สถานะที่ชื่อว่า ‘คนคุย’
“คนคุย” สถานะนี้มันคือยังไงวะ
      ความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อน จะพี่น้องก็ไม่เชิง จะเพื่อนก็ไม่เชิง เพราะมันก็เป็นมากกว่านั้นไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะนับรักเขาข้างเดียวหรือรักกันทั้งคู่ก็ตาม 

 อยู่ที่ว่ามันจะได้สานสัมพันธ์ต่อหรือหยุดอยู่แค่สถานะนี้ 

บางคู่ก็สานสัมพันธ์ต่อจนได้เป็นแฟนกัน แต่บางคู่ก็หยุดแค่สถานะนี้และยังไม่ได้ไปต่อ หรือบางคู่ก็มาแค่สถานะนี้ก็เลิกรากันไป

แต่ทุกๆสถานะมักจะผ่านคำว่า ‘คนคุย’ มาก่อนเสมอ
และเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในคนที่ตกอยู่ในสถานะนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆที่ได้คุยกับคนที่เราชอบ และเขาก็คุยกับเรากลับเช่นกัน บางคนอาจจะเจอคนที่ถูกใจเขาและเขาก็ถูกใจเรา สถานะนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่ว่าใครจะเจอมันมาแบบไหน

        ฉันมองสายตาคู่นี้ที่ยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ฉัน พร้อมกับมือที่สะกิดเรียก 

“เธอ มาถ่ายโพลาลอยด์กัน” มือบางอันนั้นถูกส่งมาจับที่ข้อแขนของฉัน พร้อมกับดึงให้ตามไป

“เธอว่าแสงตรงนี้มันเหมาะมั้ย หรือเธออยากถ่ายแบบย้อนแสง” คิ้วยกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม สายตาคู่นั้นยังคงส่งยิ้มมาเหมือนเดิม 

[ให้ตายน่ารักเป็นบ้าเลยโว้ย]

“อะไรก็ได้ แล้วแต่พี่เลยอ้ะ”

‘งั้นเราถ่ายตรงนี้นะ มา!’ 

<แชะ> 
 
แสงจากโพลาลอยด์วาปเข้ามาที่ตาทั้งสองคู่ที่กำลังยิ้มใส่มัน แผ่นโพลาลอยด์ค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาจากตัวกล้อง พร้อมกับมือของคนข้างกายที่เข้าไปหยิบแล้วพัดมันไปกับสายลม

“รอแปบนึงนะ เดี๋ยวรูปก็ชัดแล้ว แหะ” ปากก็พูดไปพร้อมกับมือที่พัดโพลาลอยด์ไปด้วย

“อื้อ ไม่รีบหรอก”

“เสร็จแล้วเธอจะไปเรียนต่อเลยมั้ย”

“ใช่ จะไปเลย” เอาจริงๆคืออยากอยู่ตรงนี้นานๆ เพราะอะไรไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มของเขา(มั้ง)

“นี่ เสร็จแล้ว! แง เธอยิ้มน่ารักอ้ะ” คำพูดนี้วนเป็นร้อยๆรอบในใจของเรา ทั้งๆที่มันก็เป็นคำธรรมดาๆนะ แต่ทำไมใจเราถึงเต้นแรงแบบนี้กัน ฮื่อ เธอมันน่ารักเป็นบ้าเลย 

  แต่อยู่ๆมันก็เกิดคำถามบางอย่างดังขึ้นมาในหัวอีกเช่นกัน ว่า ‘ถ้าอยากมีเขาไปนานๆจะได้มั้ย’ 
จะต้องทำยังไงให้เราเป็นเจ้าของรอยยิ้มนี้กันนะ

“พี่ ตอนนี้เราเป็นอะไรกันอ่ะ” อารมณ์ชั่ววูบมันไวกว่าสมองเราสั่งซะอีก อยู่ๆปากก็พูดไปเลย ไม่ทันได้คิดไตร่ตรองอะไรทั้งสิ้น
 
 รอยยิ้มนั้นท่ี่ปรากฎบนหน้าตาที่เราชื่นชม มันหายวับไปกับตา สายตาคู่นั้นด้วยก็เช่นกัน เปลี่ยนเป็นอาการกังวลที่แสดงออกอย่างชัดเจนแทน

“ทำไมอยู่ๆก็ถามอ่ะ” 

“ก็ไม่รู้ดิ อยากให้พี่อยู่กับเราไปเรื่อยๆมั้ง”

“ตอนนี้เราก็อยู่กับเธอนะ” เธอพูดคำนั้นออกมาโดยไม่สบตาเราเลยแม้แต่นิดเดียว เธอหลบตาเรา มันแสดงออกให้เห็นว่าเธอเองก็กังวลไม่น้อยกับคำที่เธอพูดออกมา

“อนาคตล่ะ พี่จะยังอยู่กับเรามั้ย”
“นั่นมันเรื่องอนาคต แค่ตอนนี้เราอยู่กับเธอก็พอแล้วแหละ”


 อื้อ ก็พอแล้วแหละ แค่มีพี่อยู่กับเราแค่นี้ก็ดีจะตายแล้ว นั่นคือความคิดสุดท้ายที่เราคิด 

               เพราะพี่คือความสุขของเราในตอนนี้


แต่ในตอนนี้หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน พี่ก็หายไปจากเรา เราพอรู้ว่าพี่อาจจะต้องอ่านหนังสือหรืออะไรก็แล้วแต่ เรารอ รอวันที่ทักมาหาเรา
   ตอนแรกเราก็ทักไปหาแหละ แต่การรอเงียบๆไม่รบกวนมันน่าจะดีที่สุด เราเลยรอ รอแบบนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปนาน 2 อาทิตย์ที่พี่หายไปจากเรา พี่ทักกลับมาหาเรา พร้อมกับน้ำตาของเราที่พรั่งพรูหล่นลงมาเมื่อเห็นแจ้งเตือนจากพี่ 

