Sth in past defines your present : คณิตคิดหน้าห้อง
เราไม่เคยรู้เลย ความรู้สึกที่ได้โจทย์คณิตศาสตร์มาแล้วแก้ได้ถูกหมดทุกขั้นตอนรวมถึงคำตอบมันเป็นยังไง เราไม่เคยได้สัมผัสมันเลย...

ไม่มีคาบคณิตคาบไหนเลยที่เราเรียนเข้าใจ

ต่อให้มีการแก้โจทย์ไปให้แล้วแล้วระดับนึง แต่การแก้โจทย์ต่อจากนั้นเราก็ไม่สามารถทำได้

ทุกครั้งที่เห็นโจทย์คณิตไม่ว่าจะยากง่ายแค่ไหน เราทำได้แค่มอง...ด้วยสายตาที่ไร้จุดหมาย และความเคว้งคว้างภายในใจ

เราไม่เก่งคณิต ไม่เลย...



ถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกแบบที่เรารู้สึก...ก็คงอธิบายไม่ยากว่ามันจิตตกแค่ไหนเมื่อครูเหยียบเข้ามาในห้อง พร้อมกองการบ้าน

ซึ่งในบางครั้งก็ไม่มีของเรา เพราะทำไม่ได้ จึงทำไม่เสร็จ และในบางครั้งก็ไม่กล้าพอที่จะขอลอกเพื่อนบ่อยๆ

และมันก็คงอธิบายไม่ยากว่ารู้สึกจิตตกมากแค่ไหน ที่ครูเริ่มไล่รายชื่อไปเรื่อยๆเพื่อให้ออกมาแก้โจทย์บนกระดาน

ทำได้เพียงภาวนาอย่าให้เป็นชื่อตัวเองภายในใจอย่างเงียบๆ...



นั่นคือทั้งหมดที่เรารู้สึก

เราโชคดี ที่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาแทบไม่ถูกเรียกออกไปเลย

หลายครั้งที่เพื่อนร่วมห้องที่ไม่เก่งถูกเรียกออกไป

แน่นอนว่าพวกเขาทำไม่ได้...

เรามองว่าคุณครูทุกท่านรู้อยู่ลึกๆว่าเด็กคนไหนเรียนเป็นยังไง ได้แค่ไหน

จุดประสงค์ของการให้ออกไปแก้โจทย์หน้ากระดานให้เพื่อนๆดูของครู เป็นเพราะอยากฝึกให้นักเรียนที่ไม่เก่ง สามารถทำได้ อยากให้ออกมาแสดงความพยายาม

แต่ก็มีหลายครั้ง ที่คุณครูบางท่านเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์แก้โจทย์ไม่ได้ จึงเกิดความรู้สึกที่ว่าตนตั้งใจสอน แต่ทำไมเด็กๆเหล่านี้ถึงไม่เข้าใจ อาจเป็นความรู้สึกพยายามแต่ไม่ได้อะไรกลับมาของครู

ทำให้หลายครั้งความรู้สึกในใจครู เกิดเป็นอารมณ์

เด็กเหล่านี้ถูกคุณครูดุต่อหน้าเพื่อนๆอีกกว่า 30 40 คน



สิ่งที่เกิดขึ้นในใจคือสิ่งที่เรียกว่า "ปม"

"ปม" ที่มีต้นเหตุมาจากความอับอาย กลัวว่าคำตอบที่ตนพูดออกมานั้นจะผิด กลัวว่าถ้าผิดแล้วจะถูกดุ กลัวเพื่อนในห้องหัวเราะ กลัวว่าตัวเองจะเป็นคนโง่ในสายตาเพื่อนๆ

ที่ถึงแม้จะเป็นเพื่อนๆร่วมห้อง แต่เพื่อนๆเหล่านี้ก็คือคนที่รับรู้เรื่องราวที่เขาถูกดุ

หรือในคุณครูบางท่านอาจมองว่าการดุในห้องแบบนี้ จะทำให้เด็กเกิดแรงฮึดสู้ เพื่อที่จะได้ไม่อายเพื่อนในครั้งต่อไปอีก

ซึ่งผลลัพธ์มันกลับตรงกันข้าม...



"ปม" ที่ว่า มันแสดงผลอีกหลายๆอย่างในเวลาต่อมา

ที่เห็นได้ค่อนข้างชัดคือ การที่ครูถามคำถามแล้วไม่มีนักเรียนตอบ

พฤติกรรมแบบนี้แทบไม่มีให้เห็นเลยในหลายๆประเทศ เช่น จีน หรือ หลายประเทศแถบตะวันตก จึงเป็นเรื่องค่อนข้างแปลกสำหรับครูต่างชาติที่มาสอนในไทยครั้งแรก 

ส่วนตัวเรามองว่า การที่คุณครูรู้สึกพยายามแต่เปล่าประโยชน์แล้วเกิดเป็นอารมณ์นั้น เป็นเรื่องที่ปกติของมนุษย์ เพราะเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก

แต่เมื่อความรู้สึกโกรธของมนุษย์เกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ต่อจากนั้นคือ "การจัดการกับอารมณ์อย่างเหมาะสม"

ซึ่งไม่ใช่แค่ครู แต่เป็นเราทุกๆคน

การดุเด็กๆต่อหน้าคนมากมายสร้างบาดแผลในใจ

จะดีกว่าไหม ถ้าหากเรียกเด็กๆไปคุยเป็นส่วนตัว ค่อยๆคุย ค่อยๆถาม หนูรู้สึกอย่างไร ? หนูอยากบอกอะไรครู ? หนูอยากให้ครูแก้อะไรไหม ?

เราค่อนข้างเชื่อ ว่าต่อให้เด็กเหล่านี้ยังไม่เก่งเท่าเพื่อนๆคนอื่น แต่อยากน้อยเขาจะไม่ประหม่ากับวิชานี้ หรือคุณครูคนนี้ เขาจะเปิดรับสิ่งต่างๆที่ครูจะป้อนให้มากขึ้น

แต่ก็ต้องไปตามความเหมาะสม ตามแต่สถานการณ์ หรือหลายๆปัจจัย

เด็กบางคนอาจจะแก้ยากง่ายต่างกัน พวกเขาโตมาจากครอบครัว การเลี้ยงดูที่ต่างกัน

แต่อย่างน้อยๆตอนนี้ จะยังมีคุณครูคนนี้ที่เขาสามารถพูดคุยปรึกษาด้วยได้         : )

SHARE
Writer
150cm
deep reader
An introvert reader living in a hundred acre woods with tons of book thought and feeling

Comments

Jutamas27
14 days ago
ไม่เก่งคณิตเหมือนกันเลยค่ะ คือถ้าเวลาครูให้ทำแบบฝึกหัดในห้องคือจะทำไม่ได้บ่อยมาก แต่เราดีตรงที่ว่าครูไม่ค่อยให้นักเรียนออกไปเขียน และก็ไม่สุ่ม ในโรงเรียนเรามีครูไม่กี่คนหรอกที่จะไม่สุ่มถาม 80%คือสุ่มถามหมด อย่างที่คุณเล่าเลยค่ะว่าครูอยากทดสอบว่านักเรียนเข้าใจในสิ่งที่สอนรึเปล่า? แล้วทำเองได้มั้ยโดยใช้ความคิดตัวเอง จนถึงปัจจุบันก็ยังเรียนไม่เข้าใจเลย เวลาสอบเก็บคะแนนทีไรก็ต้องแก้ทุกที มีทั้งไปตอบคำถามแล้วก็แสดงวิธีทำให้ให้ครูดูบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก้ต้องคัดจนปวดมือ เพราะว่าตอบคำถามไม่ได้ เวลาเขียนแก้ก็เป็น100ข้อเลยจ้า สมมุติได้2เต็ม10งี้ ครูตั้งเกณฑ์ว่าต้องผ่าน8 คัด8จบได้1คะแนน แล้วกว่าจะถึง8คะแนน...บอกตามตรงเหนื่อย!!!
Reply
150cm
14 days ago
เข้าใจเลยค่ะ ช่วงเวลานั้นรู้สึกแย่มาก ของเรามีได้ไปสอบซ่อม แต่ก็พยายามให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ จะไม่ลอกข้อสอบเพื่อน ซ่อมก็ซ่อม

ถ้าเข้ามหาลัยอาจจะไม่เจอคณิตแล้วถ้าไม่เลือกสายนี้ ยังไงสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะ : )