สดใสเพียงพอ
วันนี้ก็นับว่าเป็นวันดีๆ วันหนึ่งเลยนะ

เหมือนทุกครั้งที่มีพายุฝนในใจ เช้าวันใหม่มักจะสดใสกว่าเสมอ

ชีวิตของฉันในฐานะนักแปล นักศึกษา และนักจิตวิทยาการปรึกษาฝึกหัดยังคงดำเนินต่อไป

เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการตื่นตรงเวลาอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยครั้ง เพราะเพิ่งไปก่อเรื่อง ทำผิดพลาดบางอย่างต่ออาจารย์นิเทศก์มา เช้านี้นัดกับแกเอาไว้ จึงไม่อยากจะไปสาย

ถึงจะง่วงหงุดหงิดงอแงเพียงไร ก็ปลอบตัวเองว่าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็หายง่วงแล้วนะโอ๋เอ๋

การไม่รักษาเวลาเป็นนิสัยเสียอย่างหนึ่งของฉัน วันนี้ก็ลืมตัว มัวแต่ถ่ายรูปทางเดินไปมหาลัยเพื่อส่งให้เพื่อนสนิทดู เพราะนางจะต้องมาทำงานที่ศูนย์ฝึกงานของฉันที่อยู่ในมหาวิทยาลัยอีกแห่ง ก็เลยช้าไปนิดหน่อย สัก 5-6 นาที ยังไม่น่าเกลียดนัก แต่ก็ไม่ควรทำ

การ supervision กับอาจารย์นิเทศก์ผ่านไปด้วยดี 

ฉันโชคดีตรงที่ได้อาจารย์ที่นี่มาช่วยดูแลถึง 2 คน หลายครั้งก็มีรุ่นพี่คนนั้นคนนี้เข้ามานั่งฟังและให้คำแนะนำด้วย ส่วนตัวฉันอาจจะไม่ชอบอยู่กับคนเยอะๆ แต่มองในแง่ดีก็คือมันทำให้ฉันได้รู้จักคนในวิชาชีพเดียวกันมากขึ้น ได้รับความเอ็นดู และการช่วยเหลือเสนอเข้ามาโดยตลอด

การนิเทศที่นี่กับการนิเทศกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่คณะของฉัน มีส่วนที่แตกต่าง แต่ก็เติมเต็มกันได้พอดี 

อาจารย์ที่ปรึกษาในคณะจะดูแลเรื่องการให้บริการ หากมีคำถามในแง่ทฤษฎีก็พูดคุยได้ เพราะอาจารย์แกเป็นคนสอนวิชาทฤษฎีที่ฉันยึดเป็นพื้นฐานของการฝึกงานในภาคเรียนนี้อยู่แล้ว

ส่วนอาจารย์นิเทศก์ที่ศูนย์ฝึกงาน ก็ให้คำปรึกษาในด้านการ counseling เหมือนกัน แต่จะไม่ลงทฤษฎีมาก จะเน้นให้ฉันสำรวจประสบการณ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจตัวเองมากกว่า อย่างปัญหากับครอบครัวที่ส่งผลต่อใจของฉันในการทำงาน ฉันก็รู้สึกโล่งใจที่ได้พูดมันออกมาให้อาจารย์ฟัง รู้สึกดีที่ได้ระบายมันออกไปบ้างเพราะปกติก็ไม่ได้ไปบ่นกับใครที่ไหน เก็บไว้หนักอกหนักใจอยู่คนเดียว

วันนี้ฉันได้รับคำชมเยอะเลยเรื่องความขยันในการถอดเทป ฉันให้บริการ counseling ครั้งละ 1 ชั่วโมง และใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงในการฟังและพิมพ์บทสนทนาทั้งหมดออกมา โดยแปลงชื่อต่างๆ ในนั้นให้เป็นชื่อสมมุติ เพิ่งรู้ว่าคนอื่นเขาไม่ค่อยทำกันเพราะเขาใช้เวลานานกว่าฉันมาก

ถึงตอนนี้ฉันจะไม่ได้แต่งนิยาย แต่ตอนถอดเทป ที่ขยันได้ขนาดนี้ เพราะฉันคิดในใจว่า นั่งทำ 3 ชั่วโมงก็ได้เซสชั่นนึงแล้ว แต่งนิยายตอนละห้าหกชั่วโมงยังทำได้เลย สามชั่วโมงแค่นี้ก็ต้องทำได้สิ 

ความฮึดนี้เป็นประโยชน์ต่อฉันมาก เพราะอาจารย์จะได้เห็นการทำงานของฉันในทุกรายละเอียด ได้รับคำชมมาด้วยว่าอาจารย์ไม่เคยเจอใครตั้งใจถอดเทปขนาดนี้ นอกจากคุยกับเคสยาวมากแล้วยังพิมพ์แทบไม่ผิดอีกต่างหาก ภูมิใจในตัวเองจัง :)

เรื่องดีต่อมาคือฉันได้เจอนิสิตคนหนึ่งที่เคยร่วมกิจกรรมกลุ่ม growth group ที่ฉันจัด เวลาเจอน้องๆ ในคลาสนี้ ทุกคนมักจะทักทายฉันอย่างสดใสร่าเริง ชอบถามว่าฉันจำชื่อตัวเองได้มั้ย ถามสารทุกข์สุกดิบ เรื่องที่ฉันป่วยสัปดาห์ก่อน ตอนนี้เด็กก็รู้กันทั้งห้องแล้ว ได้รับความสนใจจากคนที่เราไม่ได้หวังว่าเขาจะสนใจ มันก็จะเขินๆ หน่อย

ช่วงกลางวันฉันได้พาเพื่อนสนิทไปกินข้าวด้วยกัน ถ้าใครติดตามบันทึกนี้มานาน ก็คงจะจำ ‘เพื่อนตุ๊ด’ ของฉันได้ เขาก็ดูซาบซึ้งที่ฉันบอกทางละเอียดเสียจนมาถึงที่ทำงานของฉันอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และประหยัด เราฝึกงานกันคนละที่ แต่เพื่อนต้องมาทำ growth group ที่นี่เพราะเด็กที่คณะเรามีไม่มากพอ

เวลาได้อยู่กับเพื่อนที่เราสบายใจจะอยู่ด้วย อะไรๆ มันก็สนุกสนาน สดใสร่าเริงไปหมด วันนี้เลยรู้สึกเหมือนได้พาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน มีเรื่องหวาดเสียวนิดหน่อยคือตอนนั่งวินออกจากมหาลัยมา ฟ้าก็ร้องครืนๆ ตั้งแต่ยืนรอคิว นั่งไปถึงกลางทางฝนก็ลงเม็ด หนักขึ้นๆ เปียกนิดหน่อย สภาพไม่แย่นัก นับว่าแต้มบุญยังมี

ขอบคุณที่ฝนไม่เทลงมาทีเดียว เพราะฉันยังกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดไม่ได้ ฉันต้องไปทำเคสที่คณะต่ออีก 2 เคสในช่วงบ่าย และยังต้องไปถ่ายรูปงานรับปริญญากับน้องสาวอีกที่คณะนิติศาสตร์ ซึ่งทีแรกว่าจะไปก่อน แต่ฝนตกแบบนี้เลยคิดว่าจะไปตอนเย็นแทน

แค่ได้รับข้อความจากเพื่อนที่เป็นห่วงกลัวว่าฉันจะเปียกฝนกลางทาง มันก็ทำให้ใจของฉันพองฟูขึ้นแล้วหละ

