GU12 คุณอยากพิสูจน์อะไรวะ ?
คำถามมากมายเกิดขึ้นระหว่างบรรยายเกมนัดชิง ลีกคัพ ซึ่งประจวบหักปากกาเซียนทุกสำนักปราบ แชมป์รายการนี้ 5 สมัย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด(เอาจริงๆรอบตัวผมคนที่พูดเต็มปากว่าเชื่อใน ประจวบ มีคนเดียวนั่นคือพี่ไช้ ศรุต ที่พูดออกมาแบบนี้) ตลอด 120 นาทีบวกยิงลูกโทษในหัวมีแต่ ทำไม ทำไม แล้วก็ทำไม



ข้อสงสัยเปลี่ยนเป็นเสียงในหัวหลังเกมจบ หลักใหญ่ใจความสำคัญตลอด 120 นาทีนี้คืออะไร สุดท้ายเท่าที่รอยหยักจะคิดกลั่นออกมาได้ประมาณนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด What You Wanna Prove ? คุณต้องการพิสูจน์อะไร



11 ตัวจริงที่มั่นใจที่สุด?

จากใบรายชื่อที่ได้มาก่อนลงสนามราวชั่วโมงคำถามแรกๆที่เกิดขึ้น อะไรคือสิ่งที่ บุรีรัมย์ ต้องการพิสูจน์ จากเกมนัดชิงลีกคัพ 11 ตัวจริงที่ลงสนาม



9 คนคือผู้เล่นไทย มีเพียงแค่ ฮาจิเมะ โฮโซไก ในตำแหน่งกลางรับ และ อันเดรส ตูนเยส ลงเซนเตอร์ฮาล์ฟ



จริงอยู่ที่ 9 คน มีทีมชาติชุดใหญ่มากมายทั้ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, พรรษา เหมวิบูลย์, กรกช วิริยอุดมศิริ, ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

มีเพียง รัตนากร ใหม่คามิ ที่ไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่แต่มีชื่ออยู่ใน ยู 23 อยู่ดี



5 คนอายุไม่เกิน 23 ปี ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา รัตนากร ใหม่คามิ



4 รายในนั้นอายุไม่เกิน 21 ปี - สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา รัตนากร ใหม่คามิ



ทุกคนต่างมีดีกรีมีธงผืนเล็กผืนใหญ่ติดไว้หน้าอกการันตีความสามารถ จะพูดว่ามีเด็กไทย นักเตะไทยคนอื่นที่เด่นกว่าดีกว่าก็ทำได้ไม่เต็มปากเพราะต่อให้เก่งเกินรุ่นเกินตัว อย่างไรก็ตามในเชิงลูกหนัง มันก็เปลี่ยนเป็นประสบการณ์ไม่ได้อยู่ดี



5 แดนบนที่คอยสร้างเกมรุกยังไว้ใจให้ รัตนาการ คุมเกมแดนกลางสนับสนุนแกงค์ 4 ศ(ส) ให้เข้าทำต่อเนื่องจนจบ ตัวเก๋าประสบการณ์ดีอยู่หลังเด็กกลุ่มนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร



“ช่วงเกมทรงๆบดเขาไม่ได้”

เจาะเขาไม่เข้าขาดเกินในหลายๆจังหวะขณะที่ฝ่ายตรงข้ามอาศัยประสบการณ์ เล่นหนัก เล่นเป็นระเบียบใส่เฮดการ์ดปิดให้มิดเล่นไม่มีเสียดายจังหวะไหนสบช่องส่องทุกครั้งที่มีโอกาส เกรียวกราดในการปะทะแต่สมาธิอยู่กับเกมเสมอ



“ช่วงเกมทรุด”

จากประตูที่เสียในช่วงต้นเกมครึ่งหลังอย่างเหนือความคาด แม้ลูกยิงของ เมารินโญ่ ที่เข้างามๆซุกโคนเสาแรกจะมาจากจังหวะงงๆตั้งแต่การการปั๊มหนักซึ่งภาพช้ามุมหลังๆ รัชพล นาวันโน ที่เอาบอลไปจาก สุภโชค สารชาติ จะได้ข้อเท้าไปมากกว่าบอล

ต่อเนื่องมาถึงโอกาสจบสกอร์ภาพช้าที่ออกมาก็ตามที่เห็นเหลื่อมออกจากไลน์ไปยกแผงจากจังหวะที่ สิโรจน์ ฉัตรทอง ดึงหลอกแต่เอาเถอะถือว่า แชมป์เขาก็คมปิดสกอร์ได้ในโอกาสสำคัญซึ่งมองย้อนกลับไปจากจังหวะคลุกคลิกที่ต้องแก้จากรับเป็นรุกบุรีรัมย์ เลือกแกะมาหาทางออกริมเส้นก็คงปลอดภัยหรือถ้าเสียบอลก็คงไม่อันตรายเท่าพลิกเข้ากลางไปหาสารพัดเท้าที่รอจบเกมรุกสวนกลับของพวกซึ่งเสียบอลขึ้นมาบทลงโทษมันแพงเหลือเกิน



“ช่วงเกมขี่”

จากสกอร์ที่ตกเป็นรองทำให้ บุรีรัมย์ เดินหน้ามากขึ้นจน ประจวบก็ยุบอย่างเห็นได้ชัด สิโรจน์ ที่เบรกเกมริมเส้นของ ศศลักษณ์ ให้ลดพลังก่อนไปถึง อดุลย์ หมื่นสมาน ไม่สามารถประคองตัวอยู่ในสนามได้จนจบ ทว่าการเปลี่ยน ภานุวัฒน์ จินตะ ตัวออกบอลเปลี่ยนเกมก็หมดเล่นไม่จบเกมสำรองที่ลงมาดูยังสับสนเบรกเกมริมเส้นซึ่ง แชมป์เก่า 5 สมัยหนีตัวตัดเกมอย่าง ภูริทัต จาริกานนท์ ที่เล่นได้สุดติ่งหันมาขึ้นทาง ศศลักษณ์ เป็นหลัก จนเป็นที่มาให้ ศุภชัย ใจเด็ด ประตู 1-1



รูปเกมที่เปลี่ยนมาดีขึ้นก็ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนตัวเพื่อเปลี่ยนแท็กติก ปรับเพียง สุเชาว์ นุชนุ่ม กัปตันทีมและแชมป์รายการนี้ 5 สมัย แทนที่ นฤบดินทร์ ดูเป็นเพียงการเพิ่มเกมรุกจากด้านหลังเพราะประเมินแล้วว่า ประจวบฯ ไม่บุกเยอะขนาดต้องหลังแท้ๆสี่คนอีกต่อไป ปรับให้กลางมีอิสระมากขึ้นเอาบอลออกริมเส้นและใช้คนพาบอลเข้าไปมากขึ้นซึ่งได้ผลเกือบจะน็อก ประจวบ ที่เอียงไปเอียงได้หลายครั้ง



ภาพที่ออกมาตลอด 120 นาที ไม่มีท่าทีจากข้างสนามจะส่งใครลงมาเปลี่ยนเกมเพิ่ม สำรองค่าเหนื่อยสูงอย่างพี่เรา นาเซอร์ บาราซิต ไม่รู้มีเหตุจากสภาพร่างกายหรือปัญหาใดคิดในมุมไหน เกมนี้ไม่เห็นแม้แต่ออกไปวอร์ม มีเพียง ลามุส จอหนสัน ที่ฟอร์มฝืดสุดยิ่งเรียกความพร้อมไปไกลราวฮาล์ฟมาราธอนสุดท้ายก็ได้แค่ยืนปรบมือ ไม่เปลี่ยนแม้ตัวสดกำลังขาดีประสบการณ์ดีมายิงจุดโทษ



ใช่ครับทีมงานโค้ช ใช้ผู้เล่น 12 คนในเกมรอบชิงบอลถ้วยที่โรมรัน 120 นาที ขณะที่ฝั่งตรงข้ามใส่เต็มเม็ด 15 คน ช่วงบรรยายผมอดพูดไม่ได้ ตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่เปลี่ยนตัวจนคิดย้อนจากวันที่เขียนคุณผู้ชมคงแอบรำคาญ



เมื่อเกมปกติยิงไม่ได้แม้จะใกล้เคียงแค่ไหนสุดท้ายก็ไปเสี่ยงดวงที่จุดโทษผลก็ออกมาอย่างที่ทราบ แต่หลังจากจบเกมนี่สิมีเรื่องให้คิดต่ออีกมาก



