3 วิธีง่ายๆ เปลี่ยนจุดอ่อน..ให้กลายเป็นจุดแข็ง
แม้ชีวิตของคนที่เคยยากจน มีหนี้สิน ยังกลายเป็นเศรษฐีได้ หรือเด็กที่เคยเกเร พอโตมาก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ มีครอบครัวที่อบอุ่นได้ พวกเขาสามารถพลิกชีวิตที่ติดลบให้กลายเป็นบวกได้ เพราะพวกเขาเจอจุดเปลี่ยนของชีวิต และคิดเป็น คือ เชื่อว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เชื่อมั่นและตัดสินใจที่จะเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตซะใหม่ แล้วลงมือทำทันที

ถ้าคนที่มีชีวิตติดลบสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตได้ขนาดนั้น เราเองถ้าอยากจะเปลี่ยนแค่นิสัยบางอย่าง เราก็สามารถทำได้ง่ายกว่าพวกเขาอยู่แล้ว ถึงเวลาให้ตัวเองเป็นคนใหม่กันได้หรือยัง ลองอนุญาตให้ตัวเองดูดีขึ้นในแบบที่เราเป็น มีความสุขขึ้นในแบบที่เราพอใจ นิสัยดีขึ้นในแบบที่เราอยากได้ แล้วอย่าลืมซึมซับความสุขที่เป็นเราในตอนนี้ซะนะ เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นเราในเวอร์ชันใหม่ได้แล้ว เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างในตอนนี้ไม่ได้แล้วล่ะ มีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะสิ

หากเราเคยมีความเชื่อที่คิดว่าเราทำไม่ได้ นั่นก็เป็นความคิดซ้ำๆ ที่เราคิดเอง ตัดสินเอาเอง แล้วก็ไม่มีความสุขเสียเอง เรายังไม่รู้จักตัวเองดีสักหน่อย เพราะถ้าเราคิดว่าเรารู้จักตัวเองดีจริง ทำไมเราไม่รู้ล่ะว่าเรามีความสามารถถึงขั้นไหน ทำไมบางอย่างที่เราเคยคิดว่าทำไม่ได้ หรือไม่ชอบ แต่พอลองเปิดใจ ลงมือทำก็ปรากฏว่าทำได้ดีซะด้วย ลองลืมๆ ความเชื่อนั้นไป แล้วคิดถึงพวกเขา (คนเจ๋งๆ อย่างในย่อหน้าแรก) ในเมื่อพวกเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้สิ

และบทความนี้เราจะแก้ปัญหากันให้ตรงจุด เพราะจุดอ่อนของบางคน คือจุดแข็งที่รอการเติบโต เปลี่ยนจุดอ่อนที่ทำให้ชีวิตติดลบ ย้ายไปเป็นจุดแข็งที่ทำให้ชีวิตคิดบวกกันซะเลย เรากำลังจะยกตัวอย่างจุดอ่อน 10 อย่างนี้ ถ้าตรงใจข้อไหน ลองเปลี่ยนแปลงมันซะตอนนี้เลย และถ้าคุณมีโอกาสได้มาอ่านบทความนี้ แสดงว่าคุณเปิดโอกาสตัวเองให้ได้ไปต่อเป็นคุณเวอร์ชั่นใหม่กันแล้วล่ะ
ชมภาพตัวอย่างได้ที่เว็บ https://cheer-up.lnwshop.com/b/47 ถ้าเราดูจากนิสัยแดนบวก (สีน้ำเงิน) หรือแดนลบ (สีแดง) เราจะเห็นได้ว่า นิสัยฝั่งซ้าย (แดนลบ) เป็นนิสัยที่มาจากความคิดลบ และนึกถึงตัวเองเป็นหลัก ส่วนนิสัยฝั่งขวา (แดนบวก) เป็นนิสัยที่มีพื้นฐานจากการคิดบวก และนำไปสู่การทำประโยชน์เพื่อผู้คนและทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้ จากนิสัยทั้ง 10 ข้อนี้ เรามีวิธีเปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง ด้วยวิธีง่ายๆ 3 ข้อ ดังนี้

1. รู้ตัวและยอมรับ
- รู้ตัวว่านิสัยที่มีเป็นจุดอ่อนหรือจุดแข็ง (เป็นนิสัยด้านลบหรือด้านบวก) คิดถึงผลกระทบที่ผ่านมาว่า นิสัยที่เป็นจุดอ่อนของเรานั้น ทำให้เราลำบาก ไม่มีความสุข หรือเดือดร้อนใครหรือไม่ หรือจุดอ่อนนั้นเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราไม่สามารถทำเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ให้เป็นจริงหรือไม่ (การคิดถึงผลกระทบของจุดอ่อนทำให้เรารู้ถึงความสำคัญของการเปลี่ยนนิสัยให้ดีขึ้น)

- ยอมรับและเชื่อมั่นว่าเราเปลี่ยนได้ จะได้ไปต่อ แต่ถ้าไม่ยอมรับจะไปต่อได้ยาก


2. ตัดสินใจและลงมือทำ
- เลือกจุดอ่อนเพียง 1 ข้อเท่านั้น ปรับกันทีละข้อ โฟกัสกันทีละเรื่อง

- ตั้งเป้าหมายในจุดแข็งของนิสัยนั้น เช่น ถ้าเราติดเพอร์เฟคเกินไป เราตั้งเป้าหมายว่า “เราทำงานอย่างมืออาชีพ”