หลังหาที่นั่งหลบฝนในห้างสรรพสินค้าสักพัก (เพราะลืมเอาร่มมาและตั้งใจจะไม่ซื้อเพิ่มแล้ว ซื้อร่มใหม่บ่อยจนแทบเปิดร้านได้) ฉันก็ไปที่คณะของตัวเอง ได้นั่งเล่นอยู่กับพี่ๆ เพื่อนๆ ในศูนย์ ใจก็ตึกตัก มวนท้องนิดหน่อย เพราะวันนี้จะทำเคสเป็นภาษาอังกฤษครั้งแรก

ขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ขยันขนาดจ้างคนมาเป็น client หนูทดลอง ฝึก counseling เป็นภาษาอังกฤษมา มาตั้งแต่ 3 สัปดาห์ก่อน เป็นเวลาสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ก็เลยทำให้อยู่กับเคสได้แบบไม่ได้หนักใจอะไร 

ตอนจบเซสชั่น ฉันขอโทษน้องที่ตัวเองอาจพูดติดขัดไปบ้าง แต่น้องก็ถามกลับเป็นภาษาอังกฤษว่า เธอคิดว่าตัวเองพูดไม่คล่องเหรอ ฉันว่าเธอพูดคล่องมากเลยนะ ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ใจพองฟูสุดๆ ยังมีเคสภาษาอังกฤษที่ไม่มีใครอาสารับไปทำ ฉันเลยอาสารับเพิ่ม พี่ที่ฝึกงานในศูนย์นี้ก็เลยดีใจใหญ่เลย

เรื่องดีๆ ยังไม่หมดแค่นี้ ถึงแม้เคสที่ 2 ของฉันจะยกเลิกนัดเพราะบอกว่าน้ำท่วม แต่มันก็ทำให้ฉันมีเวลานั่งรถไปหาน้องสาวตัวเองที่กำลังถ่ายรูปรับปริญญาอยู่ ได้เจอเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องหลายคนโดยมิได้นัดหมาย ได้ทักทาย พูดคุยกันสนุกสนาน

ฉันรู้สึกถึงความรักที่อบอวลรายล้อมอยู่รอบตัว ได้เห็นผู้คนยิ้มแย้ม ได้นึกถึงตัวเองเมื่อ 2 ปีก่อน ได้ระลึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิต ได้เห็นผู้คนที่ดีใจเมื่อเราได้พบหน้ากัน

เนื่องจากฉันกับน้องสาวเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่เดียวกัน เพื่อนของน้องเลยรู้จักฉันกันหลายคน ช่วงหลังน้องๆ ชอบทักว่าฉันดูเปลี่ยนไป วันนี้น้องคนนึงบอกว่ามีฉันเป็นไอดอล จะไปจัดฟันบ้างจะได้สวยขึ้นแบบฉัน หรือรุ่นน้องที่เคยเรียนพิเศษกับฉันก็บอกว่าฉันยังดูเด็กเหมือนเดิมแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แม่ของเพื่อนน้องยังตกใจเลยตอนรู้ว่าฉันเป็นลูกสาวคนโต ฉันนึกว่าตัวเองจะดูแก่ลงไปเยอะแล้วเพราะพักผ่อนน้อย แต่พอคนมาบอกว่ายังดูเด็กอยู่ก็รู้สึกสดใสสดชื่นขึ้นมา เขินจัง

เราไปกินข้าวกันก่อนจะกลับบ้าน วันนี้แม่จอดรถที่พารากอน พอขึ้นรถแม่ก็สั่งให้ฉันหลับซะ ถ้าตื่นอยู่เดี๋ยวก็พูดมาก กวนน้องสาวที่นอนหลับอยู่เบาะหลัง น้องฉันเป็นหวัดอยู่

วันนี้กำลังจะผ่านพ้นไป พอย้อนไปอ่านบันทึกเมื่อวาน ฉันก็คิดได้ว่า อันที่จริงเราก็เป็นคนสดใสมากๆ อยู่แล้วนะเนี่ย ถ้าได้อยู่กับคนที่สบายใจ ฉันก็มักสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้คนที่อยู่รอบตัวได้เสมอ 

