ปริญญาโทของมนุษย์งอแง
ขอเกริ่นก่อนเลยว่าเรื่องนี้จะเป็นการบ่นจุกจิกจุบจิบ
ที่ไม่ได้มีสาระหรือให้ข้อคิดใดๆ
แค่อยากจะเขียนเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ

3.10.2019 นี่ก็เป็นเวลา 1 เดือนแล้วกับการเป็นนักศึกษาทุนปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติ
ซึ่งก็ถือว่ามันเป็นโอกาสและความโชคดีไม่น้อยที่ได้เป็นนักศึกษารุ่นสุดท้ายในการได้รับทุนนี้
แต่ตัวฉันนั้นบ่นอยากจะลาออกวันละหลายร้อยรอบ
ร้องไห้งอแงไม่อยากไปเรียนทุกวัน
ร้องไห้ไปทำการบ้านไป
ร้องไห้จนปวดหัว
ร้องไห้ทุกคืน
จนสภาพจิตใจมันย่ำแย่ลง
พาลทำให้สุขภาพร่างกายป่วยตามไปด้วย


จริงๆแล้วฉันเป็นเด็กดื้อ
เป็นคนที่ตั้งเป้าไว้เลยว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ต่อให้จะเป็นจะตายยังไง
พอเรียนจบป.ตรีก็จะทำงานเลย
จะไม่เรียนต่อป.โทเด็ดขาด
อยากทำงาน หาเงินใช้เอง
พองานเริ่มคงที่ เริ่มปรับทุกอย่างได้แล้วค่อยเรียนต่อป.โท
แต่ตอนนี้ฉันดันกลายเป็นนักศึกษารหัส 62
นั่งเรียนหน้าสุดชิดติดกับอาจารย์ทุกวิชา
อนาคตที่เคยวางเอาไว้เหมือนโดนพังล้มไปจนหมด
ตอนนี้ฉันไม่รู้เลยว่า
หลังจากที่เรียนจบแล้วฉันจะทำอะไรต่อดี
คนไม่มีประสบการณ์แบบฉัน
คงจะหางานยากมากแน่ๆ
ฉันเริ่มคิด
คิด
คิดจนหัวแทบระเบิด
ว่าทำไมถึงตัดสินใจสมัครทุนนี้
ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ได้งานทำแล้ว
ทำไมถึงทิ้งงานที่อยากทำมาเรียนในสิ่งที่เคยต่อต้านมาตลอด
เห้อ
แต่ก็นะ
เลือกแล้วนี่หน่า

วันแรกๆของการเรียนนั้นทุกอย่างดูยากไปหมด
เนื่องด้วยเป็นหลักสูตรนานาชาติจึงทำให้ทุกอย่างล้วนเป็นภาษาอังกฤษ
อย่าว่าแต่ตอบคำถามอาจารย์เลย
สิ่งที่อาจารย์สอนฉันยังไม่เข้าใจมันด้วยซ้ำ
และยิ่งไปกว่านั้นคือ..
ฉันต้องไปเรียนร่วมกับนักศึกษานานาชาติ
ซึ่งนานาชาติจริงๆ
สำเนียงภาษาอังกฤษของเพื่อนๆคือฟังยากมาก
แถมการเรียนยังเน้นไปในแนว active learning ซึ่งต้องมีการถามตอบ โต้เถียงกันตลอดเวลา
และแน่นอน...
ฉันมักโดนเรียกถามเสมอ
และทุกๆวันของฉันก็เป็นแบบนี้
การเรียนป.โทไม่สนุกเท่าตอนป.ตรี
ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม กลับจากคลาสก็ต้องมาอ่านเปเปอร์เตรียมพรีเซ็น
ตื่นมาก็ไปเรียน
เสาร์อาทิตย์ก็ยังมีเรียน
ชีวิตของฉันวนๆอยู่แบบนี้ซ้ำๆทุกวัน
จนครบ 1 เดือน
จริงๆตอนนี้มันก็...เหนื่อยนะ
เหนื่อยแหละ
ถึงจะไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจกับพัฒนาการทางด้านภาษาของตัวเองที่ด้อยที่สุดในคลาสมากๆ
เหนื่อยกับแรงกดดันทางที่บ้านและเพื่อนๆ
มันเหนื่อยมากๆเลยแหละ
ยอมรับเลยนะว่าตั้งแต่เรียนมายังไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน
ครั้งนี้มันเกินกว่าที่เด็กงอแงอย่างฉันจะรับไหวจริงๆ


แต่เรื่องอะไรฉันจะไปยอมแพ้ล่ะ...
ในเมื่อโอกาสมันมาอยู่ในมือของฉันแล้ว
ฉันจะทิ้งมันไปเพราะความเหนื่อยจากความสามารถอันน้อยนิดของฉันเอง
มันคงไม่ดีเท่าไหร่หรอก
โตแล้วอะเนอะ
ถึงจะร้องไห้ทุกวัน
แต่ฉันก็พยายามสู้นะ
สู้จนกว่ามันจะไม่ไหวจริงๆ
และถึงแม้ว่าในอนาคตจะไม่รู้ว่าจบไปจะทำอะไรต่อ
ขอแค่ตอนนี้ทำวินาทีนี้ให้ดีที่สุด
บางทีทางข้างหน้าอาจจะเผยตัวขึ้นต่อหน้าฉันเลยก็ได้
แบบที่ฉันวางแผนอนาคตตัวเองตอนปริญญาตรีไว้
แต่แล้วแผนทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้
นั่นแหละแค่แวะมาบ่นๆวนไปวนมา 555555
ปล.ชีวิตสอนให้รู้จักกับคำว่า Flexible 
ปล.2 ชีวิตมันไม่ได้ยากหรอกฉันแค่ทำให้มันยากเองเอ้ะหรือว่ามันยากเออมันก็ยากอะแหละ
ปล.3 จู่ๆก็รู้สึกอยากดูหนังมากๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
ปล. 4 ขอให้จบภายในปีครึ่งด้วยเถิดดดด เพี้ยง 
SHARE
Writer
qmiisr
reader and sleeper
มนุษย์ปล.ผู้บิดเบี้ยวและเด๋อด๋า ชอบถ่ายรูปท้องฟ้า และรักโกโก้เป็นชีวิตจิตใจ อยากท่องเที่ยวรอบโลกแล้วเขียนหนังสือดีๆสักเล่ม🌻

Comments

Earnsss
3 months ago
✌✌นะค้าาา
Reply