- เขียนเป้าหมายจุดแข็งนั้นลงในสมุดไดอารี่ (Diary) เพื่อจะได้จดจำและทบทวนบ่อยๆ อาจจะเขียนลงไปในแผนรายเดือนเพื่อฝึกนิสัยใหม่ก็ได้

- หาวิธีคิดหรือวิธีการที่จะช่วยให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง เช่น ถ้าต้องการเปลี่ยนจุดอ่อนที่ทำงานติดเพอร์เฟค ขาดความยืดหยุ่น ให้กลายเป็นคนที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
1) เน้นความเป็นเลิศก็จริง แต่ปล่อยวางผลลัพธ์
2) ฝึกฝนทักษะที่มีให้ชำนาญ จะได้ไม่แก้แล้วแก้อีก
3) หากทำงานร่วมกับคนอื่น ยืดหยุ่นและเชื่อใจเพื่อนร่วมงานให้มากขึ้น
4) สอบถามเพื่อนร่วมงานว่า ทำงานด้วยกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง มีข้อเสนอแนะหรือไม่ เพราะบางครั้งเขาทำงานร่วมกับเรา เขาอาจจะรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำให้ดีที่สุดทุกครั้งเวลาทำงานร่วมกันกับเราก็เป็นได้


3. ทบทวนและให้รางวัล
- ทบทวนตัวเองทุกวัน ด้วยการเขียนบันทึกลงไปในไดอารี่ เขียนขอบคุณตัวเองว่ามีการพัฒนานิสัยให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง หรือถ้ามีส่วนไหนที่ต้องปรับก็เขียนบันทึกว่าเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง จะช่วยให้เราจดจำและซึมซับด้านดี และจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อครบหนึ่งเดือน ลองอ่านทบทวนบันทึกที่เขียนไว้ในไดอารี่ เราจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น และรู้เลยว่าเรามาไกลจากนิสัยเดิมแล้ว

- ชื่นชมและให้รางวัลตัวเอง เมื่อครบ 1 เดือน หรืออาจจะให้รางวัลรายสัปดาห์หรือรายวัน ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแรงจูงใจมากน้อยแค่ไหน การเปลี่ยนนิสัยได้ 1 อย่าง จะทำให้เรามีความมั่นใจว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น และกล้าที่จะทำตามเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ

อย่าได้ละเลยจุดอ่อนที่เรากังวลอยู่กับมันทุกวัน 
เพราะมันกำลังส่งสัญญาณว่า ถ้าเราไม่ปรับปรุง 
หรือโฟกัสในด้านบวกของนิสัยนั้นแทน 
โอกาสที่เราจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม 
หรือทำเป้าหมายชีวิตให้สำเร็จนั้น..ก็ไกลเกินเอื้อม 

นิสัย ความคิด เหมือนมีด ยิ่งลับยิ่งคม ยิ่งปรับนิสัย นิสัยยิ่งดีขึ้น ยิ่งปรับความคิด ความคิดยิ่งเฉียบคม การคิดบวกเป็นทักษะช่วยปรับนิสัยของเราให้ดีขึ้นได้ง่ายๆ เพราะเมื่อเราคิดบวกแล้ว เราจะโฟกัสในด้านบวก มองปัญหาอุปสรรคเป็นความท้าทาย มองทุกอย่างเป็นโอกาสและเจอทางออกได้ง่ายขึ้น และเมื่อเรามองโลกภายนอกในแง่บวก เราก็จะมองโลกภายในใจของเราเป็นแง่บวกตามไปด้วย แล้วเราก็จะค่อยๆ เผยด้านบวกที่มีในตัวเองออกมา มีพลังทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น เชื่อมั่นและรักตัวเองมากขึ้นด้วย 

และวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราคิดบวก ก็คือ การเขียนขอบคุณลงไปในไดอารี่ทุกๆ วัน เพื่อให้เรามองชีวิตในด้านบวก และมองตัวเองในด้านบวก มีแรงที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อรับความสุขและความสำเร็จได้มากขึ้น

เวลามีจำกัด เพื่อให้เราเลือกลงมือทำในสิ่งที่สำคัญกับชีวิตจริงๆ หากเราไม่ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในวันนี้ เราก็จะผัดผ่อนไปเรื่อยๆ สะสมความทุกข์ใจไปเรื่อยๆ และรู้สึกไม่เป็นอิสระสักที เพราะนั่นคือจุดแข็ง คือพรสวรรค์ของเรา การพัฒนาจุดแข็งจะช่วยให้เราได้รับโอกาสดีๆ ที่ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหน ก็จะช่วยเสริมให้เราทำงานได้อย่างมืออาชีพ และเราก็จะเลือกอาชีพจากจุดแข็งพวกนี้ 

ดังนั้น การรู้จักและเข้าใจตัวเองจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะทำให้เราเปลี่ยนชีวิตไปสู่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ลองฟังเสียงภายในใจที่กำลังรอคอยให้เราหันกลับมาใส่ใจตัวเอง ไม่มีใครเปลี่ยนเราได้ หากเราไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง


อ้างอิง
 - https://prosky.co/careerbuzz/articles/6-steps-to-turning-your-weakness-into-your-greatest-strengths/
- https://motivationgrid.com/turn-your-weaknesses-into-strengths/


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments