3 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ขยันในทันที
ตอนนี้คุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่หรือเปล่า สิ่งที่ไม่ได้ทำกองไว้เยอะเหลือเกิน ส่วนสิ่งที่ทำไปแล้วมีน้อยมาก ยิ่งขี้เกียจ ก็ยิ่งกองไว้นาน จนเริ่มรู้สึกผิด แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร มันไม่มีอารมณ์ที่จะทำ ขาดแรงจูงใจ อยากจะเลื่อนออกไป หรือไม่ก็ล้มเลิกมันไปเลย

แต่มันทำไม่ได้ใช่ไหม หน้าที่ก็ยังเป็นหน้าที่ สิ่งที่ต้องทำก็มีหลายสิ่ง สิ่งที่อยากทำก็มีหลายอย่าง งั้นเราลองมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนขยัน ลงมือทำในทันทีกันตอนนี้เลย จะได้มีเวลาทำสิ่งที่อยากจะทำได้อย่างสบายใจสักที เรามี 3 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนจากคนขี้เกียจให้กลายมาเป็นคนขยันลงมือทำในทันที


1. ปรับวิธีคิด
คนขี้เกียจจะกลายเป็นคนขยัน ลงมือทำในทันทีนั้น เขาจะต้องเข้าใจความรู้สึก เหตุผลลึกๆ ที่ขี้เกียจนั้นให้ได้ก่อน จึงจะหาทางออก และลงมือทำได้ทันที และเรามีวิธีคิดบางอย่างที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนใจมาทำทันที ดังนี้

- ถ้าคุณไม่ทำตอนนี้เลย คุณจะไม่มีโอกาสนั้นอีกเลย เคยรู้สึกไหมว่า ไอเดียดีๆ มาแค่แวบเดียว แล้วถ้าเราไม่ลงมือทำทันที เราก็ไม่ได้ทำมันอีกเลย เราเสียโอกาสมากมายที่จะทำสิ่งดีๆ เพราะการไม่ลงมือทำทันทีนี่ล่ะ เพราะเรามีเรื่องมากมายให้ต้องคิด ต้องทำ ถ้าไม่บันทึกความคิดนั้นไว้ เราก็จะลืมมันไปง่ายๆ และพอเวลาผ่านไป เราก็ไม่รู้สึกอยากทำซะแล้ว บางคนอาจจะคิดว่า ฤกษ์ดีควรจะรอได้ แต่จริงๆ แล้ว ฤกษ์ดีๆ ที่จะทำสิ่งดีๆ คือ ตอนที่มีไอเดียดีๆ นั้นล่ะ ไอเดียมันมาเหมือนสายน้ำ ถ้าไม่ตักตวงไว้ มันก็จะไหลไปหาคนอื่นแทน

- ถ้าคุณเลื่อนสิ่งที่ต้องทำ คุณจะมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำน้อยลง เรามักจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่สำคัญจริงๆ เช่น เล่นโซเชียลมีเดีย เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต แล้วสิ่งที่ไม่สำคัญพวกนี้ ก็ไม่ใช่ทั้งสิ่งที่เป็นหน้าที่ (ที่ต้องทำ) และไม่ใช่สิ่งที่รัก (ที่อยากทำ) ด้วยสิ เราจึงมีเวลาเหลือน้อยที่จะทำสิ่งที่สำคัญ และมักจะทำตอนใกล้หมดเวลา เช่น เร่งทำงานใกล้วันส่ง อ่านหนังสือใกล้วันสอบ แล้วคุณภาพของงาน กับเกรดดีๆ จะมาหาเราได้อย่างไร

สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้ ใช้เวลาแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้ใช้เวลานานทั้งวัน หรือทั้งชีวิตสักหน่อย ยิ่งเรารีบลงมือทำเร็วเมื่อไหร่ ความสบายใจก็ตามมาเร็วเท่านั้น แต่พอเราไม่ได้ทำ เราจะยิ่งรู้สึกผิดนานขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอย่างไรล่ะ เราจึงปล่อยวางมันไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำรวดเดียวให้งานเสร็จซะหน่อย เราแค่ต้องทะยอยๆ ทำมันไปเรื่อยๆ จนเสร็จทันตามเวลาเท่านั้นเอง

- คุณจะยอมแพ้ความขี้เกียจหรือไม่ ถ้ามันทำให้ระดับความสามารถและคุณค่าของคุณลดลง เราจะยอมให้ตัวเองมีมาตรฐานลดลงจากเดิมหรือเปล่า เช่น จากคนที่ทำได้มาก กลายเป็นคนที่ทำได้นิดเดียว หรือจากคนที่มีความคิดดีๆ กลายเป็นคนที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย เราประเมินความสามารถของเราต่ำไปหรือเปล่า จริงๆ เราทุกคนสามารถทำได้มากกว่าที่เราคิดซะอีกนะ แต่เพราะความคิดที่มากเกินไปนี่ล่ะ ที่ทำให้เราลงมือทำน้อยลง 


