yesterday ;
สวัสดีไดอารี่ 


ทุกอย่างที่ฉันจะเล่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
วันที่ 1 ตุลาคม 2562


ใจจริง ฉันอยากเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภายในเมื่อวานแต่มันเหนื่อยล้าเกินไป 
เหนื่อยขนาดที่ว่า ฉันหลับแบบไม่สะดุ้งตื่นเลยจนถึงเช้า

เมื่อวาน ฉันนัดไปกินขนมกับเพื่อนเก่่า ฉันไปถ่ายรูปเล่นเมื่อเดิม
เขามองข้อมือฉัน แล้วก็หันไปทางอื่นแทน 
ฉันรู้ว่าเขาเกรงใจที่พูดจะถึงเรื่องนี้

ทุกครั้งที่ฉันไปกินขนมกับเพื่อนคนนี้ ฉันได้รูปถ่ายกลับมาเป็นร้อย
มันเยอะมากจริงๆ เราถ่ายกันทั่วร้านเพราะไม่มีคน

เราสั่งไก่ทอดและต๊อกบกกี พร้อมชานมไข่มุก
ฉันไม่ชอบต๊อกบอกกี แต่ฉันว่า ไก่ทอดอร่อยอยู่นะ 
อ้อ ก่อนหน้าที่จะไปร้านขนม เราแวะซื้อไอติมกันด้วย

ก็คงแปลกดี ที่ต่อให้ไม่เจอกันหลายปี หลายเดือน
เราก็ยังหัวเราะใส่กันอยู่ดี 
อาจจะเป็นเพราะ 
เธอเป็นเพื่อนฉัน หรือไม่ก็เราเป็นเพื่อนกัน
หลังจากกลับบ้าน
ฉันกลับมาได้ซักพักก็หลับด้วยความอ่อนเพลีย
จริงๆแล้ว ฉันง่วงนอนตลอดเวลา 
แต่เวลาอยู่กับเพื่อน ร่างกายฉันก็ต้องมีอารมณ์อื่นบ้าง
หัวเราะ งงงวย หลงทางตอนขับรถ ตีกันไปมา

มันเป็นที่ดีใช่มั้ยล่ะ
แต่เรื่องที่ดีก็มักจะมีเรื่องไม่ดีตาม

ฉันตื่นมาพบแต่ความว่างเปล่า ทุกคนในบ้านหายไป 
ฉันเลยตัดสินใจโทรหาแม่ แต่แม่ไม่รับยอมรับสาย
ฉันรอซักพัก แม่ถึงโทรกลับมา
แม่บอกว่ากำลังยุ่งอยู่ พร้อมบอกในสิ่งที่ฉันไม่ได้คาดไม่ถึง
คุณย่าเสียแล้วนะตอนแรกที่ได้ยินคำนั้น ฉันยอมรับลึกๆว่าฉันแอบดีใจเพราะฉันไม่ถูกคุณย่า แต่อยู่ๆฉันก็ร้องไห้ น้ำตาไหลเป็นทาง พร้อมกับฝนที่ตกข้างนอกอย่างเสียงดัง
ราวกับมันตอกย้ำในสิ่งที่ฉันผิดพลาดตลอดมา

ฉันจำได้ว่า ฉันเคยถ่ายรูปโพลารอยด์คุณย่าเอาไว้ แต่ฉันหามันไม่เจอ
ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด ต้องจัดการศพ และไหนจะคนมาที่เข้าเยี่ยมอีกเป็นสิบ
สิ่งของที่ต้องเตรียมในวันพรุ่งนี้
ฉันทำได้แค่ อ่านคัมภีร์เพื่อคุุณย่าเล็กน้อย 
และช่วยเรื่องของที่จำเป็นต้องให้ กว่าจะเสร็จก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว

ฉันมองเเล้วมองอีก ฉันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น ที่ที่คุณย่าจากไป 
ฉันเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล
ฉันอีกแล้ว ที่เป็นคนที่แย่ที่สุด

หลังจากนั้นวันต่อมา ที่บ้านก็วุ่นวายกว่าเดิมสองเท่าตัวเพราะต้องเตรียมงาน
ทุกคนเสียงดังแต่เช้า
ลูกพี่ลูกน้องฉันเดินเข้ามาปลุกถึงในห้อง บอกให้ออกไปได้แล้ว

ทุกคนทำพิธีตามศาสนาเรียบร้อย
ก่อนจะให้ทุกคนที่อยากหอมแก้มคุณย่าได้ทำ 
เพราะมันคือการจากลาครั้งสุดท้าย แน่นอน พ่อฉันร้องไห้หนักสุด
เขาร้องจนตาแดงก่ำ ฉันอยากกอดเขานะ แต่ทำได้แค่มอง

ฉันหอมแก้มคุณย่า นั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราสัมผัสกัน
มันเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของฉันแล้วจริงๆ
ต่อจากนี้จะไม่มีคุณย่าแล้วจริงๆ

ฉันเข้าใจตัวเองผิด ฉันคิดว่าฉันเมินเฉยคุณย่ามาตลอด
แต่เปล่าเลย ฉันมองเขาตลอด
ฉันเสียใจทุกครั้งที่ไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น
ฉันถึงร้องไห้ และฉันคิดว่าฉันเสียใจจนไม่ไหว
สุดท้ายฉันจึงต้องโทรหาเพื่อนให้เขาเป็นคนฟังเรื่องราวแบบนี้อีกแล้ว
หมายถึงเรื่องราวที่ฉันรู้สึกแย่ 

ฉันแค่อยากจะบอกว่า ฉันดีใจนะที่ฉันยังมีความรู้สึกเสียใจ
ฉันรู้สึกว่า ฉันยังคงเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ  ฉันยังมีความเป็นคน 
และไม่มีใครสมควรจากไป ถึงแม้บนโลกใบนี้ จะมีทั้งคนที่เกิดใหม่ และจากไปก็ตาม 
แต่ฉันรู้ รู้ว่า การที่พระเจ้าเอาคุณย่าของฉันไปนั้น 
เขาจะต้องดูแลคุณย่าได้ดีกว่าที่ทุกคนในบ้านดูแลแน่ๆ 
คุณย่าต้องได้กินของอร่อยที่ท่านอยากกิน วิ่งเล่น ปลูกดอกไม้ เหมือนที่อยากทำ 
เลี้ยงแมว ฟังคาราโอเกะเหมือนที่เคยพูดถึง หนูจะขอให้พระเจ้าอนุญาตให้คุณย่าทำ 
พระเจ้าคะ ถ้าคุณเอาคุณย่าไปแล้ว
ได้โปรดดูแลเขาให้ดีกว่าที่ทุกคนในบ้านทำด้วยนะคะ
หนูคิดว่าคุณย่าจะมีความสุขถ้าได้อยู่กับคุณ
การกลับไปสู่อ้อมอกของพระผู้เป็นเจ้าในครั้งนี้
ฉันขอให้คุณย่าจะกลับไปอย่างสวัสดิิภาพ
ฉันจะขอให้คุณย่ามีความสุข และไม่เจ็บปวด แม้จะอยู่ในแบบใดก็ตาม
ฉันขอให้ฐานะ หลานที่แย่ที่สุด ที่ทำได้ในสิ่งสุดสุดท้าย

นั่นคือสิ่งฉันพอจะทำได้บ้าง เป็นสิ่งสุดท้าย
ลาก่อนค่ะ ลาก่อนตลอดไป .... 
คุณย่าไม่ได้ทุกข์อีกต่อไปเเล้วนะคะ 
พระเจ้าจะต้องดูแลคุณย่าแน่ๆ ...

การหลับไปตลอดกาลไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับคนที่จากไป
หากแต่มันแย่สำหรับคนที่มีชีิวิตอยู่ต่างหาก 


ฉันต้องจบไดอารี่วันนี้แค่นี้ก่อน ฉันไม่สามารถเขียนได้มากกว่านี้แล้ว
ขอบคุณเสมอที่อ่านจนจบค่ะ 

เอริกา / หมีที่เสียใจ :•(
SHARE
Writer
sadderica
diary and semicolon
หมีสองขั้วกับบันทึกที่ต้องเขียน

Comments

p_pongsiri
14 days ago
เสียใจด้วยนะครับ
Reply
sadderica
7 days ago
ขอบคุณนะคะ 
rrgaem
8 days ago
เสียใจด้วยนะคะกับเรื่องคุณย่า
Reply
sadderica
7 days ago
ขอบคุณนะคะ