เ ม า . . .
เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า กินเหล้ากินเบียร์นี่มันดียังไง ราคาก็แพง กินเข้าไปแล้วก็มึน เบลอ ขาดสติ แถมสถานที่ที่ไปกินยังเสียงดังเสียจนคุยกันแทบไม่รู้เรื่อง ต้องตะเบ็งกันจนเหนื่อย แถมขากลับต้องคอยดูแลหอบหิ้ว ดูแลคนที่เมาจนขาดสติอีก

ด้วยความที่ไม่ชอบสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติของเหล้า เบียร์ เสียงดนตรีดังๆ คนเยอะๆ ความวุ่นวาย กลิ่นบุหรี่ ตลอดจนเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ เราจึงไม่ชอบเที่ยวกลางคืนเท่าไหร่นัก ตกกลางคืนเรามักจะชอบซุกตัวในผ้าห่มอุ่นๆอยู่กับบ้านมากกว่า สบายกว่ากันถมไป

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้... 

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเที่ยวกลางคืน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรารู้สึกสนุกไปกับมัน แต่เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกเข้าใจเหตุผลของคนชอบเที่ยว เรารู้สึกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นตอนกำลังกึ่มๆ คงจะเป็นสิ่งนี้ล่ะมั้งที่ทำให้คนติดใจจนกลับไปเที่ยวซ้ำบ่อยๆ

เราไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกที่ว่ายังไงเหมือนกัน มันก็สนุกนะ แต่จะว่าไปมันก็ละมุนกว่าความสนุกธรรมดา มีความรู้สึกคล้ายจะลอยๆอยู่ในหัว ไม่ถึงกับมึนงง ไม่ได้ทำให้ภาพรอบตัวเบลอไปอย่างที่ใครหลายคน หรือหนังสือหลายเล่มเคยบอกไว้ สติยังอยู่ครบถ้วน และด้วยความที่ปกติเราเป็นคนกล้าพูดกล้าทำอยู่แล้ว ไอ้ความรู้สึกที่ว่านี้มันจึงไม่เชิงทำให้เรากล้าขึ้น แต่ทำให้เราวางใจที่จะทำอะไรตามใจตัวเองมากกว่า 

ถึงจุดนี้คำถามที่เราเคยตั้งไว้ว่า 'กินเหล้ากินเบียร์นี่มันดียังไง? ทำไมคนถึงชอบกันนัก?' มันเริ่มเปลี่ยนไป เราเริ่มสงสัยกับตัวเองว่า

คนที่กินเหล้าจนเมา
เค้าขาดสติกันจริงๆ
หรือแค่อยากทำตามใจตัวเอง
 
หน้าเวที... มีใครหลายคนกำลังโยกตัวเต้นตามจังหวะดนตรีอย่างสนุกสนาน ออกลีลาอย่างเต็มที่ บ้างก็สบัดผมอย่างไม่ห่วงสวย เส้นผมที่เคยเงางามเรียงเส้นสวยในเวลาปกติกลับพันกันยุ่งเหยิง -- บางคนคงต้องคีพลุคตลอดเวลาจนเหนื่อย ทั้งๆที่ในหัวใจของเค้าก็ยังมีเด็กสาวที่ต้องการเต้นรำอย่างสนุกสนานถูกกักขังไว้


ที่โต๊ะบางตัว... มีคนกำลังนั่งร้องไห้ พรั่งพรูปัญหานานับประการออกมา คล้ายกับสะสมมานานปี คนรอบข้างนั่งฟังไปปลอบไป -- บางคนก็ไม่รู้จะถ่ายทอดปัญหาต่างๆเป็นคำพูดออกมาอย่างไร ไม่รู้จะระบายให้ใครฟัง และคนฟังจะตัดสินเขาอย่างไร


ในมุมสลัวๆ... มีชายหญิงหัวร่อต่อกระซิกกัน ท่าทางมีความสุข บ้างกํ็โอบกอด บ้างก็นั่งพิงซึ่งกันและกัน บ้างเป็นคนโสดที่เหงามานาน และบ้างก็มีคนที่บ้านรออยู่แล้ว -- บางคนก็ต้องการเติมความอบอุ่น บ้างก็ไม่มี บ้างก็มีไม่พอ แต่ไม่อาจไขว่คว้าความอบอุ่นนั้นในยามปกติ ไม่อาจทำเรื่องสีเทาๆตามที่ใจต้องการได้

คนเหล่านั้นขาดสติด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
หรือเพียงอาศัยแอลกกฮอล์เป็นเหตุผล
ในการตามใจตัวเองโดยไม่โดนตัดสินนะ?
 
คนที่ร้องรำทำเพลง อาจจะซักซ้อมสเต็ปการเต้นจากบ้านมาเป็นอย่างดี ลึกๆแล้วเค้าอาจจะเป็นคนทีชอบเต้น แต่ด้วยฐานะ ตำแหน่ง หน้าที่ และกฎเกณฑ์หลายๆอย่างทำให้เค้าสนุกอย่างใจนึกไม่ได้ จนต้องอาศัยแอลกอฮอล์เป็นฉากบังหน้าในการเต้นตามใจตัวเองก็ได้


คนที่เล่าปัญหาออกมาอย่างพรั่งพรู อาจจะเตรียมการและกลั่นกรองมาจากบ้านแล้วก็เป็นได้ ว่าเรื่องไหนที่อยากจะเล่าจะระบาย และเรื่องไหนที่อยากจะเก็บไว้คิดคนเดียวต่อไป เขาอาจจะอยากให้มีใครช่วยรับฟังโดยไม่ตัดสิน แต่ไม่รู้จะไปร้องขอความเห็นใจจากใคร และจะร้องขอจากใคร จึงต้องเก็บไว้ รอเหล้าเข้าปาก แล้วค่อยพรั่งพรูออกมาโดยรู้ว่ารอบตัวมีคนที่ตั้งรับกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้วก็เป็นได้

 
คนที่โอบกอด แอบอิงกัน อาจจะมีความรู้สึกดีๆให้กันอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยความจำเป็นบางอย่าง หรืออาจเพราะขัดกับหลักศีลธรรม เค้าจึงไม่อาจเปิดเผยความรู้สึกนั้นให้ใครล่วงรู้ เพราะกลัวโดนตัดสิน หรือกลัวสิ่งที่อาจตามมา ...บางทีเค้าอาจไม่ได้ต้องการทำอะไรผิด แต่แค่อยากแลกเปลี่ยนไออุ่นกับคนที่ชอบเป็นพิเศษเท่านั้น...รึเปล่านะ?



อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ทำให้เรากล้าที่จะวางกฎเกณฑ์ต่างๆลงบ้าง ผู้คนถึงได้หลงไหนในฤทธิ์ของมันขนาดนี้ ...หลังจากนี้เราก็คงกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม คงใช้เวลากลางคืนอยู่ในผ้าห่มอุ่นเสียเป็นส่วนใหญ่ ...แต่เราก็คงพูดไม่ได้เต็มปากเท่าเดิมแล้วว่า "เราไม่ชอบเที่ยวกลางคืน" เพราะลึกๆแล้วเรารู้สึกว่า เราก็คงต้องการ และโหยหามัน ในเวลาใดเวลาหนึ่งเหมือนกัน
SHARE

Comments