2. เปลี่ยนวิธีทำ
ไม่ว่าสาเหตุของความขี้เกียจจะเป็นอะไร ขาดแรงจูงใจ คิดว่ายากเกินความสามารถ หรือเพราะไม่อยากลงมือทำ เราก็ลองแก้ไขจากสาเหตุนั้นเลย แก้ปัญหาตรงจุด เราก็จะไปต่อได้ง่ายขึ้น

- หาแรงจูงใจ ให้รางวัลตัวเอง ไม่อยากเริ่มต้นทำ ก็ให้รางวัลตัวเองก่อนเลย อยากกินอะไร กิน อยากนั่งเฉยๆ ชิวๆ ก็ทำเลย แต่ให้เวลานิดเดียวพอนะ ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะให้ได้นานกว่านี้ หรืออาจจะหาแรงจูงใจอื่นๆ ที่ทำให้เรานั่งทำงานได้นานขึ้น เช่น ถ้าเป็นคนรักต้นไม้ หาแคคตัสมาวางไว้สักต้นที่โต๊ะทำงาน เวลาขี้เกียจทำงาน ก็หันไปดูสิ แคคตัสได้น้ำนิดเดียว ตากแดดทั้งวันยังได้เลย แล้วทำไมเราจะทำงานให้นานขึ้นอีกหน่อยไม่ได้เหรอ หรือติดภาพของขวัญที่เราอยากได้เป็นรางวัล ถ้าเราทำงานชิ้นใหญ่นี้สำเร็จ ก็เป็นแรงจูงใจได้อย่างดีเลยนะ

- ซอยงานย่อยๆ และแบ่งเวลาทำวันละนิด งานมันใหญ่ เป้าหมายมันยาก ใช้เวลาทำนาน การบ้านก็เยอะ ลองแบ่งงานเป็นขั้นตอนเล็กๆ ทำวันละนิดตั้งแต่แรกเลย จะได้มีเวลาทำได้นาน แต่ทำวันละนิดเท่านั้นเอง เช่น อ่านหนังสือสอบวันละครึ่งชั่วโมง ทำงานสำคัญวันละ 1 ชั่วโมง ทำสิ่งที่อยากทำสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลาแค่นิดเดียวต่อวัน แถมยังมีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นอีกหลายชั่วโมงเลยนะ

ริ่มแค่ 5 นาที พลังจะมาหลัง 5 นาที เราอาจจะคิดว่า รอให้มีพลัง ให้อารมณ์ดีก่อน ไอเดียถึงจะมา แต่จริงๆ แล้ว ไอเดียดีๆ ความขยัน มันจะตามมาเมื่อเราลงมือทำไปสักพักต่างหากล่ะ เหมือนรถที่ต้องสตาร์ทเครื่องก่อน แล้วจึงจะขับรถออกไปได้ แต่ถ้าไม่อยากทำเลยจริงๆ ไม่พร้อมเลยจริงๆ บอกตัวเอง ทำแค่ 5 นาทีเอง แค่นี้ทำไม่ได้เหรอ ท้าทายตัวเองดู แล้วจะรู้เลยว่า พอลงมือทำ มันก็ทำได้ต่อเนื่องเอง ความขี้เกียจแค่หลอกให้เราไม่ยอมลงมือทำเท่านั้นเอง

- พักโฆษณา ก่อนความขี้เกียจจะกลับมา ตั้งเวลาให้ตัวเองทำแค่ 30 นาที แล้วก็หยุดพัก แม้ว่าจะขยันแล้วหยุดไม่ได้ก็ตาม เพราะว่าถ้าเราไม่พัก ความคิดจะเริ่มตีบตัน ร่างกายเริ่มจะล้า รีบพักซะก่อน ไม่งั้นอาจจะหยุดพักยาว หรือเลิกล้มไปกลางคันเลยก็ได้นะ ทำเหมือนละครที่มีโฆษณาให้เราไปพักสายตาทำอย่างอื่น งานก็เช่นกัน พักบ้าง จะได้ทำได้ยาวๆ เอาไว้กำลังภายในของความขยันแก่กล้าเมื่อไหร่ จะทำนานเป็นชั่วโมงก็ไม่มีใครว่าจ้ะ แต่เริ่มต้น ควรต้องพัก เพื่อให้ความขยันอยู่กับเรานานๆ เท่านั้นเอง


