ขอบคุณนะที่เข้ามาให้เรียนรู้ ให้เติบโต
จู่ๆความรู้สึกนี้ก็แว้บเข้ามาในหัว ขอรีบบันทึกไว้หน่อยละกัน
เรารู้สึกว่าปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตเยอะมากเลย
อาจจะเพราะเรียนจบด้วยมั้ง

ตั้งแต่เรียนจบแล้ว ที่เรารู้สึกว่าเรากำลังจะได้เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองจริงๆสักที
เราอยากทำอะไร อยากได้อะไร
เราจะทำ เราจะหามาเองด้วยเงินตัวเอง
โดยที่เราไม่ขอเงินจากที่บ้านแล้ว
หอใหม่ที่กำลังอยู่ เราก็ออกค่าใช้จ่ายเอง
แม่จะให้เราก็จะปฏิเสธ
ก็เนาะ ศักดิ์ศรีลูกคนเล็กอ่ะแก
เป็นคนฟอร์มเยอะ อยากดูแลตัวเองแล้ว
ไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากเป็นแค่น้องเล็กในบ้านแล้ว

เราเริ่มจากรับงานฟรีแลนซ์เรื่อยๆตั้งแต่ตอนใกล้จบ
ทั้งคอนเทนท์ กราฟฟิก มาร์เกทติ้ง รีเสิร์ช
เราทำหมดเลย
ก็ได้เงินมาประปรายเรื่อยๆ

พอมีเงินของตัวเอง ก็จะเริ่มอยากได้นู่นได้นี่
อยากซื้อนู่นซื้อนี่มาใส่ชีวิต มาใส่บนร่างกาย
เพราะเป็นสิ่งที่ชอบมานาน หรือไม่ก็กำลังสนใจมากๆอยู่ พอได้ทำทุกอย่างเองจริงๆ มันก็พรั่งพรู อยากได้ อยากมี อยากทำ เต็มไปหมดเลย

ไลฟ์สไตล์ ความชอบ การแสดงออกของความเป็นตัวเองในด้านต่างๆไม่ว่าจะดนตรี อาหาร เสื้อผ้า เครื่องประดับ หนังสือที่อ่าน ฯลฯ มันเปลี่ยนไปเยอะมาก มันเพิ่มขอบเขตโลกของเรากว้างขึ้นมาก
หลายอย่างที่เข้ามาเป็นสิ่งใหม่
ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ พบเจอผู้คนใหม่ๆเยอะมาก
ปีนี้เราเพิ่งจะเข้าวงการสะสมแผ่นเสียงไวนิล
มันเริ่มจากที่เราเล็งๆหาเครื่องเล่นแผ่นเสียง
เพราะมีเงินเก็บประมาณนึง
เราหลงใหลและอยากได้มานานแล้ว
พอมีเงินที่หาได้เองก็ต้องจัดสักหน่อยป่ะแก แหะ
พูดเลยว่า วงการนี้ก็เจ็บๆจุกๆนะ
แผ่นไวนิลไม่ใช่ถูกๆเลยแกเอ้ยยย แต่ก็ยอมอ่ะ
ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียง เพื่อนหิ้วมาให้จากเมกาในร้านขายของมือสอง 500 บาทเท่านั้นอ่ะ
บ้ารึป่ะ !
แต่ต้องเอามาซ่อมนะ ดีที่ไทยมีร้านรับซ่อมอยู่
และนั่นเอง ที่เปิดโลกเรา ขยายขอบเขตโลกเราให้กว้างขึ้นอีก
เราพบว่าเป็นร้านที่ดีมาก ให้คำแนะนำเราดีมากๆ ใจดีมากๆ เกริ่นไว้ก่อนละกันว่าคือ ร้านบองโก
ไว้ว่างๆเราจะมารีวิวให้นะ พรุ่งนี้เราจะไปรับเครื่องเล่นเราละ


และเราก็บ้าบอ ซื้อกล้องฟิล์ม rangefinder มาใหม่ตัวหนึ่ง ทั้งๆที่ตัวเองมี SLR แล้วสองตัว มีกล้องคอมแพคอีก 2 ตัว
แต่ตัวนี้ที่ได้มาโคตรหล่อเลย 
พ่อ yashica electro 35 GL ของหนู
แต่ค่อนข้างพยศนะพ่อ แบตไฟหมดอะไรตลอดขนาดนั้น ขอเวลาเรียนรู้แปป