After Game Over Another Game Begins

นัยสำคัญที่แฝงในรายชื่อนี้คืออะไรที่คุณคิดกัน จากอดีตความสำเร็จที่มาจากการลงเม็ดเงินไปกับผู้เล่นต่างชาติที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เหนือกว่าทีมอื่น แน่นอนมันแลกมาด้วยการจ่ายที่แพงกว่า ไล่มาตั้งแต่กองหน้าแอฟริกาอย่าง 2 แฟร้งทั้ง อาเชียมปง – โอฮานซา คาเมโล กอนซาเลซ ออสมา อิบันเญซ โก ซุน กิ กิลแบร์โต้ มาเชนา ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ฯลฯ



เช่นกันกับตัวผู้เล่นไทยระดับท็อปของประเทศจนหลายคนยอมรับว่าช่วงรุ่งเรืองที่สุดคว้าแชมป์ชนิดทีมร่วมลีกได้แต่มอง ปัจจัยหลักที่หนักแน่นไม่แพ้ต่างชาติคือตัวไทยบิ๊กเนมที่เหนือกว่าเพื่อน ธีราทร บุญมาทัน สุเชาว์นุชนุ่ม จักรพันธ์ แก้วพรม ซารีฟ สายนุ้ย



หลายครั้งมีคนวิจารณ์การทำงานของประธานสโมสรอย่างคุณเนวิน ชิดชอบ ว่าเสกความสำเร็จด้วยเงินทุนที่มากกว่า พร้อมกว่าทั้งในเรื่องเรื่องผู้เล่น ศาสตร์ต่างๆของเกมลูกหนังทั้งโค้ชต่างแดน หรือแม้แต่ระบบฟื้นฟูดูแลสภาพนักเตะ ข่าวแว่วออกมาเสมอว่าผู้เล่นบุรีรัมย์ค่าเหนื่อยมหาศาล ทีมพร้อมทุ่มเสมอแต่แลกมาด้วยการซ้อมการเป็นอยู่มากระเบียบวินัย สามทุ่มสี่ทุ่มปิดไฟปิดห้องนอนหลายคนแซวว่าคล้ายแคมป์ทหารมากกว่าค่ายนักกีฬา



ผลที่ออกมาคือภาพที่เราคุ้นเคย บุรีรัมย์เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลไทยปัจจุบันไร้พ่ายทั้งฤดูกาลก็ทำมาแล้ว ในสนามพวกเขาฟิตกว่าใครเล่นยังไงก็ไม่มีหมด 15 นาทีสุดท้ายทีมไหนยุบตายสถานเดียว เล่นสามวันเกมก็ไม่ใช่ปัญหาบอลเอเชียเข้า 8 ทีมก็ทำมาแล้ว ผู้เล่นเก๋ามีศักยภาพแบกทีมได้ สร้างความแตกต่างได้ ตัวสดดาวรุ่งก็ขึ้นมาไม่ขาดสาย เป็นแบบนี่อยู่พักใหญ่จนมีทีมอย่าง SCG เมืองทอง ชุดรวมดาราทีมชาติไทยนั่นแหละหยุดพวกเขาได้ ซึ่งก็เป็นปีที่ ดิโอโก้ เล่นไม่ได้ตลอดฤดูกาลอีกด้วย



ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร ราวกับพวกเขาต้องการพิสูจน์ว่าระบบการลงทุนไปกับเยาวชนจะเป็นอาวุธหลักเก็บชัยชนะพาทีมไปสู่แชมป์ แม้ในลีกจะทุลักทุเลยังไม่สามารถการันตีใดว่าจะจบด้วยการป้องกันแชมป์ เพราะชะตาชีวิตแชมป์ไม่ได้อยู่ในมือพวกเขาอีกต่อไปหาก 3 เกม 9 แต้มก็ใช่ว่าจะแชมป์

