กาแฟแก้วสุดท้าย

ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาเรื่อย ๆ ไม่ได้ปกปิด...แต่ก็ไม่ได้เปิดเผย

เดตแรกเริ่มขึ้นเมื่อเขาชี้ชวนไปร้านกาแฟ มันเป็นร้านเล็ก ๆ ขนาดหนึ่งคูหาบนถนนสายหนึ่ง การตกแต่งเป็นไปในสไตล์ลอฟท์ คนไม่พลุกพล่านนัก เดาว่ามันคงเป็นคาเฟ่เพื่อคอกาแฟโดยเฉพาะ

ประตูบานกระจกถูกเลื่อนออก ผู้คนภายในร้านดูบางตาและค่อนข้างเงียบเชียบ กลิ่นของกาแฟลอยตลบอบอวลคล้ายทักทาย เรานั่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ เขาเลือกดูเมล็ดกาแฟชนิดต่าง ๆ แล้วยื่นให้บาริสต้า ก่อนจะสั่งลาเต้ร้อนหนึ่งแก้ว ไม่ลืมหันมาถามความต้องการฉัน ฉันกวาดตาดูเมนูในมือครู่หนึ่ง มอคค่าเย็นจึงถูกสั่งตามไปสมทบ เขาเปรยขึ้นว่าเพื่อนของเขาชอบมาที่นี่ ฉันยิ้ม พยักหน้ารับรู้ ไล่สายตาไปรอบ ๆ พลางนึก...ร้านนี้แฝงความเป็นตัวตนของพวกเขาชัดเจนทีเดียว เสียงพูดคุยจากโต๊ะหนึ่งที่นั่งอยู่ก่อนแล้วลอยมากระทบหูบางเบาจนจับใจความไม่ได้ ก่อนจะค่อย ๆ มลายหายไป เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ บรรยากาศเริ่มกลับมาสงบเงียบ มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันไปอย่างที่เคยทำ

บาริสต้าเริ่มบดเมล็ดกาแฟ ระยะเวลานานนับนาที กว่าที่เมล็ดกาแฟจะกลายเป็นผง มันถูกดริป ก่อนจะแปรสภาพเป็นของเหลวสีดำ ปิดท้ายด้วยการวาดฟองนมเป็นลวดลายรูปหัวใจ ดูท่าทางเขาจะชื่นชอบมันมาก จับจ้องทุกกระบวนขั้นของบาริสต้าราวกับจะประทับรายละเอียดพิถีพิถันนั้นไว้ ผิดกับฉันที่ได้แต่มองผ่านเลยไป รู้สึกไม่สันทัดเอาเสียเลย

ถ้วยลาเต้ร้อนถูกเลื่อนมาตรงหน้า เขายกมันขึ้นละเลียดหนึ่งครั้ง ก่อนจะยื่นมาให้ฉันเป็นการเชื้อเชิญให้ลอง แรกเดิมทีฉันส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ พลันเสียงของบาริสต้าหนุ่มหน้าตาหมดจดคนเดิมดังขึ้นนุ่มทุ้ม

"ลองดูครับ รสชาติกินไม่ยาก"

ไม่มีทางเลือก ฉันเอื้อมมือไปรับกาแฟถ้วยนั้น ยกมันขึ้น ก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนขอบถ้วย การกระทำของฉันอยู่ในสายตาเขาและบาริสต้าหนุ่มคนดังกล่าว คล้ายกำลังลุ้นว่าฉันจะมีท่าทีต่อกาแฟถ้วยนี้อย่างไร รสขมผสานเปรี้ยวของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์จอมทองแผ่ซ่านเข้ามาในปาก ฉันวางถ้วยกาแฟกลับคืนลงที่เดิม ไม่พูดอะไร ไม่นาน มอคค่าเย็นที่ฉันสั่งไว้ก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าอีกครั้ง พูดคุยกันสองสามประโยค เขาก็ชวนเปลี่ยนที่นั่ง

เราเลือกนั่งที่มุมหนึ่งของร้านซึ่งดูเป็นส่วนตัวที่สุด หัวข้อสนทนาเป็นการคุยสัพเพเหระเสียส่วนใหญ่ ไม่เฉียดใกล้เรื่องจริงจังเลยสักนิด ลูกค้าโต๊ะอื่นลุกออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงเราที่ยังนั่งอยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมด้วยไม่รู้จะคุยอะไร กาแฟหมดแก้ว เขาจึงชวนกลับ

เรายังคงนัดกันทานข้าวอีกสองสามครั้ง พูดคุยกันวันละไม่กี่ประโยค ฉันตกตะกอนอะไรบางอย่างได้แล้วว่าฉันกับเขาต่างกันเหมือนยืนคนละขั้วคนละมุมเหลือเกินในความรู้สึก แม้แต่ช่วงเวลาที่ควรผ่อนคลาย ฉันยังคงเห็นความวิตกครุ่นคิดถึงเรื่องงานและคนรอบข้างฉายชัดในแววตาเขา
ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มีแค่เรา สำหรับเขาแล้ว...ฉันไม่เห็นว่าฉันจะดูพิเศษไปกว่าใครตรงไหน

เดตทิ้งทวนก่อนจากลา เราพบร้านกาแฟร้านหนึ่งโดยบังเอิญ คราวนี้ไม่ใช่คาเฟ่ในห้องแอร์และบรรยากาศน่าอึดอัดเหมือนเดตแรก แต่เป็นคาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย คล้ายกับความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้ที่ไม่มีสิ่งใดพันธนาการไว้อีกแล้ว เขาชวนฉันถ่ายรูป สำหรับเขา...มันเป็นรูปคู่รูปแรก แต่สำหรับฉัน...มันเป็นรูปคู่รูปสุดท้าย และครั้งนี้ฉันเป็นฝ่ายเลี้ยงกาแฟเขา

"ทำไมใจดีจัง"

เขาเอ่ยถามยิ้ม ๆ ไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบนัก และไม่ทันล่วงรู้เลยว่า...วันพรุ่งนี้ฉันและเขาจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า กาแฟแก้วสุดท้ายนั้น ได้พาเขาออกจากชีวิตฉันไปพร้อมกับมัน
SHARE
Written in this book
Momentary
เขา...ที่เข้ามาทำให้ความสดใสเกิดขึ้นในแววตาฉัน เพียงครู่เดียว แล้วเขาก็จางหาย
Writer
Pryssana
Duaghter&Dreamer
จืดชืด เรียบง่าย สบาย ๆ ไม่หวือหวา

Comments