ซึ่งสิ่งต่างๆใหม่ๆเหล่านี้ที่เข้ามาในชีวิตเราอ่ะ
มันทำให้เรารู้สึกว่า ดีจัง ดีจังเลยที่ได้เรียนรู้ ดีจังที่ได้รู้จัก
โอเค ระหว่างทางตลอดปีเราล้ม เราลุก สลับกันไปแบบนี้เยอะมาก
วันไหนเราคิดได้ เราก็จะแฮปปี้ maniaแบบนี้แหละ
และมันก็มีวันที่เราเศร้าซึม ร้องไห้ เราเหม่อลอย มันก็มี แต่เราไม่เคยยอมแพ้เลยนะ

กับความสัมพันธ์ต่างๆก็เหมือนกัน
เหมือนจะเป็นปีแรกในชีวิตที่เพิ่งจะเข้าใจมันจริงๆ
ว่าเราไม่เคยเป็นเจ้าของความสัมพันธ์ไหนเลย
และคำว่า ตลอดไป มันไม่มีจริง แต่มันก็ดูเป็นคำที่จะเกิดขึ้นได้ในชีวิตหนึ่งชีวิตของสักคน

เราได้เรียนรู้ว่า จะสนิทมาก สนิทน้อย
ใกล้ชิดกันมากน้อยแค่ไหน
มันไม่เท่ากับคุณภาพที่คนสองคนเข้าใจตรงกันหรอก
มันไม่มีอะไรวัดได้ จนกว่าเราจะได้คุยกัน
แล้วเราจะรู้เองอ่ะว่ามันแน่นแฟ้นแค่ไหน
ระยะทาง หรือเวลา ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง
ถ้าแก่นในใจที่เรายังมีต่อกันยังเหมือนเดิม
เรายังมีความคิดถึง ความนึกถึงกันในภาพเดิมเดียวกัน

จากงานรับปริญญาเรานี่แหละ
ทำให้เราตกตะกอนสิ่งนี้ได้
บางคนที่มาหาเรา ไม่ได้คุยกันหลายสิบปี
ไม่เคยแชทคุยกัน
แต่เราเคยมีความทรงจำร่วมกัน
เคยมีบทสนทนาเกิดขึ้นกันจริงๆในช่วงชีวิตหนึ่ง
และคนเหล่านั้นก็ยังมาหาเรา
มาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพกับเราไม่กี่นาที
ทั้งๆที่เค้าก็คงเสียเวลาเดินทางมาไกลไม่รู้กี่ชั่วโมง
แต่จังหวะที่เราได้เจอหน้ากัน
พูดคุยกัน ตอนนั้นแหละที่เรารู้เลยว่า

เวลา ระยะทาง ไม่เคยทำลายความสัมพันธ์อะไรได้เลย
หากใจเรายังจูนกันในคลื่นความถี่เดียวกันอยู่


และอีกความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่เข้ามา
ความสัมพันธ์แบบ เอ้อ ยอมเปิดใจให้กับความรักครั้งแรก
ไอ้ตูบของเรา
เรายังคิดถึงแกเสมอตลอดเวลาเหมือนเดิม
ผ่านมาสามอาทิตย์แล้วที่เราไม่ได้คุยกันอีกเลย
เราก็ยังคิดถึงแกมากเท่าเดิม
แต่เราไม่ร้องไห้แล้ว
มันเป็นอารมณ์ว่า คิดถึงสิ่งดีๆ มวลดีๆ
คำเตือนดีๆ ความเป็นห่วงเราของแก
แบบ อือ เราจำแต่อะไรดีๆแทน
ทุกวันนี้มันคิดถึงแกประมาณว่า
แกจะทำอะไรอยู่นะตอนนี้ ออกจากงานเป็นไงบ้าง
ป่าที่แกไปเดินมาสนุกไหม 
แล้วตอนนี้คุยกับสาวที่ไหนอยู่ เขาคนนั้นน่ารักไหม เป็นคนดีไหม ตอบโจทย์แกไหม
เส้นทางสู่การเป็น ผอ. โรงเรียนของแกเป็นยังไง 55555555
แบบ เออ มันคิดถึงแกอ่ะ แต่มันไม่เศร้าซึมร้องไห้เหมือนตอนอาทิตย์แรกแล้ว
มันเป็นความหวังดี และอยากติดตามชีวิตแก
แต่ก็ทำได้แค่คิดถึงแหละ 😊
รู้สึกดีที่ว่า แกเข้ามาในชีวิตเรา ทำให้เราได้รับความประทับใจแรกๆแบบนี้มันก็ไม่เลว
แอบเสียดายที่เราไปไม่ถึงขั้นที่จะออกไปเจอแก
เพราะเราแพลนอะไรในหัวเต็มไปหมดเลยแหละ
อยากพาแกไปหอศิลป์นู่นนี่นั่นที่เราชอบไป
พาแกไปเวิร์คช็อปอะไรแปลกๆที่เราชอบกด interested ไปทั่วเฟซบุ๊ก
พาแกถ่ายรูป เพราะแกแม่งไม่เห็นมีรูปดีๆเลย
นี่เราคิดตลอดเลยว่าแกเรียนเดคจริงป่าววะ ทำไมไมไม่ถ่ายรูปตัวเอง ลงรูปตัวเองที่มันดีๆหน่อย 55555
พาแกไปดาดฟ้าที่เราชอบไปนั่งมองตึก มองไฟ มองพระจันทร์ มองหาดาว มองฟ้า รับลมเย็นๆที่เราชอบไป ที่ที่เราร้องไห้ให้แกครั้งแรกบนนั้นด้วยแหละ
แต่นั่นแหละ มันไม่มีโอกาสนั้นแล้วไง
ก็ไม่เป็นไร
เราจะพับเก็บแพลนนี้ไว้ให้กับคนในอนาคตของเราที่ใช่จริงๆสำหรับเราละกัน
สมน้ำหน้า อดเลยอีตูบ  แต่ก็ขอบคุณนะที่เข้ามาสอนอะไรเยอะเลย

สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตเราในปีนี้
เราขอขอบคุณไว้ก่อนละกัน😊
ขอบคุณทุกความสัมพันธ์ที่เข้ามาในชีวิต ทุกรูปแบบเลย
ขอบคุณสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตตอนนี้
เราเอนจอยกับการเรียนรู้ ศึกษา เติบโตไปกับสิ่งเหล่านี้มากๆ
มันคงเป็น phaseๆนึงในชีวิตมั้ง ที่เรากำลังเลือกที่จะใช้ชีวิตของตัวเองในแบบตัวเองจริงๆ
เราได้เลือกสิ่งที่จะยอมให้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรา
เลือกสิ่งที่เราชอบ เรารัก ที่จะ represent เรา
เราได้เลือกที่จะเปิดใจ เปิดตัวเองไปกับโลก และผู้คนมากขึ้น
ซึ่งเราชอบเราในเวอร์ชั่นนี้จังเลย

และกับอะไรในอนาคตที่จะเข้ามา
อ่อนโยนกับเรากว่านี้หน่อยก็ดีนะ 5555555
แต่ถ้าจะหนักก็เข้ามาเหอะ 
เข้ามาเลย
แน่จริงก็เข้ามาดิค้าบ
เราจะได้ tough กว่านี้ไปอีก
มาเลยค้าบ มาเล้ย ! 🤣
SHARE
Writer
ParadoxMe
Depressionfighter
24yrs. NitadeCU51. AFS50France. INFP type.

Comments

JackDoAudio
10 days ago
"เวลา ระยะทาง ไม่เคยทำลายความสัมพันธ์อะไรได้เลย
หากใจเรายังจูนกันในคลื่นความถี่เดียวกันอยู่"
ขอยกคำพูดนี้มานะ มันจริงมาก เรามีเพื่อนที่ตั้งแต่เราทำงานมาสองปี พึ่งได้เจอมันปีละครั้ง แต่ก็ยังเรียกมันว่าเพื่อนสนิท ซึ่งสนิทกว่าคนที่เราเจอกันบ่อยกว่านั้นอีก คิดเล่นๆ ก็ตลกดี ว่าเรามีเพื่อนคนนี้ก็โอเคแล้ว เหมือนรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ มีความคิดคล้ายๆ กัน และสบายใจในทุกเรื่องที่คุย

...แล้วก็เราอ่านบทความนี้แล้ว มีความรู้สึกว่าเธอเป็นคนโรแมนติกดีนะ รึเปล่า 555
Reply