5 วิธีเปลี่ยนนิสัยที่มี..ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
เราทุกคนไม่มีใครเพอร์เฟคหรอกนะ แต่ละคนก็มีนิสัยที่ดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเอาด้านไหนออกมาใช้มากกว่ากัน ถ้าเราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำเรื่องดีๆ ชีวิตเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเรากลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับข้อเสียของเรา คนที่ได้รับผลกระทบนอกจากจะเป็นคนรอบข้างแล้ว ก็ยังรวมถึงตัวเราอีกด้วย

แต่บางครั้ง..เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาด้านไม่ดีออกมาหรอกนะ แต่เราควบคุมมันไม่ได้จริงๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี อยากแก้นิสัยไม่ดีให้หายไป แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน มี 5 วิธีที่จะช่วยเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดี ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จนคุณกลายเป็นคนใหม่ได้เลย


1. ยอมรับให้ได้ก่อน..จึงจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้
ถ้าเราอยากเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดี ให้ดีขึ้น อย่างแรกเราควรจะยอมรับในสิ่งที่เราเป็นให้ได้ก่อน เราจึงจะเปิดใจและตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงๆ เหมือนกับที่เพื่อนก็ยอมรับในนิสัยดีและไม่ดีของเรา แล้วเขาก็ให้อภัยเรา แล้วหลังจากนั้น เราก็ค่อยๆ ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อเขา 

แต่ถ้านิสัยไม่ดีนั้น ทำให้เราลำบากซะเอง เราจะเลิกคบกับตัวเองก็ไม่ได้ จะไม่รักตัวเองแล้วปล่อยให้ตัวเองทุกข์กับข้อเสียที่มีต่อไปก็ไม่ดี เหลือแค่ทางเดียว คือ ยอมรับมันซะ ยอมรับว่านิสัยนั้น ส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง แล้วตัดสินใจว่าจะไม่ยอมทำให้ตัวเองลำบาก จะหาทางเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นให้ได้

- ทบทวนตัวเอง ว่าเรามีความเชื่อบางอย่างผิดจากความเป็นจริงไหม เรามีนิสัยไม่ดีกับทุกเรื่องเลยหรือเปล่า เช่น ขี้ลืมในทุกเรื่องหรือเปล่า เดือดร้อนแค่เรา หรือกระทบกับใครหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่เราไม่ได้ลืมในทุกเรื่องถึงขนาดลืมแปรงฟันในตอนเช้าหรอกนะ

- หาสาเหตุให้เจอ ว่าเพราะอะไรเราจึงทำนิสัยไม่ดี เช่น ชอบลืมในเวลาที่คิดเรื่องอื่นไปด้วยพร้อมๆ กัน หรืองานยุ่งจนเกินไป ไม่ได้พัก หรือว่านอนน้อย สมองเบลอ เป็นต้น ถ้าเรารู้สาเหตุ เราจะได้แก้ที่ต้นเหตุ

- ตัดสินใจว่าเราจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ โดยใช้คำเชิงบวก เช่น ฉันเป็นคนที่มีความจำดี ฉันเป็นคนมีสมาธิดีมาก เป็นต้น อย่าใช้คำในแง่ลบมาตั้งเป้าหมาย เพราะจะทำให้เรายิ่งโฟกัสในด้านลบ ยิ่งเผยข้อเสียออกมามากกว่าเดิม

- หาวิธีการที่เจ๋งๆ มาใช้ปรับนิสัยใหม่ เช่น ถ้าขี้ลืมเพราะขาดสมาธิ อาจฝึกสมาธิด้วยการอ่านหนังสือทุกคืนก่อนนอน หรือถ้าสาเหตุมาจากการทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ก็เปลี่ยนเป็นโฟกัสทำทีละอย่าง ถ้าสาเหตุมาจากนอนน้อย ก็พักผ่อนเข้านอนเร็วตั้งแต่ 4 ทุ่ม ร่างกายจะได้ซ่อมแซมตัวเองให้เราพร้อมใช้ชีวิตในวันต่อไป 

หรือถ้าสาเหตุมาจากงานยุ่งไม่ได้พัก ก็ปรับใหม่เป็นลำดับความสำคัญของงาน แล้วซอยงานทำไปเรื่อยๆ สลับกับการพักไปด้วย ยิ่งพัก ยิ่งมีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานก็ดีขึ้นด้วย ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต ชีวิตก็ดีขึ้นตามมาอย่างแน่นอน


2. หาข้อดีของนิสัยที่มีให้เจอ
นิสัยที่ไม่ดี บางทีก็มีข้อดีในบางเวลา ลองมาดูตัวอย่างนิสัยเสียเหล่านี้ ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง
- คนขี้ลืม บางทีก็ช่วยให้เราลืมเรื่องไม่สำคัญ หรือเรื่องจุกจิกกวนใจ ทำให้สมองเราโล่งดีนะ
- คนชอบจับผิด บางครั้งนิสัยนี้ก็ช่วยให้เราทำงานได้เนี้ยบ เพราะเราตรวจแล้วตรวจอีก ไม่มีผิดพลาด
คนขี้น้อยใจ ทำให้เรารู้ว่า ใครแคร์เราจริง เพราะส่วนใหญ่คนขี้น้อยใจจะไปแคร์คนที่ไม่แคร์เขาล่ะ
คนเอาแต่ใจตัวเอง ในบางเวลาการเป็นตัวของตัวเอง แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ก็มีประโยชน์นะ
คนอ่อนไหวง่าย เป็นคนรับรู้ความรู้สึกของคนรอบข้างได้เร็ว เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้ดีนะ
คนเบื่อง่าย เป็นคนรักสนุก ทำอะไรเดิมๆ ได้ไม่นาน ก็เลยต้องหาวิธีใหม่ๆ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์เลยล่ะ
คนคิดมาก บางครั้งก็ช่วยให้มีความละเอียดรอบคอบขึ้นกว่าเดิม รู้จักระวังตัว ไม่หลงเชื่อคนง่ายๆ

นิสัยไม่ดีบางอย่าง อาจจะเป็นที่มาของจุดแข็งของเราได้เลยนะ ถ้าเราปรับไปใช้ถูกที่ถูกเวลา ลองทบทวนดูว่า นิสัยที่ไม่ดีของเรานั้นมีอะไรบ้าง และแต่ละอย่าง มีข้อดีอะไรบ้าง หาให้เจอ จะทำให้เรายอมรับในนิสัยของเราได้ง่ายขึ้น และโฟกัสในด้านบวกของนิสัยนั้นได้ และช่วยให้เราใช้นิสัยไม่ดีไปในด้านที่ดีได้


3. ปรับให้สมดุล..ใช้ในเวลาที่เหมาะสม
เมื่อเรารู้ข้อดีของนิสัยไม่ดี เราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่า บางครั้งเป็นเพราะเราใช้นิสัยนั้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม หรือเพราะใช้ไปในทางลบ แล้วนิสัยนั้นจะค่อยๆ ถูกปรับอย่างสมดุล และเข้าที่เข้าทาง เพราะเมื่อเราโฟกัสด้านบวก เราจะค่อยๆ เห็นด้านบวกของตัวเอง 

เช่น ถ้าเราเป็นคนคิดมากกับทุกเรื่อง เราก็จะมีสติมากขึ้นว่าเวลาไหนควรใช้ความคิดหรือควรปล่อยวาง หรือถ้าเราเป็นคนขี้ลืม เรารู้สาเหตุและมีวิธีแก้แล้ว เราก็ปรับปรุงและไปลืมในเรื่องที่ไม่ควรจำแทน หรือถ้าเราเป็นคนเบื่อง่าย รู้ทันตัวเองว่าตัวเองขี้เบื่อแน่ๆ ถ้าทำอะไรเดิมๆ ก็จะไม่ใช้วิธีการเดิมๆ ติดต่อกัน จะหาวิธีการใหม่ สลับไปมาตลอด จึงไม่ทันที่จะเบื่อ เป็นต้น

การมองเห็นข้อดีในตัวเรา ยิ่งทำให้เรายอมรับและรักตัวเองเป็น รู้ว่าควรนำนิสัยของตัวเองมาใช้ในเวลาไหน หรือสถานการณ์อะไร หรือใช้แค่ไหนถึงจะเรียกว่ากำลังดี ไม่มีพิษภัย ไม่กระทบกับตัวเองหรือคนอื่น นอกจากนี้เมื่อเรายอมรับตัวเองและเห็นข้อดีในตัวเองแล้ว จะทำให้เรายอมรับและมองเห็นข้อดีในข้อเสียของคนอื่นได้อีกด้วย


4. หาจุดแข็งมาช่วยนิสัยไม่ดี
เรามีจุดแข็งที่จะมาแทนที่นิสัยไม่ดีได้เสมอ ลองดูตัวอย่างของนิสัยที่เป็นจุดแข็งที่สามารถแทนที่นิสัยไม่ดีได้
- คนขี้ลืม บางคนเป็นคนทำทันที คิดอะไรแล้วทำเลย ช่วยให้ลืมน้อยลงว่าต้องทำอะไร
คนใจร้อน บางคนเป็นคนรอบคอบ เพิ่มการตรวจทานอีกรอบสองรอบ ก็ป้องกันความผิดพลาดของความใจร้อนได้
คนชอบเบื่อ บางคนเป็นคนมีความรับผิดชอบสูง จึงสามารถทำงานให้เสร็จตามที่ได้รับมอบหมายไว้ได้
คนขี้เกียจ บางคนเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ลองหาไอเดียใหม่ๆ หรือให้รางวัลจูงใจ จะช่วยให้เราทำอะไรสำเร็จได้
คนคิดมาก บางคนเป็นคนมีความเข้าอกเข้าใจ เวลาที่เริ่มคิดมากกับใครๆ ลองมองเข้าไปให้ลึกถึงข้างใน เข้าใจเขาให้มาก ก็ปล่อยวางได้
คนชอบเก็บตัว บางคนเป็นนักฟังที่ดี การเรียนรู้ผู้คนผ่านการฟังเรื่องราวของเขา ทำให้เราเปิดใจยอมรับความแตกต่าง และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากขึ้น

ลองมองหาจุดแข็งในตัวเองให้เจอ ที่สามารถมาแทนที่หรือมาช่วยให้จุดอ่อนหรือนิสัยไม่ดีให้เบาบางลงได้ ยิ่งเรารู้จุดแข็ง-จุดอ่อน แล้วใช้ในเวลาที่เหมาะสมได้มากเท่าไหร่ เท่ากับเรารู้จักและเข้าใจตัวเองได้ดีมากเท่านั้น


5. ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับนิสัยที่ดี จุดอ่อนที่มีก็อ่อนแรงไปเอง
เมื่อเรารู้จักและเข้าใจตัวตนในแบบของเรา รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนในตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราควรจะมาการพัฒนานิสัยที่ดีให้ยิ่งดีขึ้นไปกว่าเดิม โชคดีที่เวลามีจำกัด จึงทำให้เราต้องเลือกทำในสิ่งที่สำคัญ การให้เวลาโฟกัสไปกับสิ่งที่สำคัญ จะยิ่งขยายส่วนนั้นให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเรามัวแต่โฟกัสในส่วนที่เป็นข้อเสียของเรา ปรับแค่ไหนก็ไม่มีทางดีเท่ากับจุดแข็งของเราได้ ดังนั้น จะดีกว่าไหม ที่เราจะเลือกเอาเวลาไปโฟกัสในส่วนที่เป็นจุดแข็งของเราดีกว่า

เอาเวลาไปพัฒนาจุดแข็ง เพราะยังมีบางส่วนที่ต้องปรับ ให้สามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์ เช่น การเป็นคนทำทันที จะพัฒนาอย่างไรให้เราใช้วิธีการที่ดีด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ยิ่งออกมาดี หรือการเป็นคนละเอียดรอบคอบ บางครั้งก็ไปละเอียดรอบคอบในสิ่งที่ไม่จำเป็น ทำให้เสียเวลา ทำอย่างไรให้เรารู้ว่าอะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องละเอียดมากนัก หรือคนที่มีความรับผิดชอบสูง บางทีก็ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุดพัก ควรจะต้องปรับวิธีคิดใหม่ว่า ถ้าได้พัก จะทำงานออกมาได้ดีกว่าเดิมมาก เป็นต้น

ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ก็ยากที่จะทำอะไรได้ดี ลองทบทวนแล้วเขียนลงไปในไดอารี่ (Diary) ว่าเรามีนิสัยที่ดี-ไม่ดีอะไรบ้าง นิสัยไม่ดีมีข้อดีอะไรบ้าง และจุดแข็งด้านไหนที่จะช่วยแทนนิสัยที่ไม่ดี ยิ่งเขียนยิ่งคิดออกมาได้เรื่อยๆ ทำให้เราเคลียร์ในสิ่งที่เราไม่สบายใจ ไม่เก็บเอามาคิดมากว่า ข้อเสียของเราร้ายแรงอีกต่อไป เพราะมีจุดแข็งมาแทนที่นิสัยไม่ดี 

และหากเราเขียนลงไปในไดอารี่ จะสามารถนำกลับมาทบทวนได้อีก และเมื่อเรากลับมาทบทวนอีกครั้งตอนสิ้นปี อาจจะพบว่า เรามาไกล พัฒนาได้ดีจากเดิมไปมาก จนอาจลืมไปแล้วว่า เรามีข้อเสียด้านนี้ เพราะเราเอาเวลาไปพัฒนาจุดแข็งนั่นเอง

แต่ถ้าหากเราเป็นกังวลในนิสัยไม่ดีของเรา บอกตัวเองเสมอว่า สุดท้ายแล้วมันจะดีขึ้น ค่อยๆ ปรับ โฟกัสในด้านดี ไม่นานก็จะดีขึ้นเอง


อ้างอิง
- https://youtu.be/Ie_zwp2EKv4

Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments