เย็บ16เข็มครั้งแรก และเธอผู้ที่รักฉันมาก



วันนี้เรานั่งซ้อนท้ายรถบิ๊กไบค์ของเพื่อน
เพื่อไปส่งโปรเจคกัน
...คือเป็นโปรเจคของเราคนเดียวแหละ
เพราะของเพื่อนมันผ่านแล้ว


เราเอาชิ้นงานไปให้อาจารย์ดูว่า
กลุ่มเราเป็นงี้ๆๆนะ
อาจารย์ว่ามันโอเคไหมคะ


คำตอบคือ อาจารย์ให้เราผ่าน
แต่แค่ต้องไปแก้ปัญหาของตัวชิ้นงาน
อีกนิดหน่อย


ตอนนั้นคือดีใจมากเลย
ผ่านแล้วนะ ผ่านแล้ว
ที่อดนอนมาหลายวันน่ะ
ไม่ต้องขนาดนั้นแล้วนะ

รูปเล่มของเราก็ผ่านเหมือนกัน
แต่ตรงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหามันน้อยไปเลยต้องไปตามล่าหาเพิ่ม


ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าเรื่องที่เราทำมันยากมาก
เพราะไม่มีคนมาทำตรงนี้เป็นโปรเจคเลย
มันมีแต่เนื้อหาที่ใกล้ๆ แต่ยัังไม่ใช่


จนเพื่อนเราที่อยู่อีกกลุ่ม
(คนขับบิ๊กไบค์นั่นแหละ)
ช่วยตระเวนหาอ่านตามห้องสมุดของ
ม.(มหาวิทยาลัย)ต่างๆ


วันนี้เราว่าจะไปห้องสมุดของม.นึงกัน
แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


เพื่อนเรามันเป็นคนที่ชอบขับรถเร็วมาก
ซึ่งเราก็ไม่ได้อะไร
เหมือนนั่งจนชิน ;___;


เพื่อนเราขับมาเลนกลางตอนนั้น
บิดได้100กว่าๆ
จู่ๆตรงเลนกลางที่เรามามันมีรถพ่วง
อยู่ข้างหน้า
ส่วนตรงเลนขวาเราไม่เห็นว่ามีรถอะไรไหม
แต่น่าจะมี เพราะเพื่อนเราหักหลบรถพ่วงมาเลนซ้าย


ปรากฏว่าโชคไม่ค่อยดีนัก...
เลนซ้ายดันมีรถเก๋งที่กำลังจะเลี้ยวอยู่
สิ่งที่เราเห็นตรงข้างหน้าคือ
เรากำลังจะพุ่งชนเข้ากลางหลังของรถเก๋ง
ตอนนั้นเพื่อนเราเบรกสุดชีวิตจนล้อสะบัด


ในวินาทีความเป็นความตายนั้น
เพื่อนเราหักหลบออกข้างทันที และ...
ขาเรากับโช๊คหลังมันไม่พ้น...
ทำให้ขาเรานั้นกระแทกเข้ากับไฟท้าย
ส่วนรถนั้นไม่ได้ล้มอะไร
มันยังขับต่อได้


เพื่อนเรารีบขับเข้าข้างทางทันที
เมื่อเราก้มดูขาตัวเอง
สิ่งที่ได้มาคือแผลเหวอะหวะตรงขา


ใช่...
นี่เป็นครั้งแรกที่เรามีแผลใหญ่ขนาดนี้


เราช็อคจนแบบร้องโอ๊ยยออกมาเบาๆ
แล้วบอกให้เพื่อนพาเราไปส่งรพ. เดี๋ยวนี้!
เพื่อนเราพอมันเห็นก็ตกใจมาก
แต่เหมือนมันยังมีสติได้อยู่


