A Future As I Desing
"มหาลัย"  หลายคนผ่านมาแล้วเนอะ ไอสถานที่นี้ ส่วนเราเพิ่งจะเข้าสู่ช่วงการเลือกสถานที่สานต่ออนาคตของตัวเอง ในช่วงอายุนี้ เธอคิดว่าอะไรสำคัญหรอ ?    

ความรู้ ? ความคิด ? ความรู้สึก ? ความสบายใจ ? หรือ อะไรก็ได้เอาให้มันจบๆ   


เราไม่รู้หรอก เพราะเราก็ไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ เราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองอย่างแน่นอน
" ไม่แน่ใจ "การนำเสนอมหาลัยให้แม่ ถือเป็นเรื่องที่ยากและง่ายในเวลาเดียวกัน ณ ช่วงสัปดาห์นั้น ด้านสถาบันศึกษาปัจจุบันได้จัดให้มหาลัยหลากหลายสถานที่ เข้ามาได้เสนอตัวเองกับเหล่าเด็กๆ โลกมันหนุนนะ หันซ้ายแลขวาก็ดีไปหมด ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่คนชุบมือเปิบ ในสมองได้ประมวลทุกสิ่งอย่างเอาไว้หมดแล้ว จึงได้นำข้อมูลเหล่านั้นกลับมาบอกเล่าครอบครัว
Feedback มิค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เอนเอียงไปทางแนวกลางๆ เนื่องด้วยมหาลัยที่นำมาอภิปรายนั้น ท่านก็รู้จัก แต่ในสมัยของท่านนั้นมันยังไม่ได้มีการตลาดถึงขั้นนี้ และ ยังไม่รู้อีกด้วยว่าหลักสูตรและการสอนในปัจจุบันมันดีแย่เพียงไหน อย่างไรก็ดี คำพูดที่มักจะตามมาในทุกการนำเสนอคือ 

"ไม่รู้สิ จะลองดูก็ได้" 

ซึ่ง ก็ไม่ได้เป็นผลที่หวังไว้นักแต่ก็ไม่ได้แย่เช่นกัน 

แต่เนื่องด้วยตวามไม่แน่ใจนั้น ท่านมักจะเข้ามาในห้องเพื่อสอบถามข้อมูลอยู่เรื่อยไป ไอเราก็มีข้อมูลที่อยากจะบอกมากโขอยู่ แต่เนื่องด้วยความเป็นลูกนั้น เราจะกล่าวเกริ่นนำไปก่อน แล้วรอ Feedback ที่ตามมาว่าเป็นอย่างไร เมื่อมันเอนเอียงไปทางที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ความรู้ที่อยู่ในหัวก็คลุกเคล้าเข้าตีกันจนไม่สามารถอธิบายต่อได้ ผนวกกับการที่ท่านพูดทุกอย่างดักทางเอาไว้หมดเสียแล้ว เด็กน้อยจึงพูดไม่ออกอีกต่อไป

ทั้งหมดจบด้วยการที่ท่านพูดอยู่ฝ่ายเดียว และ บอกให้เราหัดพูดออกมาซะบ้าง 

บางครั้งมันก็ยากนะ กับการที่ต้องเค้นมันออกมาให้หมดโดยที่จะเดินไปข้างหน้าก็ยากจะถอยหลังก็ไม่ได้
" No IELTS Test "ความฝันอย่างหนึ่งของเด็กตัวเล็กๆคือ อย่างออกไปท่องโลกกว้าง ใช้ภาษาที่ไม่ใช่ของตัวเอง ไม่ได้อยากเรียนเองตั้งแต่แรก ไม่ได้ถนัด และ ไม่ได้มั่นใจ...{ ขออนุญาตย้อนความ }

ในสมัยก่อนวัยมัธยมนั้น ถือได้ว่าอ่อนอังกฤษมาก ถึง มากที่สุด ถึงขั้นที่ว่า อ่าน Thank you ว่า แต๊งยู ไม่เท่านั้น ยังเขียนไม่เป็นอีกด้วย


