~รื้อ~

1
เขียนนิยายสั้นได้ 5 ตอน ตั้งใจว่าจะจบให้ได้ใน 7 ตอน เรื่องว่าด้วยตัวเอกไร้ชื่อ (ตัวละครไร้ชื่อทุกตัว แต่มีการใช้สัญลักษณ์การเรียกเปรียบเทียบเพื่อแยก ตอนแรกที่เขียนตั้งใจจะเขียนเพื่อแก้แค้น ตั้งใจเปิดระบายความอัดอั้นบางอย่างในตัวเองออกมา

แต่เมื่อลงมือกดแป้นร้อยเรื่อง
กลับพบว่ามันพาไปไกลกว่านั้น

2
ความเงียบที่แสนน่ากลัว
มีตัวคุณนั่งรออยู่

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนกกระจิบลอยล่องมาจากบางที่ นั้นแปลว่าคุณอาจกำลังก้าวล่วง เข้าสู่อาณาเขตตัวเอง

หากลงลึกไปกว่านั้น เมื่อความเงียบแย้มผลิ คุณจะพบว่าตัวคุณเองถูกส่วนเป็นชิ้น ๆ ความน่ากลัว ขยะแขยงจะทำให้คุณเบือนหน้าหนี ท้ายสุดคุณจะรีบออกห่างความเงียบที่มีตัวคุณอยู่ ไปสู่ความโกลาหลที่มีคนอื่นให้พิจารณา ชำแหละ วิพากษ์ ซึ่งง่ายและบันเทิงกว่าการจ้องมองก้อนเนื้อน่าเกลียดที่ชื่อว่า

 'ตัวเอง'

3
ความสนุกของนิยายเรื่องนี้คือการรืื้อตัวละคร จับแยกออกมาเป็นชิ้น ๆ และให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นทำหน้าที่ฉายภาพนิสัยออกมาอย่างชัดเจน เอาทึมเทาออกมาให้เป็นขาวดำ ซึ่งพอทำออกมาแล้วก็พบว่า ในขาวในดำก็ยังมีเทาแอบซ่อนอยู่อีก ไม่มีสีแท้สัมบูรณ์

ซึ่งพอพอคิดได้แบบนี้ แก่นแกนที่ตั้งใจไว้ว่าจะสื่อก็กลายเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจกว่า

4
มันง่ายที่จะบอกว่าว่าง ๆ ให้คุยกับตัวเอง หรือคำพูดเสร่อเกร่อ ๆ ที่ว่า 'เปลี่ยนตัวเองดีที่สุด' แต่ไม่ง่ายเลยที่จะทำ

มันเหมือนกับบอกว่า ว่าง ๆ ก็กางปีกบินสิ เพราะเราไม่อาจเข้าใจตัวเองได้พอ ๆ เข้ากับเข้าใจสมการการเดินของเเมวเลย มันวุ่นวาย สับสน และคาดเดาไม่ได้เลย

นี่ยังไม่ได้พูดถึงการเข้าไปสร้างข้อตกลงหรือสัญญากับตัวเองเลย มากมายที่เราผิดคำพูดรวมไปถึงตัวเราเองข้างในร่ำร้องให้ยกเลิกพันธนาการเพื่อจะได้ทำตามใจเสมอๆ

การเปลี่ยนตัวเองจึงเป็นเรื่องยาก และน้อยคนนักที่จะพยายาม และทำได้สำเร็จ

5
เมื่อพบว่าเรื่องเราเขียนอยู่ดันผุดเรื่องใหม่ที่น่าสนใจกว่า รวมถึงตัวละครบางตัวที่ตอนแรกตั้งใจออกมาทำหน้าที่ 'แบน ๆ' แต่ตอนหลังกลับมีเสน่ห์จนต้องสร้างประกอบร่างเขาออกมาให้ได้แล้วนั้น

ความยากของการสานต่อไม่ใช่เรื่องการเขียนให้จบตามโครงร่าง แต่คือการกดกั้นไม่ให้สิ่งงอกเงยเหล่านั้นบิดเบือนเรือนร่างของแก่นแรก ไม่ง่ายเลยที่จะไปแอบยัดไขมันลงไปให้เรื่องราว ซึ่งไขมันนั้นอร่อยและสร้างความสนุกสุขล้น แต่ก็ไร้ประโยชน์หากมากเกอนไปและกลายเป็นภาระในการขจัดออกในภายหลัง

6
เมื่อพิจารณาว่าการดีลกับตัวเองนั้นเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ทำได้เบื้องต้นก็คงเป็นการจ้องมอง

ในวันที่ว่างเปล่า ในห้องที่มีเพียงเงา เราอาจทะลุผ่านความเงียบเพื่อไปจ้องตากับความจริงภายในของตัวเอง

เหมือนวันหนึ่งก่อนเข้าฤดูร้อนที่เราเอาพัดลมออกมา ค่อย ๆ รื้อถอดชิ้นส่วนออกมาวาง แล้วค่อย ๆ ชำระล้างทีละส่วน

แม้ว่าเราอาจกำจัดสิ่งสกปรกของตัวเองไม่ได้เหมือนจัดการพัดลม แต่การได้มองเห็นชั้นของนิสัยในความจริง ไร้อคติ ลำเอียงแล้ว เราอาจพบว่าเรามีชิ้นส่วนชำรุดที่ต้องซ่อมแซม ชิ้นส่วนเกินที่ต้องเอาออก ได้เห็นสิ่งที่ต้องจัดการ อย่างที่บอก แม้จะยังชำระไม่ได้ แต่การรู้ว่าต้องทำอะไรนั้น ก็ถือว่าดีแล้วในการที่จะยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกได้

และแม้สุดท้ายจะจัดการอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ถือว่าการกบ้าเผชิญหน้ากับตัวเองนั้น ก็ทำให้เราพัฒนาไปได้แล้ว

7
เอาจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าสองตอนสุดท้ายที่กำลังเขียนอยู่นั้นจะออกมาแบบไหน แต่ก็เชื่อว่า การได้เขียนจนจบนั้นคงพอเยียวยา หรืออย่างน้อยก็สามารถสื่อบางอย่างที่เราคิดออกมาได้ ได้ชำระ ขีดเขี่ยความไม่สบายใจบางอย่างออกมาไม่มากก็น้อย

สนุกที่ได้ทำ และรู้สึกดีที่ได้รื้อบางอย่างออกมากาง ได้เห็นทั้งการเติบโตของตัวละคร และได้เห็นความคิดข้างในของตัวเอง


ถ้าพอจะว่างอ่านกัน
https://fictionlog.co/b/5d3bbabca64f9f05c4950370

SHARE
Writer
imonkey7
Unfinished Writer
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

KoloAll
1 year ago
ว่างๆ เดี๋ยวไปอ่าน เรื่องสั้นเหล่านั้นฮะ เหมือนคำนำเลย บทความนี้
Reply
imonkey7
1 year ago
ดี ๆ หาคนอ่านเพิ่ม วิวน้อยเป็นแมงหวี่เลย