‘เรากลับมาแล้ว ขอโทษที รอเรานานมั้ย’

ใจตอนนั้นคืออยากจะบอกพี่ว่า 

         สองอาทิตย์ที่พี่หายไปเหมือนสองเดือนเลย 
ใจเราไม่รอช้ารีบตอบพี่กลับไปอย่างไว และก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่ไม่นานบทมันก็วกกลับมาที่เดิม คือพี่เขาหายไป เราเองก็จบลงเช่นเดิม คือ ‘รอ’ 
      
         เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากกว่ารอ

เวลาผ่านไปนานถึงสามเดือน เราก็เหมือนเดิมยังรอ รอทั้งที่ไม่รู้ว่าพี่เขาจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่คราวนี้ต่างไปจากเดิมคือพี่เขากลับมา กลับมาพร้อมจดหมาย

‘เธอ มีคนฝากจดหมายมาให้’

เรารับจดหมายนั่นมา พอจดหมายเปิดออกเราก็รู้ได้เลยว่าไม่ใช่ใครที่ไหนไกล พี่เขานั่นเอง ลายมืออักษรประดิษฐ์แบบเดิมตามสไตล์ของพี่เขา รูปคู่รูปนั้นที่เคยถ่ายด้วยกันมันถูกแนบมากับจดหมายด้วย พร้อมกับเขียนในสิ่งที่เขาจะสื่อกลับมาหาเรา
   
    และแน่นอนเหมือนเคย เรานั่งร้องไห้กับมัน มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆสำหรับเรา น้ำตาเราไหลไม่หยุด และเมื่อยิ่งอ่านคำเดิมๆที่พี่เขาเขียน น้ำตามันก็ไหลเพิ่มมาเรื่อยๆ ในหัวตอนนั้นมีแต่คำว่า

เราทำอะไรผิดไปรึป่าว? โกรธเราตรงไหนหรอ

แต่ถามออกไปไม่ได้แล้ว 

เพราะเขาไม่ได้อยู่ให้เราถามคำถามนั้นแล้ว


เวลาผ่านไปนานพอสมควร แต่เรายังเหมือนเดิม มูฟออนเป็นวงกลม เห็นอะไรที่เกี่ยวหรือนึกถึงพี่เขาได้ ก็เชื่อมโยงมันไปซะหมด

‘ใจร้ายจังว่ะพี่’ 
 
นึกถึงที่ไรก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลย ตัวอักษรทุกตัวที่พี่เขียนเราไม่เคยลบมันออกไปได้เลย

มันติดอยู่ในหัวเราตลอด ยิ่งย้ำยิ่งซ้ำมันไปเรื่อยๆ

คิดถึงพี่ว่ะ
แต่เวลาผ่านไปเราก็คงจะทำใจได้มั้ง หวังว่าจะเป็นแบบนั้น :แต่แค่มันยังไม่ใช่ตอนนี้ 

เราจะเก็บพี่ไว้เป็นบทเรียนสำหรับเรา ที่เราจะย้อนกลับไปหามันทุกครั้ง เพื่อย้ำว่าตอนจบของบทเรียนนี้เป็นยังไง ตอนนั้นเราอาจจะแพ้ แต่เราเชื่อว่าไม่นานเราจะผ่านบทเรียนนี้ไปได้

ทุกความสัมพันธ์มีข้อดีและข้อเสีย

อยู่ที่ว่าจะสานสัมพันธ์หรือรักษามันไว้แบบไหน

แต่สำหรับเรา

เราเองก็เป็นคนนึงเหมือนกันที่หยุดแค่สถานะนี้และไม่ได้ไปไหนต่อ

-แด่คนคุย



SHARE
Writer
Shouldbemylight
Reader
Mymoon✈️💫

Comments

YouOnlyLifeOnce
2 months ago
เราคือเพื่อนกัน 🤘
Reply
Shouldbemylight
2 months ago
;-;
Nobita_sung
2 months ago
ยุคสมัยเปลี่ยนสถานะใหม่ๆ หรือ relationship รูปแบบใหม่ก็เกิดขึ้น ยุคสมัยศตวรรษที่ 21 ช่องทางการสื่อสารเข้าถึงง่ายและสะดวกมากที่สุด (การแชท, video call และอื่นๆอีกมากมาย) ทำให้การคุยกันง่ายขึ้น เกิดสถานะคนคุย ย้อนไปสมัยพ่อแม่เราจีบกัน การคุยนั้นยากลำบาก เริ่มจากเขียน จดหมายหากัน, โทรศัพท์ตู้สาธารณะ เสียเงินและใช้เวลานาน แน่นอนว่าอะไรที่เกิดง่ายก็จะจบลงง่ายเช่นกัน สถานะคนคุย ไม่ใช่ปรากฏการณ์ของรักแท้ครับ ผมว่าเป็นกระบวนการแก้เหงามากกว่า ขอให้กำลังใจครับ
Reply
Shouldbemylight
2 months ago
ขอบคุณค่ะ
ihadtofindyou
2 months ago
เราเพิ่งโดนหมาดๆเลยค่ะ นี่ก็อาทิตย์นึงแล้วที่พี่เขาหายไป ไม่รู้มันจะกลายเป็นเดือน หรือเป็นปีหรือเปล่า
Reply
Shouldbemylight
2 months ago
กอดนะคะ;-;