To that guy who came into my life
กาลเวลาเปลี่ยนไป
มุมมองความรักแต่ละช่วงวัยก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ตอนเด็ก เราไม่รู้หรอกว่า “ความรัก” คืออะไร
รู้แค่ว่า พ่อแม่คือคนที่เรารักมากที่สุด
แค่นั้นก็พอ..

เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่น
เราเห็นเพื่อนมีความรักในโรงเรียน
‘ทำไมคู่นั้น น่ารักจัง’
‘คนนู้นจีบคนนี้’
‘คนนี้เป็นแฟนกับคนนั้น’
เรารู้สึกว่า มันคงน่าตื่นเต้นดี ถ้ามีคนมีชอบเราบ้าง

จนกระทั่ง ได้เจอกับคนๆนึง
เรียนห้องเดียวกัน แต่ไม่นึกเลยนะว่าเขาจะมาจีบเรา
ในที่สุด เราก็ตกลงเป็นแฟนกับเขา
ละเขาคือแฟนคนแรกด้วย
เอาจริง เราไม่ได้สวยอะไรขนาดนั้นที่จะมีคนมาจีบว่ะ
เกินคาดแฮะ -_-;

พอเริ่มคบกัน
ตอนนั้นรู้สึกว่าโลกทั้งใบมันสดใสกว่าเดิมเยอะเลย
การไปโรงเรียนอันแสนน่าเบื่อ ก็เปลี่ยนไป
เราอยากไปโรงเรียนเพื่อที่จะได้เจอ “เขา”
แต่เราก็ไปเรียนเหมือนกันนะ ตั้งใจเรียนด้วย :P
ฮั่นแน่ะ อย่าคิดว่าเราไปเจอเขาแค่อย่างเดียวสิ้

เราคบกันเหมือนวัยรุ่นทั่วไป
มีสุข ทุกข์ ทะเลาะ ผิดหวัง สมหวัง
ตอนนั้น เรายังมองว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม
เราคิดว่าเราไม่มีวันทิ้งเขาหรอก ไม่มีวัน...
เราจะรักคนๆนี้คนเดียว
ตอนนั้น เรายังโลกสวยไง...ก็คิดแบบวัยรุ่นทั่วไปแหละ ว่ามั้ย?
กระทั่งพวกเราเจอจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เราต้องย้ายมาเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง
เราไม่ได้บอกเขาว่าเราจะย้ายมา
คนละจังหวัดเลย ห่างกัน 800 กม. 
มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ
แต่เราทั้งคู่ก็ต้องทำใจยอมรับมัน
ถึงยังไงเราก็คบกันมาเกือบ 5 ปี

พอขึ้นมหา’ลัย
เราเรียนมหาวิทยาลัยคนละแห่ง
ความห่างไกลทำให้เราห่างกัน
เราพยายามนะ โทรหาเขาทุกวัน
จากแรกๆ ที่เขายังใส่ใจ
จนหลังๆมา เขาไม่ค่อยรับสาย
บอกตลอดว่าเขายุ่ง ติดอ่านหนังสืิอ
เราเข้าใจเธอนะที่ไม่ว่าง 
เข้าใจทุกอย่าง
แต่ว่า...
ห่างกันสักพักนะ เราอยากอยู่คนเดียวเสียงปลายสายดังออกมาจากโทรศัพท์
คำนี้ทำเราแทบทรุด 
ชาไปทั้งตัว น้ำตาก็ไหล
เราถามเหตุผลว่าทำไม?
และนั่นคือคำตอบสุดท้ายของเขา
เราอ้อนวอนขอให้เขาอย่าไปไหน
แต่สุดท้าย ต่อให้ทำยังไง 
เขาก็ไปอยู่ดี...

เราร้องไห้อยู่สามวัน
เราเลิกติดต่อ เลิกโทรหาเขาตั้งแต่ตอนนั้น
เราหยุดฟังเพลงไปเลยช่วงหนึ่ง
จะเพลงสุขหรือเพลงเศร้า
ความรู้สึกเจ็บแปลบตรงอกค่อยแผ่ซ่านขึ้นมา
เพลงพวกนั้นกระตุ้นความเสียใจ
ความเสียใจขับออกมาผ่านน้ำตาของเรา
ความจริงจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปสองเดือน
เราค้นพบความจริงที่ว่า
เขาไปจากเรา ไม่ใช่เพราะความห่างไกล
ใส่ใจกันน้อยลง หรือ ไม่มีเวลามาเจอกัน
นั่นมันคือ ‘ข้ออ้าง’ ของคนอยากไป
เพราะจริงๆแล้ว เขามีคนอื่นต่างหากล่ะ

ตาสว่างได้แล้วสินะ...
ทำไมถึงรู้หน่ะเหรอ
ก็แฟนใหม่ของเขามาขอฟอลโลว์เราทางไอจีน่ะสิ
เราก็เอะใจ ‘ใครวะ?’ 
เพราะอะไรน่ะเหรอ
อย่าหาว่าไร้สาระเลยนะ
แต่เซ้นส์ผู้หญิงแม่งแรงจริงๆนะ
ตรงไบโอไอจีผู้หญิงคนนี้เขียนว่าเรียนคณะเดียวกับเขา
สืบไปสืบมาจนรู้ว่า
เขาคบกับผู้หญิงคนนี้จริงๆ

แย่เนอะ...
เราคิดมาตลอดว่า
ที่เขาไปจากเรา
เขาไปโดยไม่มีใครอื่น
เพราะเราถามย้ำเขาแล้ว
แต่ก็เนอะ ใครมันจะยอมรับล่ะ
ว่านอกใจไปมีคนอื่น

ตลกดีนะ
ที่เรายังคิดว่าเขาไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
แต่ไม่ใช่เลยว่ะ
เอาเถอะ เราปล่อยให้เธอไป
แต่เราจะไม่ให้อภัยเธอหรอกนะ
เรามองความรักเปลี่ยนไป
เราเริ่มคิดได้ว่า
ทุกอย่างมันไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริงๆ
เราไม่กล้าเอาความไว้ใจไปแลกกับใครทั้งนั้น
กลายเป็นคนกลัวความรักไปเลย

หลังจากที่เลิกกัน
ก็มีคนอื่นที่เข้ามาคุยกับเราบ้าง
เรารู้สึกดีขึ้นนะ
แต่พอเขาจะขอคบเรา
เรากลับปฏิเสธไป
เราแค่กลัว...
กลัวว่ามันจะซ้ำรอยเดิม

จนกระทั่ง
เราเจอใครคนหนึ่ง
ที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดต่อความรักของเรา
เขาคือ my next chapter 
ที่เราอยาก restart ใหม่อีกครั้ง

ขอบคุณคนเก่าที่จากไป
คนใหม่แม่งโคตรรักเราเลยว่ะ 

🌻 THANK YOU NEXT


สำหรับคนที่บังเอิญผ่านมาอ่าน
หากเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน
ขอให้สู้ๆนะคะ เวลามันช่วยได้จริงๆ
กลับมายืนได้อีกครั้งไวๆนะ 
เวลาคุณหกล้ม
แน่นอนว่า มันมีบาดแผลเป็นธรรมดา
ถึงมันจะสร้างความเจ็บปวดในช่วงแรก
แต่ให้เวลาเยียวยาแผลนั้น
แล้วสักวันมันจะดีขึ้นเรื่อยๆเองค่ะ 
เป็นกำลังใจให้นะ :)

——————————🖤—————————


SHARE
Writer
SmudgeofLight
On Cloud 9
Everynight I’m just a victim of silence

Comments