มันรีบหยิบทรศ.ขึ้นมาโทรหารถกู้ภัย
ส่วนคนแถวนั้น..
เขาใจดีกับเรามากๆเลยล่ะ


ตรงนั้นมันเป็นตรงตลาด
และเสียงประทะกันมันดังมาก


พอเขาออกมาดู เขารีบยื่นยาดมให้เรา
อีกคนก็เอาทิชชู่มาให้ปิดแผลไว้ก่อน
เพราะนั่งอยู่ริมถนน
เศษดินอะไรจะปลิวเข้าแผล
บวกกับเลือดเราออกเยอะมาก
ส่วนอีกคนก็เดินเอากล่องลังแบนๆ
มายืนถือกันแดดให้เรา
ตอนนั้นเรารูู้สึกซึ้งใจมากๆเลย
เพราะแดดมันแรงมาก
แต่พี่เขาก็ยืนอยู่อย่างนั้น
จนกว่ากู้ภัยจะมา
ตอนนั้นเราไหว้ปะหลกๆ
ต่อทุกคนที่เราเห็น
พอคู่กรณีลงรถมา เราก็ไหว้แล้วไหว้อีก
แล้วเรายังพูดเจื้อยแจ้วให้ทุกคนสบายใจ
ว่าเราไม่ได้เป็นหนักมากนัก


ซึ่งแผลมันเหวอะมากจริงๆนะ
(แผลเรามีแค่ที่ขาซ้าย)
แต่ตอนนั้นเราไม่รู้สึกเจ็บแล้ว
เหมือนมันชาแล้วก็ปวดนิดหน่อย
เพราะแรงกระแทก


ตอนที่เราโดนกู้ภัย โดนบุรุษพยาบาล
โดนหมอล้างแผลให้ คือไม่เจ็บอะไรเลย
นอกจากเจ็บเพราะเขาเอาสำลีถูๆหน่อย


ตอนเจ็บสุดสำหรับเราคงเป็นตอนที่
เราโดนฉีดยาชา
มันเจ็บยิ่งกว่าตอนโดนเจาะเลือดซะอีก
เราเป็นคนที่อดทนเก่งนะ
คือเจ็บแค่ไหนก็ไม่ร้องสักแอ๊ะ


เราทำเพียงแค่เอามือบีบราวเตียงแน่นๆ
แต่แบบตอนนั้นมันเจ็บมากจนทำให้
ขาของเรามันกระตุกเองโดยอัตโนมัติ
มันแบบสุดๆแล้วอ่ะ ;___;


ยาชาเริ่มออกฤทธิ์
พอตอนที่หมอกำลังเย็บให้
มันจะรู้สึกแค่ว่ากำลังโดนทำอะไร
แล้วก็มีปวดๆเจ็บๆนิดนึงเหมือนแบบ
เวลาขาช้ำแล้วมีคนมาจิ้มอะไรงี้


วินาทีที่ทรมานเหมือนกันคือตอนที่
ยาชามันหมดฤทธิ์!
เราเกรงใจที่แบบจะขอเพิ่ม กลัวเปลืองไรงี้
เราเลยไม่บอกหมอว่าเราเจ็บ


แต่ขาเรากระตุก
ส่วนแขนเราก็บีบราวเตียงไว้แน่น
ขาอีกข้างหลุดดิ้นนิดหน่อย
หมอถึงรู้แล้วฉีดเพิ่มให้
ความเจ็บตอนฉีดนี่แม่งเหมือนเดิมเลย
แต่เหมือนยาชาจะเอาไม่ค่อยอยู่แล้ว
มันเลยมีหลุดเจ็บออกมาบ้าง


ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยเจ็บ



เพื่อนเรารับผิดชอบเราเต็มที่
จนเรารู้สึกเกรงใจมากๆ
รู้สึกผิดเลยอ่ะเหมือนเป็นภาระ
อารมณ์แบบเราไม่น่าเป็นแผลเลย
ทุกคนเลยวุ่นวายไปหมด ฮือ


แต่รถมันมีพรบ.บวกกับประกันชั้นสอง
ถ้าจำไม่ผิดนะ


แล้วสรุปกลายเป็นว่าฝ่ายของเราดันถูก
เพราะรถเก๋งคันนั้น
เขาจะเลี้ยวในที่ห้ามเลี้ยว
(ทำไมเพื่อนไม่แทรกตรงกลางรถเก๋งกับรถพ่วง???
คำตอบคือ มันแคบมากอ่ะ แล้วเพื่อนให้เหตุผลว่ากลัวรถพ่วงเบียดด้วย เลยต้องเสี่ยงดวงโดยการเบียดเก๋ง แต่เบียดไม่พ้น
;___;)