จนกระทั้งวันที่ต้องสอบเข้า เรานั้นไม่ได้เป็นคนเลือกสถานศึกษาเอง แต่แม่ท่านเป็นคนหา และ พาเราไป (ส่วนนี้ไม่ได้ไม่ดี ถือเป็นพระคุณด้วยซ้ำ) สืบเนื่องด้วยเป็นคนไม่ค่อยจะฉลาดสักเท่าไหร่ จึงไม่มีที่ใดที่สอบติดเลย จนกระทั่งมาถึง โรงเรียนหนึ่ง เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดของเราเอง แต่แทนที่เราจะสอบห้องเรียนธรรมดา ท่านกลับให้เราลงสอบห้องเรียน EP ซึ่ง มันไม่ใช่เราในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย กระนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ ท่องบทสัมภาษณ์แทบเป็นแทบตาย สุดท้ายแล้วก็สอบติด ได้เข้าไปเรียนในที่สุด


ถึงกระนั้นการใช้ชีวิตในช่วงแรกเริ่มก็ยากยิ่ง พูดคุยสื่อสารกับอาจารย์ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง จนเวลาผ่านไปผ่านไป ร่วมตอนนี้ 6 ปีเข้าไปแล้ว กลับสามารถอ่านออกเขียนได้ พูดได้ฟังออก อย่างไม่น่าเชื่อว่านี้คือคนโง่ภาษาในอดีต และ ตอนนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในวิชาโปรดไปแล้ว...(จบการย้อนความ)

ตัดภาพมาที่เด็กเอ๋อที่ไม่รู้ชีวิตม.ปลายจะไปทางไหนต่อดี เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ได้มีเสียงหนึ่งบอกขึ้นมาว่า ไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศหละ ออสเตรเลียก็มีคนรู้จักมิหนำซ้ำ ยังมีเพื่อนที่เดียวกันและรุ่นพี่อยู่ที่นั้นอีก เมื่อได้ยินเข้าความหวังและกระตือรือร้นก็พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นหัวใจ เด็กน้อยรีบตรงกลับบ้านบอกกล่าวเรื่องนี้กับแม่ทันควัน ด้วยความหวังน้อยๆจากในอดีตที่อยากเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาโดยตลอด และครอบครัวก็เคยให้คำสัญญาว่า เมื่อถึงวัยมหาลัยเราจะสามารถไปได้ รีบบอกเรื่องวิธีการไปเรียนอย่างต่างแดนที่ศึกษามาเป็นเวลานาน กล่าวถึงและเรียนรู้การสอบ IELTS Test ที่พร้อมจะทำการติวและสอบเพื่อทำตามหนึ่งในฝัน
แต่ผลตอบรับก็ไม่ได้ดีเช่นเคย ท่านเริ่มกล่าวถึงเงินทองที่ต้องใช้ในการไปต่างประเทศ และ คำที่ว่าการไประยะสั้นถึงจะดีกว่า (แม้ในอดีตเราจะเคยหาการแลกเปลี่ยนระยะสั้นมาแล้วแต่ก็ไม่ได้ไปอยู่ดี) น้ำตาที่คลอเบ้าทำให้ใจเด็กน้อยยิ่งร่วงลงดินไปเรื่อย สุดท้ายจึงทำการล้มเลิกความคิดที่วันหนึ่งจะได้เดินทางไปอยู่ต่างแดน และ ไม่พูดถึงอีก
" พังหมดแล้วใช่ไหม "สิ่งหนึ่งที่เฝ้ารอคอยมาโดยตลอดในระะบบ TCAS ที่แสนงงงวยของสยามประเทศ ก็คือ รอบที่ 1 การยื่น Portfolio เนื่องด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมการเรียนไม่ได้เด่นดีไม่ค่อยจะมีเกรดให้ได้ชูคอ การเก็บสะสมเกียรติบัตรจึงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด ยิ่งด้วยด้านความถนัดคือศิลปะ และ การออกแบบ การจะตามรวบรวมเหล่าผลงานจึงไม่ใช่เรื่องที่ยาก มีเกียรติบัตรมากมายในกำมือ นำไปเคลือบเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต เก็บไว้หลังแฟ้มงานเพื่อเตือนตัวเองว่า ถึงพวกงานมากมายล้านแปดด้านหน้าเราจะไม่ค่อยดี แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเรื่องแย่ๆเหล่านั้นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า และ เนื่องด้วยเป็นแฟ้มงาน จึงนำติดตัวไปทุกที่ในโรงเรียน
แต่แล้ว ความหายนะก็มาเยือนเด็กน้อย เมื่อวันหนึงแฟ้มงานแสนสำคัญเสียยิ่งกว่าชีวิตก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เด็กน้อยตามหาทุกหนทุกแห่ง ทั้งแจ้งในเพจของโรงเรียน เปิดกล้องวงจรปิดของโครงการ ถามยาม และ ภารโรงทุกคน รวมถึงแจ้งห้องกิจการนักเรียน แต่ทุกการพยายามตลอดหนึ่งเดือนก็ไร้ผล มันได้หายสาบสูญ ดุจดังสลายกลายเป็นอากาศ ความผิดหวัง เครียด และ เสียใจเริ่มเอ่อล้นขึ้นในจิตใจ 

"เราจะทำยังไงต่อไปดี?" 
"จบแล้วใช่ไหมชีวิตหมาลัย?" 

"สร้างทั้งหมดมาเพื่ออะไรกัน?" คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวอย่างสลัดทิ้งไม่ได้

ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเราไม่มีทางออก เราสามารถทำเอกสารแทนเกียรติบัตรเหล่านั้น เพื่อยืนยันว่าเรามี และ มันได้หายไปจริงๆ ให้ผู้ที่พาไปแข่งขันเซ็น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเซ็น ส่งให้รองผอ. และ สุดท้ายให้ผอ.เซ็็น แล้วจึงสามารถนำไปใช้ได้ แน่เสียยิ่งกว่าแช่แป้งว่ามันต้องยุ่งยาก แต่เราก็พยายามตามหาจากเพื่อนๆว่าเรามีอะไรที่ไปด้วยกันบ้าง ถึงแม้เพื่อนจะไม่ได้สนใจในการช่วยเหลือเราสักเท่าไหร่เพราะมันไม่ใช่เรื่องของพวกเขา แต่เราก็ต้องยอมน่ารำคาญเพื่อตัวเราเอง
" แสงสว่างปลายอุโมง "ถึงแม่ว่าเกียตรติบัตรจะยังไม่หวนกลับมาสักใบ แต่เด็กน้อยก็ต้องดำเนินชีวิตต่อ ในวันธรรมดาวันหนึ่งนั้น อาจารย์ประจำชั้นแสนใจดีก็ได้ส่งไลน์เข้ามาในกลุ่มห้องว่า มีใครสนใจการเข้าฟัง มหาลัย STAMFORD หรือไม่ โดยส่วนตัวขณะนั้นไม่ได้รู้จักมหาลัยนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เนื่องด้วยเพื่อนได้บอกว่าสนใจ เราจึง 

"อืม ต้องเก็บหลายๆช่องทาง"

เมื่อถึงวันนั้น เข้าไปฟังมหาลัยเขาอย่าง งงๆ และ ขี้เกียจ ในตอนแรก มหาลับนี้ก็ได้ Present จุดเด่นของเขา นั่นก็คือด้านการบริหารและการโรงแรม เราจึงไม่ได้สนใจมากนัก แต่เมื่อเข้าสู่การอธิบายเรื่อง คณะศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาการออกแบบสื่อสร้างสรรค์ คือมันไม่ได้แค่ตรงกับเรา แต่มันเกินไปกว่านั้นเสียอีก นอกจากด้านกราฟฟิกที่เราต้องการแล้ว ยังมีการออกแบบหลายอย่างมากมาย ภาาาอังกฤษที่เราต้องการใช้อละไม่อยากจะละทิ้ง รวมถึงเพื่อนที่มาจากหลายลายดินแดน

ถึงกระนั้นเด็กน้อยก็ยังคิดไม่ตกเรื่องของการยื่นผลงาน เนื่องด้วยเราไม่เหลือผลงานที่จะนำไปยื่นอีกต่อไป แต่แล้ว ดุจดั่งสวรรค์มาโปรด ทางมหาลัยเขาจะจัดการสอบในอีก1 เดือนต่อมา เป็นการทดสอบด้านภาษาอังกฤษ ถ้าเราสามารถทำได้ แสดงให้เขาเห็นประสิทธิภาพในด้านภาษา เราก็จะสามารถเข้าเรียนได้ มิหนำซ้ำ เมื่อ ปี 2 เรายังสามารถไปเรียนที่ประเทศไหนก็ได้อีกเป็นเวลาหนึ่งเทอม เหนือสิ่งอื่นใด ตณะที่เราจะเลือกนั้น วิชาคณิตศาสตร์ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของเรายังเป็นวิชาเลือกอีกด้วย ไม่รอช้า เด็กน้อยรีบเขียนคำว่า TEST ลงในกระด่ษประวัติส่วนตัวอย่างไม่ลังเล สอบถามข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย และแน่นอนที่สุดคือ นำสารนี้กลับมาให้ท่านแม่...
" ขอหาข้อมูลก่อน "เด็กน้อยรีบตรงดิ่งกลับมาที่บ้านในทันใด บอกกล่าวชื่อของมหาลัยที่สนใจอย่างหมดเปลือก คราวนี้เด็กน้อยไม่รอ Feedback ใดๆ รีบส่งข้อมูลทั้งหมดในหัวส่งให่ท่านโดยไม่ลังแล เพราะ กลัวจะไม่สามารถพูดต่อได้ เมื่อท่านได้ฟังแล้ว ผลที่กลับมาก็เช่นเดิม

"แม่ไม่รู้จักอะ ขอหาข้อมูลก่อนนะ" 
"มันเปิดมากี่ปีอะ มันดีจริงๆหรอ" 

ใจเด็กน้อยหล่นร่วงลงอีกครั้ง ที่ผ่านมาไม่เคยสนใจการสอบใดๆ ครั้งนี้คือครั้งแรกที่กระตือรือรนอยากจะสอบ และ เนื่องด้วยเป็นคนหลีกเลี่ยงการสอบมาโดยตลอด จึงหวังผลที่ว่าจะดีใจและสนับสนุนให้เราลอง ความผิดหวังจึงพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นของจิตใจ

เนื่องด้วยความที่ทางบ้านเหมือนทุกคนจะลืมไปแล้วว่าเรานั้นเป็นนักเรียนห้องอังกฤษ เรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มาเป็นภาาาอังกฤษ ต้องอยู่รอดมาแบบนั้น ส่วนใหญ่จะเห็นภาพที่อากงจะเรียกให้น้องสาวพี่ชาย มาพูดภาาาอังกฤษชูหน้าชูตาให้ครอบครัวว่าเรานั้นมิใช่คนไร้ความรู้ ส่วนตัวเรานั้นจำใจเจียมตัวอยู่เงียบๆ เนื่องด้วยน้องสาวก็เรียนเก่งที่สุด พี่ชายก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน จึงไม่มีหน้าสอดเสียดตัวเข้าไปชูคอกับเขาแต่อย่างใด

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยหาข้อมูลเรื่องมหาลัยเพิ่มขึ้น และ เพิ่มขึ้น ความชอบในจิตใจพวยพุ่งขึ้นทุกคืนวัน พร้อมด้วยการค่อยๆสะกดจิตแม่ด้วยการยัดข้อมูลงไปทีละน้อยทีละนิด อย่างไรก็ดี ท่านก็มีคำตอบประจำใจของท่านคือ 

"ขอหาข้อมูลก่อน" 

แต่ยังดีที่ครั้งนี้ท่านได้กล่าวเพิ่มว่า ก็ลองไปสอบดูนะ จึงพอได้ชื่นใจขึ้นมาบ้าง เมื่อทำการสอบ Final สุดโหดของโรงเรียนเสร็จ จึงได้ Spent Time ทั้งหมดให้กับการอ่านหนังสือที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ดุจดั่งชีวิตนี้จะไม่ได้อ่านอีกแล้ว วันแล้ววันเล่าความโรคจิตเริ่มครอบงำ เริ่มอุทาน พูดคุย และ เพ้อ เป็นภาษาอังกฤษอย่างไม่รู้ตัว หนังสือกระดาษรายงาน 1 เล่ม ทุกแผ่นทั้งหน้าและหลัง เต็มเปี่ยมไปด้วยการจดสรุป และ ศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งที่เคยและไม่เคยเรียนมาก่อนในชีวิต ผนวกกับการจำศัพท์เกมล้านแปดที่เล่นอย่เป็นประจำ" เผชิญหน้า "
อีก 1 วันก็จะถึงวันสอบแล้ว ท่านยังไม่มีทีท่าจะสนใจในมหาลัยนี้ ตัวเราซึ่ง Focus ตรงจุดนี้อย่างแน่นอนโดยจะไม่สนใจอะไรใดๆอีกแล้ว เพราะคิดได้ว่า อนาคต เราคือคนกำหนด ถึงแม้ใครๆจะดูถูกก็ตาม เราจึงตัดสินใจ ไม่ว่าวันนี้การพูดถึงมหาลัย Feedback ที่ได้มาจะทำให้ใจเสียขนาดไหน เราจะไม่หยุดพูด

เราทำได้ เราอธิบายให้แม่ฟังทั้งหมด ทั้งหนทางธุรกิจการงารที่สามารถทำต่อกับต่างชาติได้ การที่เราจะไม่ทอดทิ้งภาษาที่สอง และ สังคมที่ตัวเรานี้ต้องการ ท่านรับฟัง ถึงแม้ไม่ได้ปักใจเห็นด้วยกับเรา แต่อย่างน้อยครั้งนี้ท่านก็เป็นผู้ฟังที่ดีได้มากกว่าผู้พูด ซึ่งท่านเป็นมาตลอด ความสบายใจเริ่มก่อตัวขึ้น ถึงท่านจะบอกว่าอยากให้เราลองที่สถาบันอื่นด้วย แต่มันก็มากับคำว่า สดท้ายถ้าจะเลือกที่นี่ก็ยอมรับ กำลังใจในการทำการสอบจึงเกิดขึ้น เพราะอย่างน้อยถึงเราจะสู้คนเดียว แต่ก็มีคนคอยมองแล้ว เรา...ดีใจ
" Don't panic it's Organic "ถึงแม้ทุกคนจะ Focus พี่ชาย แต่เราก็ไม่ได้เกิดความเกลียดขึ้นแต่อย่างใด กลับกัน เรากลับรักพี่ชายคนนี้มาก มากจนบอกทุกอย่างได้ ฉะนั้นในทุกๆการก้าวไปข้างหน้า เราจึงขอคำแนะนำพี่ชายเสมอ 

พี่ชายได้ให้กำลังใจตามแบบฉบับคนในครอบครัว พร้อมทั้งบอกเราว่า 

"อย่าไปคิดมากเว้ย"
"จริงๆถ้าอ่านไปอะมันได้"
"แค่อย่ากดดันตัวเอง"
"มันจะทำให้คะแนนน้อยลง"


ในใจตอนนั้นมีคำพุ่งเข้ามาเลยว่า Don't Panic It's Organic MAN!!!
จึงจำคำพูดของพี่ไปสอบในทันใด

เมื่อถึงเวลาสอบ ความตึงเครียดเริ่มเข้าครอบงำ มือไม่สั่นเสียยิ่งกว่าจ้าวเข้า อย่างไรก็ดี คำพูดของพี่ชายแทรกเข้ามาในหัวในทันใด เด็กน้อยเริ่มควบคุมลมหายใจ คลายมือที่จับปากกาจนแทบหัก ผ่อนคลาย พูดในใจว่า

"แกทำได้!!!!"


แล้วจึงใช้สมาธิทั้งหมดจดจ่อกับการสอบ Listening 

ไม่ใช่การสอบกะโหลกกะลาอย่างที่ใครเข้าใจ ถึงแม้มันจะไม่อยู่ในระบบ TCAS แต่มหาลัยเขาก็มีมาตรฐานของเขา

Listening : ฟังเพียงรอบเดียว ต้องตอบให้ได้ทั้ง 3-5 ข้อ และต้องทำเวลาเพราะเทปมันไม่รอช้า

Reading : แต่ละ Topic จะค่อยๆอ่านยากและยาวขึ้น ภาษาเริ่มเป็นทางการมากขึ้น และคำถาม เริ่มสองแง่สองง่ามมากขึ้น

Gramma : สิ่งที่คนไทย หรือ แม้แต่ฝรั่ง มีข้อผิดพลาดมากที่สุด บอกได้แค่ว่า ต้องใช้ความรู้ตั้งแต่ Past Simple - Future Perfect Continuous

Essay : เลือก Topic แบ่งเป็นระดับการใช้ภาษา ตั้งแต่ Beginning - Expert

ฉะนั้นจำไว้ว่าจงอย่าดูถูกสถาบันใด้ๆ ถ้าเขาไม่มีดีจริง ก็ไม่มีคนไปศึกษาอยู่ร่ำไปหรอก คำดูถูกแต่ละคนที่บอกว่า มันง่ายบ้างแหละ ติดอยู่แล้วบ้างแหละ มีเงินเขาก็รับหมดบ้างแหละ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด คนที่สอบแล้วไม่ติดก็มี

ส่วนตัวเรานั้น...ติด ด้วยคะแนนที่ ดี และ น่าภูมิใจ
" ภูมิใจไหม? "ความภูมิใจในตัวเองเกิดขึ้นในใจดวงน้อยของเด็กตัวเล็กๆ ถึงอย่างนั้นความคิดในหัวก็ยังไมาพ้น

"แล้วครอบครัวหละ"

ไม่รอช้า รีบโทรหาท่านในทันที สายแรก ไม่มีคนรับ เราจึงรอท่านโทรกลับมา และ ไปหาอาหารกินดับความกระหายจากความเครียด ขณะกำลังยัดแป้งเข้าร่างกาย ท่านก็โทรกลับมา

เรายังไม่ทันจะกล่าวอะไร เสียงท่านก็สวนกลับมาทันควันว่า

"อืม ได้หรอลูก"

ด้วยน้ำเสียงที่เรียกได้ว่า...เรียบ เรียบเสียจนใจเราหดเล็กลงเสียยิ่งกว่าเม็ดทราย เมื่อการสนทนาแสนสั้นจบลง โดยไม่เดี่ยวกับเรื่องการสอบแม้แต่น้อย คำถามมากมายก็เกิดขึ้น

"เราคาดเดาง่ายขนาดนั้นเลยหรอ"
"ตายตัวอยู่แล้วหรอ"
"บรรทัดฐานที่ที่เราเลือกมันไม่มากพอที่จะให้ลุ้นเลยงั้นหรอ"


