picnic ;
สวัสดีไดอารี่ 

นี่เรื่องที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
ตอนแรกฉันไม่คิดเลยว่าจะมีคนเข้ามาอ่านจริงๆ

ใครหลงเข้ามาก็ช่วยไม่ได้นะคะ
คุณโชคร้ายที่เลือก บทความของฉันเองนะ 

วันนี้ฉันจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น 
ฉันว่าคุณพอจะเดาได้ว่าฉันว่าทุกๆเช้ามันเกิดอะไรขึ้น
เหมือนเดิม แต่เสียงดังมากกว่าเดิม
ดิ่มน้ำ เสียงดัง ดื่มนม นอนต่อ

เมื่อคืนฉันนอนดึกมา ซักดี 5 ได้ 
ฉันออกไปหน้าบ้าน เพื่อหาดาว แล้ววก็เจอในที่สุด
ฉันดูดาวไม่เป็นหรอกค่ะ บอกเเล้วนี่ว่าไม่ถนัดดาราศาสตร์

พอบ่ายโมงเพื่อนฉันส่งข้อความมาว่า
 

" ไปโรงเรียนรึเปล่า "
" no "
" เจอกันมั้ย "
" ขอหลังเที่ยงนะ ง่วงนอน "

หลังจากดีลกันเสร็จ ฉันก็นอนต่อเลย เพราะปวดหัวมากๆ 
ตามเวลา ฉันตั้งนาฬิกาปลุก อาบน้ำ แต่งตัว
จ๊าบสุดไปเลย กางเกงยีนส์ เสื้อแขนยาว ทับด้วยเสื้อหนาว 
ปัดแก้มสีส้มๆ ลิปสีพีช และน้ำหอมกลิ่นส้ม 
หน้ากากหมี แว่นตา ฉันสายตาสั้นน่ะ

ฉันหาของที่จะพกไปปิคนิก 
ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดหรอก ฉันตัดสินใจจะไปปิคนิก
ฉันพกของไปนิดหน่อย

แต่หลังจากขับออกมาเเป๊บเดียว
ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมา ราวกับมันอั้นมานานยังไงยังงั้น
เวลามันโดนตัวฉัน มันเจ็บมาก เจ็บสุดๆ
เลือดที่ฝ่ามือ เริ่มซึมจากผ้าก๊อต เป็นสีส้มๆ ตอนนั้นฉันรู้สึกปวดมาก
ฉันตัดสินใจหยุดพักที่ปั๊มน้ำมันก่อน

ฉันคิดว่า ถ้าฉันรอฝนหยุดมีหวังไปสายแน่ๆ 
ฉันเลยตัดสินลุยฝนไปเลย แต่ต้องใส่หมวกกันน็อคนะ
ขับไปซักพัก ฉันทำหมวกหล่น ...

ความซวยอะเนอะ แต่ก็มีคนขับรถใจดีคนนึงเก็บให้
ฉันไหว้ของคุณเค้า ก่อนจะจากไป 

ฉันแวะซื้อน้ำอ้อยสุดโปรดก่อนจะแวะไปสวนสาธารณะ 
น้ำอ้อยมันเยี่ยมกว่าโกโก้อีกนะ ถูกและอร่อย แล้วมันก็มีทุกฤดูด้วย
ฉันชอบมองข้างทางเพื่อหาร้านน้ำอ้อย 
ฉันมัน sugarcrane juice lover  จริงๆ
ลองชิมดูนะคะ คุณอาจจะชอบเหมือนฉันก็ได้ ...

ฉันแวะไปที่สวนสาธารณะ ก่อนจะหาที่ที่ปลอดคน 
และแน่นอน มันเปียก ทั้งเสื้อฉัน ทั้งพื้นหญ้า 
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็นั่งทั้งแบบนั้นไปเลยแล้วกัน

สักพัก เพื่อนที่นัดไว้ก็มา คราวนี้ไม่ใช่พัตนะ อีกคนน่ะ 
เรากินครัวซองต์และขนมปัง ทาเนยถั่ว น้ำอ้อย 
ถึงมันจะไม่ค่อยเข้ากันก็เถอะ แต่มันก็สบายใจดี 

ฉันแอบอึดอัดใจนิดหน่อยที่เขามองแผลฉัน
แต่เขายินดีทำแผลให้ฉันโดยไม่ถามอะไรซักคำ 

เขาไม่ได้ถาม นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากได้จากคนรอบตัวฉันมากที่สุด
เราถ่ายรูปกันไปเรื่อย 