เอฟเอ คัพ ยุติเส้นทาง ไปแล้ว



หากแต่พิสูจน์ด้วยแชมป์ ลีก คัพ ก็ยืดอกได้ไม่อายใครมองกลับไปที่ประจวบแม้จะไม่เต็มสูบจากผู้เล่นทีมยืมตัวมาแล้วลงไม่ได้ ทว่า 11 คนในสนามต่างก็เขี้ยวลากดินทั้งนั้น ซึ่งผลออกมาก็ร่วงอย่างที่ว่าไว้ในท่อนบน การพลาดแชมป์และแพ้ทั้งที่ประกาศเอาทุกแชมป์แบบนี้ต้องมีเหตุผล



ผมเองก็ไม่ใช่วงในสามารถต่อสายถึงคุณเนวิน แล้วจะได้คำตอบโดยตรงแบบไม่ต้องตีความ ยากจะหาบทสรุป ได้แค่สุ่มเดาว่าคราวนี้ องค์กรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่ายั่งยืนในโลกลูกหนังนั่นคือการสร้างทีมจากแกนเยาวชน



ก้าวที่กล้าเสี่ยง

หากทำได้ไอเดียนี้ยั่งยืนแน่ๆ ในรูปแบบการซื้อการดึงผู้เล่นที่พร้อมใช้อยู่แล้วมา Blend รวมให้เขากับวิธีการวิถีทางย่อมง่ายกว่าแต่ตามมาด้วยงบประมาณ เงินทุนที่ต้องลงไปยิ่งภาวะฟุตบอลที่เงินเฟ้อ ค่าตัวค่าเหนื่อยหูฉี่ยิ่งกว่าหมอมือดีที่คิดค้นยารักษาคนทั้งโลก หรือนักวิทยาศาสตร์ คิดไม่ออกเลยว่าแต่ละปีทีมไทยลีกลงไปกับค่าเหนื่อยผู้เล่นสักเท่าไหร่



ยิ่งต่างชาติไม่ต้องพูดถึงตัวท็อปทีมใหญ่เดือนเป็นล้านบาท เด็กไทยตัวติดธงหากฝีเท้าดีหน้าตาขายได้มีแฟนคลับผลงานในมาตรฐานที่ดี หลายๆแสนเกือบล้านก็มีอยู่ ไล่ลงมาแต่ยังไงนักเตะในไทยลีกเดือนหนึ่งจับเงินแสนแน่



หากจะไม่ถึงก็เพราะมาจากกลุ่มเยาวชนนี่แหละเพราะเงินค่าจ้างค่อยๆขึ้นเป็นขั้นลำดับเว้นแต่ย้ายทีมนั่นถึงจะก้าวกระโดด จากที่เคยนั่งสัมภาษณ์กันแบบประจัญหน้า คุณเนวิน เคยพูดเรื่องนี้บ่อยครั้ง



“ เป้าหมายที่ทำมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั่นคือนักเตะอายุน้อยๆลงสนาม ทั้งในไทยลีกและ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อเก็บประสบการณ์และพัฒนาทีมไปพร้อมๆกัน ตอนนี้เราได้เห็น ศุภชัย ใจเด็ด ศุภโชค สารชาติ รัตนากร ใหม่คามิ พวกนี้อายุยังไม่ 20 ปีดีเลยแต่ฟอร์มการเล่น ศักยภาพร่างกาย สามารถขึ้นไปเบียดซูเปอร์สตาร์ทีมชาติรุ่นพี่ได้แล้ว นี่คือจุดต่างของเด็กที่เติบโตมาจากระบบการสร้างการฝึกซ้อมของ บุรีรัมย์ แตกต่างจากอคาเดมี่ของทีมอื่นอย่างชัดเจน”



“ขอยกตัวอย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ อยู่กับเรา ทีมพยายามแล้วหาที่ลงไม่ได้จริงๆแล้วเป็นยังไงไป บางกอกกลาสส์ เอฟซี กลายเป็นนักเตะตัวจริงคนสำคัญ เป็นคนที่กองเชียร์ถามหาในทีมชาติ นี่คือความต่างของเยาวชน บุรีรัมย์ เป็นดอกผลที่มาจากการทุ่มเทสร้างอคาเดมี่ลงไป”



“เชื่อเถอะการสร้างผู้เล่นขึ้นมาเองมันมีข้อดีเยอะมาก ไม่ใช่ภาระที่ถูกผลักมา เงินลงทุนน้อยกว่า ตอนนี้นักเตะไทยฝีเท้าดีอายุน้อยราคามันสูง 5 ล้านบาทซื้อไม่ได้หรอก ที่สำคัญทีมได้คนที่รู้จักทีมจริงๆ รักทีมจริงๆให้ใจกับเราเต็มเปี่ยม อย่าง อานนท์ ตอนนี้มีสัญญายืมและซื้อขายขาดในราคา 19 ล้านบาท ซึ่งยินดีหากมีการซื้อเข้ามาเพราะเราสามารถเอาไปพัฒนาสร้างนักเตะขึ้นมาใหม่ได้อีก” นี่คือส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ยาวที่ผมคุยกับเขาแล้วเขียนในคุณผ่านได้ผ่านตาที่ a day bulletin ฉบับที่ 321 1 ตุลาคม 2018



พร้อมย้ำอีกครั้งในการสัมภษณ์หลายที่ ชัดที่สุดที่ผมผ่านตาคือรายการ ไทยลีกเวิลด์ : ปรัชญาการสร้างดาวรุ่งสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2019 นักเตะต่างชาติที่มาบุรีรัมย์ นอกจากพาทีมประสบความสำเร็จ อีกหน้าที่สำคัญคือสอนให้ผู้เล่นดาวรุ่งบุรีรัมย์พัฒนาให้รอบด้านทั้งทักษะ ความสามารถในสนามวิธีการวางตัวให้เป็ฯมืออาชีพยกระดับทีมให้สูงขึ้น หวังใจว่าวันหนึ่ง บุรีรัมย์ทีมนี้อาจไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่นต่างชาติอีกต่อไป เช่น เจลีก เคลีก ที่เอาตัวต่างชาติมาต่อยอดออกผลเพื่อเก็บกิน



ดีอยู่แล้วจะเปลี่ยนทำไม

กับคำถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนในเมื่อแบบเดิมก็ทได้ทุนมีความสำเร็จก็เห็นผลคำตอบที่ได้ออกมาน่าสนใจ บุรีรัมย์คือทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลีก หากไม่กล้าเปลี่ยนแปลงแล้วใครจะเปลี่ยน ซึ่งการเปลี่ยนก็มีเหตุที่ดีรองรับทั้งเม็ดเงินที่ได้กลับมา การสร้างบุคลากรที่มั่นใจเพราะสร้างมาเอวเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก

หากยังกล้าเสี่ยงกับผู้เล่นต่างชาติราคาแพงที่ไม่รู้จัก ได้เห็นแค่วิดีโอ สถิติและการเล่นไม่กี่ครั้ง ทำไมจะไม่กล้าเสี่ยงกับเด็กที่สร้างมาเองผ่านระบบที่ออกแบบดูแลแทบทุกขั้นตอน ได้เห็นผ่านตาตัวเองอยู่เสมอฝึกบ่มเพาะมากับมือได้เรื่องร่างกาย ความมุ่งทะเยอทะยาน ระเบียบวินัยตามพิมพ์เขียวที่ร่างไว้ด้วยปรสบการณ์การทำทีมกว่าทศวรรษ



“เด็กบุรีรัมย์ อะคาเดมีย” ที่ท่านประธานกล้าเรียกว่านี่คือลูกของเขาจากวิธีคิดแบบนี้ บางทีความเสี่ยงอาจจะไม่มีอีกต่อไป ไม่สิพูดบนโลกของความเป็นจริงสิ่งที่บุรีรัมย์ ทำให้เราเห็นแล้วในฤดูกาลนี้อาจจะเสี่ยงน้อยลงกว่าเคยที่ทุ่มกับตัวต่างชาติก็ได้



ทว่าที่ออกมาทำเอาแฟนบอลวงกว้างงงกันเป็นแทบคงไม่ทันคิดว่า “ปราสาทสายฟ้า” จะกล้าเสี่ยงขนาดนี้ เสี่ยงป้องกันแชมป์ ไล่ล่แชมป์จากลูกๆอะคาเดมีย์ ที่เติบโตไม่ได้ฝากความหวังไว้กับต่างชาติอย่างที่เคย กล้าพูด แล้วทำตามคำพูด แถมประกาศเอาทุกแชมป์เสียด้วยทั้งที่รู้แน่ว่าหากไม่ได้อาการโดนถล่มจะตามมา

มองไกลไปอนาคตต่อให้ปีนี้พวกเขามือเปล่าจริงๆ จะมือเปล่าครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มเก็บเกี่ยวความสำเร็จในปี 2009 ยุคโค้ชแต๊ก อรรถพล บุษปาคมผู้ล่วงลับ ก็ไม่มีอะไรเสียหายมองอย่างมีเหตุผลก็เข้าใจได้ในนโยบายที่เปลี่ยนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภาพใหญ่อาจจะดีต่อฟุตบอลไทยที่แชมป์ไม่ได้ผูกขาดเหมือนเคยๆ

แต่สิ่งที่ บุรีรัมย์ เป็นทีมน่าอิจฉาที่สุดในตอนนี้ก็เพราะพวกเขามองเห็นแกนหลักเกินครึ่งทีมแล้ววที่สามารถใช้ได้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าหากพัฒนาศักยภาพได้ต่อเนื่องและเกาะกลุ่มไปด้วยกัน จะใครเสียอีกละ ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา รัตนากร ใหม่คามิ ไง เด็กที่แพ้เกมนัดชิงนั่นแหละ



คิดดูสิถ้า สุภโชค เก็บประสบการณ์มากขึ้นกินตัวได้จนเป็นรูทีมอย่างที่เราเห็น แหวกสาม จบคมกว่าเดิมเพิ่มเติมคือมองเห็ฯเกมที่กว้างขึ้นหาเพื่อนที่โอกาสดีกว่าได้บ่อยครั้งขึ้น



คิดดูสิถ้า ศศลักษณ์ ยกระดับการเล่นทั้งบู๊บุ๋นเล่น 2 เท้ามีบอลรุกจากแนวลึกจนทำได้เป็นเรื่องปกติ



คิดดูสิถ้า รัตนากร กลายเป็นกลางไฮบริดที่ตัดเกมได้ดีเปิดเกมเองได้ยิงไกลได้ เปลี่ยน BOX TO BOX จากประตูถึงประตู



คิดดูสิ ศุภชัย ศุภณัฏฐ์ กลายเป็นคู่หน้าทีมชาติไทยที่พักบอลดีจบคมกริบ คู่กับตัวเล็กที่เร็วจัดคล่องแคล่วไปกับบอลจบได้สองเท้า



คิดดูสิถ้าสถาบันลูกหนังของสโมสรผลิตตัว Edit แบบนี้ออกมาได้อีก น่าอิจฉาไหมละ

คิดดูสิถ้าชื่อที่ยกตตัวอย่างมา บุรีรัมย์ ขายจะได้ค่าตัวเท่าไหร่



สุดท้ายคงต้องไม่ลืมกันครับว่าทุกการลงทุนมีความเส่ยง ทุกความเสี่ยงเป็ฯเหรียญสองด้านต้องรับให้ได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังเสี่ยงอยู่ และอีกสามนัดเราจะสรุปได้ว่าผลเฉพาะในการเสี่ยงครั้งออกมาเข้าเนื้อขนาดไหนมือเปล่าก็คิดเสียหยุดตั้งหลักเพื่อก้าวไปข้างหน้าที่แกร่งและก้าวได้ไกลกว่าเคย



แถมในขณะที่มีเสียงกร่นด่า แซว ปรามาส ดูถูกลึกๆผมกลับรู้สึกว่า บุรีรัมย์ กำลังออกวิ่งนำทีมอื่นๆไปอีกแล้ว ในเรื่องกการวางแผนระยะยาว

เพียงแต่ต้องฟันฝ่าจากคำว่า เพ้อเจ้อ ที่คนอื่นมองมาให้กลายเป็น ศรัทธา ในสายตาคนรอบข้างให้ได้ก่อน
SHARE
Writer
Tocktum
Fat-Daddy
ผม ต็อกตั้ม ผมชอบกีฬา สังคม วิจารณ์ แลกเปลี่ยนความเห็น ชอบสังเกตไปกับมันเช่นกัน เพราะเชื่อว่าการได้ฟังความต่างก็อาจเกิดปัญาได้ไม่ยาก มามะเพิ่มเติมมุมมุกความคิดกัน

Comments