3. เปลี่ยนเป็นคนขยันในระยะยาว
คนขี้เกียจ คนเฉื่อยชา ก็สามารถกลายเป็นคนขยัน ที่ลงมือทำในทันที และการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะถึงเวลาลงมือทำ ก็ช่วยให้ขยันได้ง่ายขึ้น ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูนะ

- ทำ To do list สำหรับวันพรุ่งนี้ เขียนลงกระดาษหรือบันทึกไว้ในสมาร์ทโฟนว่ามีอะไรต้องทำบ้าง ทำให้สมองรับรู้และตื่นตัว เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ช่วยให้เรารู้ตัวว่า เราจะมาลีลา เฉื่อยชาไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้น ทุกอย่างที่วางแผนไว้ จะกลายเป็นลิสต์รายการค้าง ทำให้เรารู้สึกผิดไปอีก เราคงไม่ยอมให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีใช่มั้ยล่ะ

- หาวิธีการที่ง่ายเข้าไว้ ลึกๆ แล้วคนขี้เกียจ รักสบาย อยากทำง่ายๆ และสบายใจด้วย ก็ลองหาวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้เราลงมือทำได้ทันที งานที่เราทำ เราไม่ได้กำหนดขึ้นเอง แต่เราสามารถคิดหาวิธีการในแบบของตัวเองได้ ถ้าเราคิดวิธีการเจ๋งๆ ออกมาได้ เราก็จะขยันลงมือทำได้ง่ายขึ้นเองล่ะ

- ทำแต้ม เมื่อผ่านไป 1 วัน ตรวจสอบดูว่า ลิสต์รายการที่เขียนหรือบันทึกไว้ เราทำได้กี่อย่าง ขีดทับหรือทำเครื่องหมายถูกว่าทำได้สำเร็จ ทำให้เรารู้สึกโล่งใจได้มากเลยทีเดียว

- ให้รางวัล อย่าลืมให้รางวัลตัวเองทุกครั้ง เป็นอะไรก็ได้ที่เรียบง่าย เราจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ที่เราสามารถทำอะไรตามที่คิดไว้ได้จริงๆ เมื่อความคิดเราเริ่มควบคุมได้ เราก็จะสามารถทำอะไรได้มากขึ้น จนลืมไปเลยว่าเคยขี้เกียจ

ลองใช้ปฏิทินรายเดือนในไดอารี่ (Diary) เขียนรายการสิ่งที่ต้องทำ (To do list) ถ้าเราเขียนสิ่งที่เราจะทำโอกาสที่เราจะลงมือทำมีมากกว่าไม่เขียน และยิ่งถ้าเราได้ทำเครื่องหมายว่าเราทำได้จริง เราจะยิ่งรู้สึกดีและภูมิใจในตัวเองว่าเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ และเมื่อเราเริ่มเอาชนะใจตัวเองได้ในเรื่องเล็กๆ เราจะสามารถทำเรื่องใหญ่ที่สำคัญๆ ในชีวิตได้
 
ความขี้เกียจไม่ได้น่ารังเกียจแต่อย่างใด แค่เป็นสัญญาณที่บอกว่า เราควรปรับวิธีคิดและวิธีการบางอย่าง เพื่อให้เราสามารถลงมือทำได้ง่ายและทำได้จริง ถ้าเราจะใช้ความขี้เกียจ เราค่อยเอาไปใช้ตอนที่เราคิดว่า เราไม่อยากทำอะไรเป็นเวลานาน ทำทีละนิดง่ายกว่า ก็เป็นวิธีการคิดที่ใช้ได้เลยทีเดียว อย่าเพิ่งขี้เกียจที่จะปรับปรุงตัวเองเลยนะ เพราะความสุขหลังจากที่เราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองมันจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า น่าภูมิใจ และน่าใช้ชีวิตให้ดีขึ้นทุกๆ วัน จนไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกเลยล่ะ

พิเศษ สำหรับคนที่ยังไม่มีไดอารี่ หรือยังไม่เคยเขียนไดอารี่แนวขอบคุณ
ตอนนี้เพจ takumacheerup ในกลุ่ม "Cheer up" ไดอารี่ขอบคุณ
กำลังแจกไดอารี่ฟรี สำหรับ 5 คนแรก เพื่อลองเขียนแนวขอบคุณ เป็นเวลา 1 เดือน
ใครสนใจอ่านกติกาได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ ตอนนี้เหลือ 2 เล่มแล้วน๊า
สนใจแจ้งภายใน 7 ต.ค.นี้ จะได้เขียนพร้อมๆ กันจ้า
https://www.facebook.com/groups/429495131184967/  

Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
=========
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments