นี้กูเรียนเกษตรจริงๆหรอ??
คนเรียนเกษตร ก็ถ้าคนอื่นคิด ก็ต้องเรียนเกี่ยวกับพืชผัก ต้นข้าวต้นหญ้า อะไรพวกนี้ใช่ไหมละ ตอนที่เราเลือกเรียนคณะนี้ก็คิดอย่างงันแหละ เพราะว่าเราชอบปลูกต้นไม้

แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เรียนเกษตรเข้าสู่ปีที่สาม ก็ถ้าไม่นับวิชาบังคับแล้วนั้น ข้าพเจ้าเองก็แทบไม่ได้แตะอะไรเกี่ยวกับต้นไม้เลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาภาคของข้าพเจ้า ที่นั่งคิดแล้วคิดอีกว่า

นี้สรุปจริงๆแล้ว กูเรียนเกษตรจริงหรอวะ...
ในคณะเกษตร มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

มีสาขาให้เลือกเรียนมากมาย ตั้งแต่วิทยาศาสตร์เกษตร(แบ่งแยกได้อีกเจ็ดสาขา) เคมีการเกษตร เกษตรเขตร้อน(ทั้งนานาชาติและภาคไทย) สัตวศาสตร์ คหกรรม (ก็ถ้าลืมภาคไหนก็อย่าว่านะ)

ซึ่งเราเลือกเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์เกษตร(อย่างงงๆ) ก่อนที่จะมาเลือกภาคอีกที่ตอนปีสอง

มีภาคให้เลือกทั้งหมดเจ็ดภาคอันได้แก่ พืชไร่ พืชสวน ปฐพี กีฏ โรคพืช ส่งเสริม และเกษตรกล(ปีนี้แยกออกมาเป็นภาคใหญ่ รับนิสิตตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วจ้า)

อันตัวเรานั้นมีความชื่นชอบในการคำนวน เรียนอะไรที่เกี่ยวกับโครงสร้าง และหลายๆอย่างเกี่ยวกับศาสตร์ทางวิศวกรรม

ก็คนมันอยากเรียนวิศวะนิเนอะ

ก็เลยเลือกเรียนเกษตรกล หรือว่าเทคโนโลยีระบบเกษตร

ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า "ในสาขาอื่นๆอะเราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ อีกทั้งพืชไร่พืชสวนเองก็เป็นสาขาที่มีอัตราการแข่งขันค่อนข้างสูง อันตัวเราที่เกรดแทบจะโดนไทร์เนี่ย ไม่น่าจะติด งันเลือกเกษตรกลเนี่ยแหละ เหมาะกับผู้หญิงลุยๆ และที่สำคัญเหมาะกับคนขี้เกียจเช่นตรู"

เหมาะกับคนขี้เกียจยังไง มาม๊ะ จะมาเล่าให้อ่าน



คืออย่างนี้จ้า ไอ้เทคโนโลยีระบบเกษตรเนี่ย มันก็จะเรียนเกี่ยวกับทุกeverything พวกเครื่องจักรต่างๆ เครื่องทุนแรงในการทำงานเกี่ยวกับการเกษตร อะไรพวกเนี่ย

อย่างปกติใช่ไหมเราจะรดน้ำต้นไม้อะ เราก็จะใช้สายยางรด แต่พอเรียนสาขานี้นะจ๊ะ เขาจะมีการนำเอาระบบน้ำเข้ามาใช่ 

อ๊า ทุกคนก็จะบอกว่า แหม่ คนอื่นเขาก็ใช้สปริงเกอร์กันแล้ว 

ไม่จ้าาา ภาคฉันไปไกลกว่านั้น ก็บอกแล้วว่ามันเหมาะกับคนขี้เกียจอย่างฉัน

นั้นก็คือการเอาระบบทามเมอร์ ตั้งเวลาไปเลยจ้า ว่าอยากจะให้เปิดให้ปิดตอนไหน หรือจะเอาแบบตั้งไปเลยว่าถ้าความชื้นเท่่านี้ ก็ให้มันเปิดเลย อะไรแบบนี้

เซตระบบครั้งเดี่ยว อยู่ได้นาน แค่นั่งๆเล่นๆนอนอยู่บนเตียงก็รดน้ำต้นไม้ได้แล้ว

มันช่างเหมาะจริงๆกับคนขี้เกียจเช่นเราเป็นต้น

แต่ว่า กว่าจะสบายได้ มันไม่ง่ายนะสิ

เพราะหนึ่งเลย คุณต้องเรียนในศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมเยอะมาก แต่ถ้าให้เทียบแล้วก็ยังเบาๆอยู่

ก็อาทิ ต้องเรียนแคล(แล้วอาจารย์พูดว่า หาคนชอบคณิตในหมู่คนหนีคณิตเนี่ย มันหายาก คนเข้าภาคนี้เลยค่อนข้างน้อย) กลศาสตร์ ชลศาสตร์ คอม เป็นต้น

โอเค อย่างน้อยๆก็ชอบอยู่พอตัว มันคงไม่ยากอะไรมากมายย

แต่ว่า... มันไม่ได้มีแค่นั้นสิ

เทอมแรก เรียนถอดประกอบเครื่องจักรจ้า  ถอดเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล

ว่างๆรถพัง ก็เอารถเข้าช็อปซ่อมเอง เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเอง จนเราแทบไม่เอารถเข้าร้านเลยถ้าไม่จำเป็น

เรียนเรื่องโดรนงี่ ถ้าอาจารย์ไม่เกรงใจกฏหมาย ก็คงจะเอามาให้เล่นแล้ว

เรียนเรื่องนวัตกรรมต่างๆที่มีการเอามาใช้ในการเกษตร พวกโรงเรือน ระบบน้ำ อะไรพวกนี้

