อมาให้ ได้รับของขวัญและคำอวยพรมากมาย เมื่อเธอโตขึ้นของขวัญและคำอวยพรต่างทยอยลดน้อยลงในทุกๆปี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือเค้กที่เธอได้จากคุณพ่อกับคุณแม่ แต่สำหรับปีนี้ มันต่างออกไป..





     ปีนี้ไม่มีของขวัญสำหรับเธอเช่นเดิม




                         .




    ปีนี้ไม่มีคำอวยพรจากใครเลยเช่นเดิม





                          .



                   
                    ไม่มีเป่าเค้ก
            ไม่มีอะไรเลยสักอย่างเดียว
       แม้แต่คุณพ่อกับคุณแม่ เธอก็ไม่มี









     ต้นปีที่ผ่านมา คุณพ่อกับคุณแม่ของเด็กสาวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 

“รถเก๋งสีขาวเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ซ้ำร้ายชนเข้ากับเสาไฟฟ้า เสียชีวิตทั้งสามี-ภรรยา ลูกสาวรอดชีวิตหวุดหวิด”

     ใช่แล้ว เธอคือเด็กสาวผู้โชคร้ายในข่าว
เธอเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น ญาติๆของเธอ ต่างพากันปลอบประโลมเธอให้คลายความโศกเศร้า แต่เธอกลับไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาสักหยดออกมาให้ใครได้เห็น


สำหรับเธอความอ่อนแอมันไม่น่าพิสมัย


      ‘ อ่อนแอ ’  คำคุณศัพท์ที่เธอไม่ชอบมันมากที่สุด 



     เธอไม่ชอบคนอ่อนแอ เวลาเห็นอะไรที่แสดงถึงความปวกเปียก นุ่มนิ่ม และไม่ได้เรื่อง เธอมักจะหงุดหงิดเสมอ รวมทั้งแสดงกริยาอาการที่ดูไม่น่ารักออกมาให้เห็นตลอด
  - ทำไมถึงอ่อนแอได้ขนาดนั้น? คำถามมักจะผุดขึ้นในหัวเธอทุกครั้งเมื่อพบเจอคนที่เธอคิดว่า ‘อ่อนแอ’


     ตอนนี้คำถามนั้น เธอคงต้องเอามันกลับมาถามตัวเองเสียแล้ว 
เธอพยายามเก็บความเสียใจทั้งหมดไว้ภายในนั้น เป็นที่ที่ไม่มีใครเห็นหรือรู้สึกได้นอกจากตัวเธอเท่านั้น

     เพราะเธอกลัว... กลัวเหลือเกินว่าใครๆเห็นเธออ่อนแอแล้วจะพาลหงุดหงิดแบบที่เธอเป็นมาตลอด เธอจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องราวเจ็บปวดเหล่านั้นไว้ ได้แค่ร้องไห้เงียบๆในใจเพียงเท่านั้น

      การสูญเสียในครั้งนี้ เธอปลอบตัวเองว่ามันคือการทำให้เธอแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นอย่างดี เหมือนที่มีคนบอกว่า  ‘การจากลาเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต’  


ถ้าการจากลาเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต ฉันก็คงอย่างเป็นเด็กไปตลอดกาล

     นั่นคือความรู้สึกที่แท้จริงของเธอที่อยากจะบอกให้ทุกคนได้รู้


     ท่ามกลางความเงียบเชียบของสวน เสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของเธอปวดร้าวราวกับถูกกรีดแทงตามเรือนร่างขาวเนียนด้วยของมีคม ขณะเดียวกันก็เย็นเยียบราวกับถูกปล่อยทิ้งให้เดียวดายท่ามกลางความหนาวเย็นของอากาศปลายเดือนมีนาคม
     เวลาที่ผ่านไปช่างเชื่องช้าในความรู้สึกของเด็กสาว จนกระทั่งเมื่อแสงสว่างบนท้องฟ้่าเริ่มเลือนหาย สีหม่นๆถูกละเลงลงจนเต็มผืนฟ้ากว้าง  พร้อมพระอาทิตย์อัสดงสีเหลืองอ่อนที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า มันดูศร้าทำให้เธอสามารถดึงสติที่จมสู้ห้วงความคิดแสนซับซ้อนกลับมาได้ ถึงแม้จะไม่เต็มร้อยก็ตาม










     หนูน้อยเธอได้ยินเสียงฉันไหม ฉันกำลังเล่าเรื่องราวของเธอ เรียงร้อยเป็นถ้อยคำผ่านตัวอักษรเหล่านี้ ส่งผ่านความรู้สึกของเธอไปหาใครอีกหลายๆคนเลยทีเดียวเชียว 



     สิ่งแรกที่ฉันอยากจะบอกเธอนะเด็กน้อย รักตัวเองกว่านี้ได้ไหม  เธอไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้เอง "ได้โปรดยิ้มเมื่อมีความสุข และร้องไห้เมื่อเธอเศร้า จงให้มันเป็นไปอย่างนั้น อย่างที่มันควรจะเป็น "



คนร้องไห้ ไม่ใช่คนอ่อนแอหรอกนะเด็กน้อย



พวกเขาเข้มแข็งมากต่างหาก ที่ยอมรับว่าตัวเองนั้นรู้สึกแบบไหน




หวังว่าสักวันเธอคงร้องไห้ด้สยความรู้สึกที่ดีกว่านี้นะ :-)













 ——หวังว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และอิสระ รักตัวเองให้มากกว่าที่รักคนอื่น 🌷





                                          chorsep














     




 
 




   


























SHARE
Writer
chorsep
Pluviophile,Petrichor
กลิ่นไอที่เกิดขึ้นเมื่อฝนตกลงมาบนดินแห้งในเดือนกันยายน

Comments