ตอนที่แม่เรามา
เขามายืนบีบมือให้กำลังใจอ่ะ
โคตรรูู้สึกอบอุ่นมากเลย
แม่เราจัับมือเราไว้ไม่ปล่อย


คือแม่เราพึ่งออกจากเวร
แล้วกำลังขัับรถกลับบ้านพอดีไง
ข้าวก็ยังไม่ได้กิน นอนก็ไม่ได้นอน



ซึ่งเรารู้สึกเกรงใจแม่
จนบอกให้แม่กลับบ้านไปก่อนก็ได้
เดี๋ยวเรานั่งรถกลับเอง


แม่บอกไม่เป็นไร
เดี๋ยวยืนให้จับมือตอนหมอเย็บแผลไง 
แต่สรุปหมอไล่แม่ออกไปตอนเย็บ (อ่าว!!)


เพื่อนกลัวแม่เราโกรธ
เราก็พูดให้แม่ฟัง แม่บอกว่า
ไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ
ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก
แต่ถ้าเป็นหนัก
แบบต้องนอนติดเตียงหลายวัน
หรือพิการ อันนั้นแม่จะโกรธ
ทัชใจดิฉันมากๆ


ส่วนเพื่อนกับแม่เพื่อน
คือพร้อมเปย์ขั้นสุด
เขาจะพาเราไปรพ.เอกชนด้วยซ้ำ ;__;
ซึ่งตอนแรกมันนึกว่ารพ.ที่พามาคือเอกชน
มันเลยไม่ได้อะไร จนจ่ายตังค์นั่นแหละ
มันค่อยรู้
แต่ก็ไม่ทันละ
เพราะแผลมันเย็บหมดแล้วไง55555


คนที่กระวนกระวายที่สุด
คงไม่พ้นแฟนเราที่อยู่ข้ามจังหวัด
ห่างกันถึง500กม.


เราก็ปลอบเขาไปตามประสา
เพราะเราเข้าใจเขาแหละว่่าถ้าเขาโดนนะ
เราก็แทบใจจะขาดเหมือนกัน
ที่วาร์ปไปอยู่ด้วย ไปดูแลไม่ได้


แต่ตอนที่ทำให้เราตาสว่าง
ได้รู้ว่าเราไม่ได้เข้าใจจริงๆ
ก็เป็นตอนที่เขาส่งเพลง
‘กลัวเครื่องบิน‘ มาให้

พอเราได้อ่านเนื้อเพลงมันทำให้เราแทบ
กลั้นน้ำตาไม่ไหว


คนที่จะตรงกับเนื้อเพลงนี้ได้
เขาต้องรักเรามากขนาดไหน
ทำไม ทำไมเธอรักฉันมากจัง
เธอต้องเป็นห่วงฉันมากแน่ๆ


ฉันโคตรรู้สึกผิดต่อเธอเลย
อยากโอบกอดหัวใจเธอไว้


ฉันไม่อยากให้เธอเป็นห่วงฉันเลยอ่ะ
ซึ่งสิ่งที่ฉันทำได้คงเป็นแค่
การดูแลตัวเองให้ดีมากกว่านี้
ทุกคนจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วง


เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ว่า
ใครที่รักเรามากที่สุด
ทั้งแม่ ทั้งแฟน ทั้งเพื่อน
สามคนนี้คือคนที่อยู่กับเราทุกเหตุการณ์
คือคนที่มีอิทธิพลในชีวิตเรามากๆ


แล้วต่อไป.. อย่าขับรถเร็ว... อย่าประมาท..



                  แฟนคะ                     ขอบคุณแล้วก็....รักนะคะ





               — ถึงเธอคนที่ฉันรักมากที่สุด







SHARE
Writer
Foras
G&D
แด่เธอ

Comments