เรียนเรื่องการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรโดยใช้เครื่องจักร อย่างพวกเครื่องอบไรพวกเนี่ย(ยังไม่ทันได้เรียน) 

อันนี้ยังดูเข้ากับคณะเกษตรอยู่

แต่อันต่อมาเนี่ยสิ เราเองก็พยายามถามอยู่ว่า กูเรียนเกษตรจริงๆเปล่า

นั้นก็คือการเรียนงานช่าง ช่างจริงๆเลยจ้า

เชื่อมเหล็กตาวิ้งไปหลายอาทิตย์ เรียนรู้การตัดไม้ เข้าไม้ และทำโต๊ะ(ปีเราทำโต๊ะ ปีก่อนหน้าทำเก้าอี้) ถามว่าได้เรียนแบบนี้แล้วมาบ่นเนี่ย ชอบเปล่า

บอกเลยว่าโคตรชอบ มันสนุกไง

หรือแบบเรียนวาดภาพ ดรออิ้ง ลอกลายโครงสร้าง โรงเรือนต่างๆ 

ลามไปถึงนั่งเรียน AutoCAD วาดภาพโรงเรือนเลี้ยงสุกร 

ว้าว ตรูเรียนเกษตรจริงๆนะ
เป็นการเรียนเกษตร ที่เพื่อนวิศวะยังพูดว่า มึงเรียนขนาดนี้ มาเรียนวิศวะกับกูไหม กูยังไม่เคยจะได้เชื่อมเหล็ก หรือถอดประกอบเครื่องยนต์เลย

ก็อะนะ 55555555

นี้ยังไม่รวมถึงการนั่งเขียนโปรแกรม ต่อกับบอร์ด เพื่อสั่งงานระบบ หรือให้ระบบมันอ่านค่าแล้วเอาไปสั่งการระบบน้ำ พัดลมในโรงเรือน การเปิดปิดไฟพวกนี้อีกนะ

คิดดูเถอะว่าเอาเด็กโง่คอมอย่างเราไปเรียนเรื่องพวกนี้(ได้ข่าวว่าอยากลงเอง) โคตรจะชิบหาย เพราะเขียนไม่ค่อยเป็น จนต้องไปร้องขอให้เด็กวิศวะคอมมาช่วย

เด็กวิศวะเองยังงงๆกับการบ้านและโจทย์ต่างๆ พร้อมกับถามมาว่า เรียนเกษตรมันต้องเรียนพวกนี้ด้วยหรอ

ก็นั้นแหละ มันคือสิ่งที่ภาคเราเรียน

เวลามีใครถามว่าเรียนเกษตร ก็เรียนเกี่ยวกับพืช เกี่ยวกับผัก 

เราขอค้านหัวชนฝาไปเลยว่า ไม่จริงเสมอไป

เราแทบไม่ได้จับต้นไม้เลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่วิชาบังคับที่ต้องลงเรียน หรือว่าอยากจะปลูกต้นไม้เองสวยๆหน้าช็อป เพราะเรียนรู้การไถแปลงด้วยรถไถแล้ว วิชาอื่นๆเราก็เรียนพืชแค่ในอุดมคติทั้งนั้นเลย

คณะเกษตรมีอะไรให้น่าเรียนกว่านั้น โดยเฉพาะภาคของเราที่เราดูวิชาที่เรียนแล้วอยากจะเปอร์เรียนสักห้าปีเพราะหน่วยกิตไม่พอลง แต่คิดไปคิดมา ตรูเรียนต่อ ป.โท จะดีกว่า

การเกษตรมันพัฒนาไปได้ไกลมากแล้วนะ เพียงแต่ว่าเกษตรกรไทยยังคงโดนครอบงำด้วยหลายๆอย่าง อย่างแรกเลยก็คือค่านิยมทางสังคม ปัญหาหนีสิ้น และการไม่ได้การสนับสนุนจากภาครัฐที่มากพอ อ๋อ อีกอย่าง การไม่กล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆด้วย

การปลูกผักทุกวันนี้ก็ไม่จำเป็นว่าต้องปลูกลงดินเสมอไป ปุ๋ยเองก็ไม่จำเป็นต้องเป็นปุ๋ยเคมีเสมอไป เกษตรกรเองก็ไม่จำเป็นต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้แดดอยู่ทุกวันเสมอไปก็ได้

เคยมีอาจารย์พูดไว้ว่า

...ความขี้เกียจทำให้เกิดความสบาย แต่ต้องสบายอย่างเกิดปัญญา...

และปัญญานั้น ก็คือนวัตกรรม

เพียงเราคิดนำเอานวัตกรรม มาผสมกับปัญญา ความรู้ ความเป็นจริงและความขี้เกียจ เชื่อสิ เทคโนโลยีทางการเกษตรไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก

ก็คอยดูสิ ในอนาคต ภาควิชาเกษตรกลวิธาน อาจจะมีอะไรให้เรียนมากกว่าพืช จนมันต้องมีเด็กพูดเหมือนกับฉัน
กูเรียนเกษตรจริงใช่ไหม

เหมือนกับเรา

ขอบคุณ... ภาควิชาเกษตรกลวิธาน

ที่ทำให้เรารู้ว่า การเรียนเกษตรไม่จำเป็นต้องเรียนแค่พืชเพียงอย่างเดี่ยว

และขอบคุณมากๆเลย ที่ภาควิชานี้ ทำให้เราได้เรียนในสิ่งที่เราอยากจะเรียน ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เราไม่คิดว่าเราจะได้เจอในคณะเกษตรแห่งนี้

อ๋อ และขอบคุณที่มีนวัตกรรมที่ช่วยให้คนขี้ๆเกียจไม่ต้องลงแปลงรดน้ำเองในทุกๆวันนะคะ


SHARE

Comments