คำถามมากมายเสียยิ่งกว่าตัวอย่างวนลูปอยู่ในหัวอย่างสลัดทิ้งไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว แต่เมือ่เจอท่านก็เลือกที่จะไม่โวยวาย ปิดท้ายด้วยการที่ ทั้งท่าน ทั้งน้อง ทั้งญาติผู้ใหญ่ ที่ก็แค่ยินดีด้วยเสียง เรียบๆเนิบๆ เมื่อเราพูดถึงว่าเราจะไปลองศิลปากรดูด้วย ทุกคนกลับดูวนใจและกระดี้กระด้าขึ้นมาทันใด ความน้อยใจจึงบังเกิดว่าเราก็ทำตรงนี้ให้ดีเท่าที่เราจะทำได้ มากกว่าทุกๆครั้งที่เราเคยพยายามมา ทำไมถึงไม่มีใครเลยที่ยินดีกับเรา มันง่ายไปหรอ มันดีไม่พอหรอ หรือ เราไม่ดีพอที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้นหรอ ทุกคนคิดยังไงกันแน่ ทุกคนภูมิใจไหม? บอกเราทีสิ...เราเสียใจ
" ปัดมันทิ้งไป "ถึงแม้ความผิดหวังจะตะกายหลังพยายามจะปาดคอเราให้เสียหลัก ตอนแรกเด็กน้อยเกือบจะล้มจนไม่อยากจะเดินแต่ แต่ก็มีพี่ชาย และ เพื่อน ที่คอยเป็นกำลังใจ ทำให้เราฮึดลองสู้ต่อไปดูสิ เราจึงมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เราได้เลือกแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และ สิ่งที่ดีเพื่อตัวเราเองแล้ว เราสำเร็จแล้ว สถานศึกษาอื่นที่เขาอยากให้ลอง โอเค เราจะลอง แต่ในใจเราเราได้ยกให้ที่นี่ไปจนหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะตัดโอกาสตัวเอง แต่เรานั้นได้คิดแล้วคิดอีก เปรียบเทีบและ ประเมินิย่างรอบคอบแล้ว ไม่ใช่ว่า ศิลปากรไม่ดี อย่างที่หลายคนรู้ว่า ด้านนี้ที่นี่ดีที่สุด แต่ เราจะเลือกสิ่งต่างๆเพียงเพราะชท่อเสียงมันโด่งดังไม่ได้ มองหลายๆด้านว่ามันเป็นยังไง ถ้าเราจะเข้าที่ดีๆเพื่อจบมาหางานทำเงินแล้วตายไป มันก็ไม่ใช่ชีวิต เราจึงเลือกเส้นทางแห่งความสุข เราจะลองทุกที่ให้เขา แต่ยังไงเราจะไม่เปลี่ยนเป้าหมาย เพราความฝันทั้งหมดของเรา มันรวมอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว เราจะไม่เปลี่ยน เรามั่นใจ เราทำดีแล้ว เราเก่งที่สุด เราต้องเดินต่อไป แกต้องสลัดคำพูดเหล่านั้นทิ่ง แกต้องไปตามทางของแก แกกำหนดเอง จงจำไว้นะไอปัณ
" Your Future, It's up to you to Desing "

ว่าไงตัวฉันว่าไงคนเก่ง 
ว่าไงความสำเร็จ
สวัสดี STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY


 

SHARE
Writer
PanPu
Eternal Happiness
เป็นคนเอ๋อๆ มองโลงสองแง่ ชอบเล่าเรื่องทั้งดีและร้าย มาอยู่ด้วยกันนะ

Comments

Honey_B
14 days ago
อ่านตั้งแต่แรกจนจบครบทุกบรรทัด เป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ดีมากค่ะ ได้ข้อคิด ในฐานะคนที่เคยผ่านจุดนั้นมาไม่นาน ถึงจะไม่ได้ฝ่าฟันอุปสรรคมาก แต่เข้าใจดีเลย ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นและพยายามนะคะ :)
Reply
PanPu
10 days ago
ขอบคุณนะครับ ไม่คิดว่าจะมีใครอดทนอ่านจนจบ แล้วยังอ่านรู้เรื่องอีก5555
Honey_B
1 day ago
5555 ติดตามต่อไปนะคะ :)
warissyy
11 days ago
เก่งมากค่ะ :)
Reply
PanPu
10 days ago
ขอบคุณครับบ 😊