อ้อ จะบอกว่าตอนที่ฉันรอมัน ฉันทำทุกอย่างเลย 
ไม่ว่าจะปีนต้นไม้เล่น หรือ นอนตากแดดเพราะเสื้อเปียก
คนแถวนั้นต้องมองว่าฉันแปลกแน่ๆ 
แต่ตอนนั้นมันอุ่นมากๆ แอบกลัวหน้าไหม้นิดหน่อย แหะ

ฉันที่เป็นฉัน ฉันเองเป็นยังไงก็ไม่รู้ 
ฉันที่เป็นฉัน ฉันที่แสนจะประหลาด 
ฉันที่มีคนบอกรักและบอกว่าภูมิใจในตัวฉัน
ฉันที่คนดุเสมอว่า เป็นคนดื้อ 
ฉันชอบมันทั้งหมด  


มีช่วงนึงทีั่ฉันคิดว่า คนอย่างฉันไม่มีค่าอะไรหรอก 
แล้วฉันก็คิดว่า งั้นก็ทำตัวให้มีค่าสิ
พอดีกับมีโครงการลดถุงพลาสติกเป็นเงินบริจาคของเซเว่นพอดี
หลังจากนั้นฉันก็ไม่รับถุงพลาสติกอีกเลย

ฉันพยายามใช้กล่องข้าว ขวดน้ำ ทุกอย่างที่ไม่จำเป็นที่ต้องเกี่ยวกับพลาสติก 
สำหรับคนตัวเล็กๆอย่างฉันบนโลกใบใหญ่
ฉันคงทำให้ได้แค่นี้ ผ่านไปหลายเดือน 
พี่พนักงานก็เริ่มชินกับการที่ฉันไม่ใส่ถุงพลาสติกเเล้ว
แค่เห็นถุงผ้า เขาก็รู้เเล้วว่าฉันไม่รับถุง 

มันรู้สึกดีนะ ที่คุณสามารถมีส่วนร่วมกับการทำให้สิ่งเล็กบางอย่างดีขึ้น 
เพียงเพราะการมีลมหายใจของคุณ 
การเป็นเบื้องหลังของรอยยิ้มของใครซักคน 
ฉันเองก็ภูมิใจในตัวเองเหมือนกัน ถึงแม้จะเเค่ชั่วครู่เดียวก็ตาม 

ก่อนจะกลับบ้าน ฉันนัดเจอพัตที่ร้านคาเฟ่เหมือนเดิม
ตอนเเรกว่าจะรบกวนไปเปลี่ยนเสื้อก่อน เพราะหนาวมาก
แต่ก็นะ เกรงใจมันมากๆ ฉันรบกวนมันมากไปจริงๆแล้ว

ฉันรีบกลับบ้านมาอาบน้ำ ใส่เสื้อหมีพูห์สีชมพู แล้วขลุกอยู่กับผ้าห่ม 
บอกเลยว่าวันนี้หนาวมากจริงๆ ฉันตากฝนนี่นา 
แถมก่อนออกไปในเมืองฉันดื่มน้ำหวานแค่แก้วเดียว 
แล้วก็กินขนมปังตอนปิกนิค กลับมาก็ไม่ได้กินอะไรเลย 
ฉันไม่ค่อยหิวน่ะ ช่วงนี้ 
ครั้งนึงฉันเคยน้ำหนักมากสุดถึง 75 ส่วนตอนนี้มันลดเหลือ 56 แล้ว 
ภูมิใจนะเนี้ยะ ฉันเริ่มใส่เสื้อตัวโปรดได้เเล้วละ


เอาล่ะ ทุกคน ก่อนจะจบบทความ
สำหรับวันนี้ฉันให้ 3 ดาว 
เพราะฉันชอบการนอนหญ้าเป็นพิเศษ ฉันจะให้รางวัลพิเศษอีก 0.5 ละกัน

ขอให้จักรวาลอวยพรกันนะคะทุกคน
ก่อนนอนฉันจะมอบเพลงให้หนึ่งเพลงค่ะ As I am - Yerin Baek 




รักเสมอ 

เอริกา / หมีปิคนิก :•)


SHARE
Writer
sadderica
diary and semicolon
หมีสองขั้วกับบันทึกที่ต้องเขียน

Comments