เดทแรก กับสาวซึมเศร้าหรือไบโพลาร์ กันแน่
ก่อนอื่นเลย ผมเป็นชายวัยรุ่นตอนปลายอายุจะใกล้จะเข้า 30ปีแล้ว ได้มีเหตุ ได้รู้จักกับหญิงสาวคนนึง ในโลกออนไลน์ เราก็ได้รู้จักและคุยกันมาสักพัก ยังไม่เคยเห็นหน้าหรือโทรคุยกันมาก่อน มีแต่จะเห็นใบหน้าเรื่องราวของเธอในโปรไฟล์ และรูปเหลืองกิจกรรมต่างที่เธอโพสต์ไว้ แค่นั้น เวลาแชทคุยกับเธอก็ไม่มาก วันเว้นวันบ้างหรือเวลาว่าง ส่วนเธอก็เช่นกันว่างเธอก็มาตอบ หรือบางที่อ่านแต่ไม่ตอบก็มี ฮ่าๆๆ  ผมก็แชทคุยไปตามเรื่องตามราว  แชทหยอดบ้าง เธอบอกผมว่าเธอโสด  แต่ผมสังเกตดูในโปรไฟล์เก่าๆเห็นมีรูปคู่ที่คิดว่าน่าจะเป็นแฟนเก่า และได้เห็นโพสน์เก่าๆที่เธอละบาย และเหมือนจะด่าแฟนเก่าที่แอบนอกใจไปมีคนใหม่ทำนองนั้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ใส่ใจสักเท่่าไหร่เพราะทุกคนล้วนมีอดีตกันทั้งนั้น  แต่ผมก็เคยถามเธอว่าที่เลิกกันเพราะเธอทำงานช่วงสายและเลิกดึก เลยไม่ค่อยมีเวลาให้กัน และเธอจับได้ว่าแฟนเก่าเธอแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น เธอจึงตัดสินใจเลิก  ผมเคยนัดเจอเธออยู่แต่เธอเลิกดึกจะไปที่ร้านไหนส่วนใหญ่ก็ปิดกันหมดแล้ว  ยกเว้นร้านเหล้าฮ่าๆๆ  เธอเคยส่วนผมไปอยู่แต่ผมเข้าพรรษาพอดี  และต้องทำงานช่วงเช้า จึงไม่ว่างเจอกัน ส่วนวันหยุดเธอกับผมก็ไม่ตรงกัน เลยมีแต่แชทคุยกันอย่างเดียว  ไม่เคยโทรคุยหรือคอลหา ผมและเธอใช้เวลาแชทกันก็เกือบจะ 4 ถึง 5 เดือน และมีวันหนึ่ง ที่เธอโพสน์เรื่องอากาศซึมเศร้าและการรักษา  ผมได้อ่าน และจงได้ทักแชทถามเธอว่า เธอป่วยซึมเศร้าจริงหรือป่าว ซึ่งเธอก็บอกว่าจริงผมรู้สึกเป็นห่วงเธอมากและสอบถามอาการและวิธีรักษา  ซึ่งเธอก็บอกว่า สบายดีไม่คิดฆ่าตัวตายหรอก เพราะเป็นห่วงพ่อแม่  ผมได้เห็นคำนั้นในแชทก็สบายใจ และมีวันหนึ่งผมและเธอได้นัดเจอกัน  ทีแรกนัดร้าน นมช่วงเย็นๆ แต่ในเย็นวันนั้นเธอแชทว่าบอกว่าทำสีผมอยู่ คงจะนาน ร้านนมน่าจะปิดหมด จะรอมั้ย  ผมก็ตอบว่ารอ  ช่วงสี่ทุ่มกว่าเธอก็แชทมาบอกอีกรอบอยู่ที่ร้านอาหารนั่งชิวแห่งหนึ่ง เธอก็บอกว่ามากับเพื่อนอีกคนด้วย  ซึ่งผมก็ไม่ติดอะไรเพราะจากจะไปเจอเธอแล้ว ก็จะได้ถือโอกาส รู้จักกับเพื่อนเธอด้วยไปในตัว ฮ่าๆๆ ผมไปถึงร้านก็ทักหาเธอ และเจอเธอกับเพื่อนเธออีกหนึ่งคน  นั่งในร้าน เธอนั่งดื่มเบียร์คนเดียวหมดไปแล้วประมาณ เกือบหนึ่งขวด  ส่วนเพื่อนของเธอ ดื่มน้าเปล่า และผมก็เช่นกันน้ำเปล่า เธอทำสีผมออกเทาๆและตัดผมสั้น คล้ายๆดีเจโซดาเลย หน้าตาก็สวยไม่ต่างจากในรูปโปรไฟล์ ผมเห็นครั้งแรกก็ประทับใจ  ฮ่าๆๆๆส่วนเพื่อนเธอก็ธรรมดา เราก็พูดคุยทำความรู้จักกับไปเรื่อยตามประสา แต่สักพักเธอดื่มวางแก้วลงที่โต๊ะแรง  เพื่อนก็พยายามบอกเธอ บางทีก็พูดดังขึ้นมาแบบดื้อๆซึ่งเบียร์ที่เธอดื่มคนเดียวก็ หมดไปแค่หนึ่งขวด และเธอก็ไม่ได้ดื่มมาจากที่อื่นมาก่อน ผมก็แปลกใจนิดๆแต่ก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าเธออาจจะแค่หยอกเพื่อนหรืออยาก แกล้งเพื่อน แต่ผมก็ถามเพื่อนเธออยู่ว่าเธอเป็นแบบนี้หรือเปล่าเพื่อนก็บอกว่าประจำ  และเธอก็ร้องบอกเพื่อนเธอว่า อย่าพูดมาก   ผมก็หัวเราะไม่คิดอะไรมาก แต่ไม่นานเธอก็เริ่มบอกว่า  กูเหมือนจะร้องไห้ จริงซะ  แล้วอยู่ๆเธอก็ก้มหัวลงและร้องไห้ เงียบๆแต่น้ำตาไหลออกมาหลังจากที่เธอเงยหน้า ไม่นานเธอก็ จู๋ยิ้มและหัวเราะให้ผมแล้วบอกว่า  ล้อเล่น  และเธอก็เริ่มมีอาการทำรองที่ เล่ามา ถี่ขึ้น และเธอก็ยังคงดื่มเบียร์ไป จนหมดไป สามขวด ผมจึงบอกเธอว่ามีธุระคงอีกสักหน่อยจะขอตัวกลับก่อน  และเทอบอกรีบกลับไปดิ  ผมนั่งอีกสักพัก  จะลุกกลับแล้วเธอเธอจึงบอกว่าห้ามกลับ  และถ้าผมกลับจะไม่คุยด้วยและบล็อคผม  ผมก็บอกลาและบอกว่ามีธุระจะไปก่อนและเธอก็บล็อค ผมจริงๆซึ่งผมก็เสียใจอยู่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  ผ่านไป1ชม เธอคงเลิกบล็อคผม และได้ทักมาหาผมบอกให้ไปหา หน่อยที่หอ และเร่งผมมากถ้าไม่รีบมาก็ไม่ต้องมา  ผมจะเสร็จธุระพอดีจึงรีบไปหา เธอที่หอ และเธอลงมารับใต้หอเพราะหอเป็นคีย์การ์ด  ผมได้พบเธออีกทั้งและได้ขึ้นไปบนหอกับเธอซึ่ง อยู่ชั้นห้า เดินขึ้นเพราะไม่มีลิฟท์ เธอมีอาการเมาและผมก็ช่วง ผยุงเป็นบางครั้ง จนมาถึงชั้น 5 ซึ่งห้องเธออยู่ติดกับระเบียงข้างหอ เธอบอกผมอยากไปสูดอากาศ เธอเปิดประตูออกไป ระเบียงด้านนอกชั้น5 และยืนเกาะราวระเบียง ผมกังวลมาก บอกเธอให้รีบเข้ามา แต่เธอบอกขอ 5นาที ซค่งผมก็ยืนอยู่ข้างๆเป็นห่วงกลัวเธอผลัดตก  หรือกระโดด ลงไปเอง และเธอก็บอกผมว่า  เธอ ลาออกจากที่ทำงานแล้ว และอาจต้องกลับไปบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดคงจะไม่ได้เจอ กันอีกแล้ว ผมก็รู้สึกเห็นใจและสงสารเธอมาก สักพักเธอนั่งลงกับพื้นและร้องไห้ ผมจึงรีบเข้าไปปลอบและบอกให้หยุดร้อง เพราะมันดึกมากแล้ว กลัวห้องข้างๆจะว่าเอา ผมพยามกล่อมเธอให้เข้าไปในห้องแต่ เธอก็ไม่ยอม และร้องไห้  สักพักเธอหยุดร้องและบอกผมว่า เธอไม่กระโดดหรอกน่า และจะขออยู่ตรงริวระเบียงต่อ และบอกให้ผมกลับ ซึ่งผมก็บอกให้เธอเข้าห้องก่อนแล้ว ถึงจะกลับ กล่อมอยู่ซักพักผมจึง พยุงเธอเข้าห้อง  พอเข้าห้องเธอร้องไห้วิ่งไปเปิดประตูหลังห้องซึ่งมีระเบียงแต่โชคดี ที่มีตาข่ายเหล็กกั้น จึงหายห่วงว่ากระโดดลงมาไม่ได้  ไว้จะมาเล่าต่อนะครับขอโทษเป็นเรื่องที่ยาว ยังไง ผิดผลาดประการใด ขออภัย และนี้เป้นครั้งแรกที่พิมพ์หัวข้อมา มีข้อติชม ช่วยและนำได้ครับ
SHARE
Written in this book
life
Writer
hopetoseeyou
life
Say something positive as early as possible every day.

Comments