รอยยิ้มของอาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อนๆ รุ่นน้อง ที่ฉันได้เห็นมาตลอดทั้งวันนี้ เป็นทั้งคำยืนยัน และเป็นแหล่งพลังงานอย่างดี ให้ฉันได้มีกำลังใจในการเป็นตัวของตัวเองต่อไป

ถึงแม้จะมีเรื่องเครียดบ้าง มีปัญกาการเมืองภายในบ้านบ้าง แต่ฉันก็ภูมิใจที่ยังรักษาความสดใสของตัวเองไว้ได้ ฉันยังเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของแม่ได้ ยังคงเป็นเด็กบ๊องๆ คนเดิมที่แม่ชอบบ่นว่า ‘เด็กอะไร เลี้ยงไม่โต’ ฉันรู้ว่าจริงๆ แล้วแม่ก็ชอบนะที่ฉันยังทำตัวเป็นเด็กติ๊งต๊องขี้อ้อนแบบนี้ แม้ว่าปีหน้าอายุจะเข้าเบญจเพสอยู่แล้ว

ถึงแม้เรื่องร้ายๆ บนโลกนี้ยังมีให้เห็นเต็มไปหมดตามสื่อต่างๆ แต่ฉันจะไม่ลืมว่าตัวเองก็ได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วในการทำสิ่งดีๆ ให้โลกใบนี้ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ทำงานด้านการเยียวยาจิตใจให้นิสิตที่มีความวิตกกังวลไปตั้งคนนึงแน่ะ แล้วก็จะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ เลย

อ้อ วันนี้มีงานบริษัทเข้ามาเยอะจนน้องในทีมต้องขอให้ฉันรับไปทำ ก็สบายใจละ เดือนนี้เรามีผลงาน เราจะไม่โดนไล่ออก เย่!

ส่วนเรื่องที่อาจจะกังวลในวันนี้ คือฉันโดนอาจารย์คนนึงแซว เขาพูดเหมือนรุ่นพี่ผู้ชายคนนึงชอบฉัน และพี่คนนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธออกมาอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ฉันก็อาจจะเผลอติดความรู้สึกเก่าๆ มาว่าไม่อยากให้ใครมาชอบฉัน ไม่อยากให้ใครต้องผิดหวัง เพราะหลังจากขึ้นชั้นมัธยมมา ฉันก็แทบจะมีคนมาบอกชอบอยู่ทุกปี สิบนิ้วไม่พอนับ ฟังดูน่าหมั่นไส้จังเลย

แต่ฉันเปลี่ยนมุมมองใหม่แล้วหละ ไม่ได้เซ็งว่าทำไมคนที่มาชอบฉันถึงไม่ได้เป็นคนเดียวกับที่ฉันชอบ แต่คิดว่าเพราะเราเป็นความสดใสให้คนได้มากมายแบบนี้ไง คนเขาเลยอยากมีเราอยู่ในชีวิต ใจใครใจมัน เรื่องแบบนี้คงต้องดูแลกันเอง ฉันไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้

ไม่ว่าสุดท้ายใครจะคิดกับฉันยังไง ฉันก็พร้อมจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องต่อไปนั่นแหละ หากอีกฝ่ายยังต้องการ หรือจะหันหลังเดินออกไป ก็เจอมาจนปลงแล้ว จะพยายามทำใจ

ทุกข์บ้าง สุขบ้าง เศร้าบ้าง สดใสบ้าง

แค่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ 

มันก็ดีเพียงพอแล้วเนอะ :D













SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments

nananatte
4 months ago
คุณออมเก่งจังเลยค่ะ ยื่นดอกไม้ให้ อ่านแล้วรู้สึกสดใสตามไปด้วยเลย :-)
Reply
Shallot
4 months ago
ขอบคุณค่ะคุณณัฐ หายไปนานเลย แอบไปส่องตั้งหลายรอบแน่ะค่ะ คิดถึงนะคะ :)