เพี่อนร่วมงานและการโดนบูลลี่
ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ตื่นเช้ามาใช้ชีวิตเบียดๆบนรถไฟฟ้าอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
ตกเย็นยืนเบียดกับคนบนรถเมล์กลับบ้าน


ฉันทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ฉันย้ายจากที่ทำงานเก่ามาทำที่โรงพยาบาลนี้ด้วยเหตุผลที่ฉันคิดว่าการที่ได้ทำงานที่นี่จะทำให้ได้เจอคนที่เยอะกว่าสังคมที่ใหญ่กว่าคงจะเป็นเรื่องดีกว่าที่ฉันจะได้เจอคนเยอะๆคงจะได้ประสบการณ์ชีวิตสำหรับเด็กที่เรียนและทำงานไปด้วยอย่างฉัน 

เดือนนี้ฉันกำลังจะทำงานที่นี้ได้เดือนที่ 2 
ฉันรู้สึกว่าฉันโคตรคิดผิดเลย 


งานที่ดีไม่ใช่งานที่มีหน้าตาทางสังคมดูดี
......บางทีงานที่ดี........
อาจจะเป็นแค่งานที่เราทำแล้วสนุก
มีเพื่อนร่วมงานที่ดีก็ได้

ฉันเพิ่งรู้ว่าก่อนที่ฉันจะย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ ฉันเป็นคนที่โคตรโชคดี
ฉันได้มีเพื่อนร่วมงานที่ดี
ได้มีชีวิตทำงานที่สงบสุข
ฉันมีความสุขที่จะตื่นขึ้นมาในทุกๆวัน ฉันได้เพื่อนร่วมงานที่ใช้คำว่าเพื่อนร่วมงานได้อย่างเต็มปากไม่กระดากปากที่จะเติมคำว่า' เพื่อน' ลงไป งานปัจจุบันที่ฉันทำอยู่เพื่อนร่วมงานไม่สิคนที่ทำงานดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรเสียเท่าไหร่

ดูไม่จริงใจเสแสร้งหาเรื่องจับผิดน่ารำคาญ
บางคนก็ขี้อิจฉาขี้อิจฉามากพอที่จะพยายาม
บูลลี่ฉัน พยายามทำให้ทุกคนไม่ชอบฉัน
เพื่อให้ตัวเองรู้สึกอยู่สูงขึ้นสำหรับฉันเธอเป็นผู้หญิงที่ดูดีกว่าฉันฉันมองว่าเธอน่าอิจฉาด้วยซ้ำไปแต่กลับกลายเป็นเธอที่มาอิจฉาฉันแล้วพยายามกดฉันที่อยู่ต่ำกว่าเธอให้ต่ำลงไปอีก

อาจเป็นเพราะงานที่นี่เป็นงานแบบเรื่อยๆไม่ค่อยเร่งรีบไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ทำให้คนมีเวลาว่างพอที่จะรังแกกันจับผิดกันละมั้ง

ถ้ามีนิดๆหน่อยๆมีเล็กน้อยก็คงพอเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมแต่นี่ไม่ว่าจะไปกินข้าวเข้าห้องน้ำหรือจะเดินไปไหนก็โดนมองอยู่ตลอดเหมือนกับว่ามีกล้องวงจรปิดถ่ายฉันอยู่
และจะมีเสียงนินทาทันทีเมื่อหันหลัง

ตลอดเวลา 2 เดือนก่อน
ฉันทำงานโดยที่มีกล้องวงจรปิดอยู่ข้างบน
กล้องถ่ายฉันอยู่ตลอดเวลาที่ฉันทำงานตั้งแต่ 09:00 จนถึง 18:00 น.
ฉันยังไม่รู้สึกอึดอัดเท่ากับการทำงานที่นี้เลย

ฉันเบื่อคำพูดเสแสร้ง
เบื่อที่เวลาทำผิดเขาเลือกที่จะนินทา
มากกว่าบอกกันตรงๆกลายเป็นคนที่ทำผิดเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่อง
ฉันเบื่อคำพูดเสแสร้ง
เบื่อที่เวลาทำผิดเขาเลือกที่จะนินทามากกว่าบอกกันตรงๆ กว่าที่ฉันจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรพลาดแล้วได้ปรับปรุงตัวเวลาอาจจะผ่านไปเป็นเดือนซะแล้ว

บางครั้งฉันไม่คิดว่า
การที่เราไม่บอกคนที่ทำอะไรผิดตรงๆแล้วเลือกที่จะปล่อยให้เขาเป็นแบบนั้นเรียกว่ามารยาทนะ

ฉันว่าการพูดจารักษาน้ำใจมีหลายวิธีที่จะเรียบเรียงคำพูดให้มันดูดีหรือว่าเรียบเรียงคำพูด
ที่จะไม่ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป การบอกหรือว่าเตือนตรงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียมารยาทนะถ้าเขารู้วิธีที่จะพูด

ฉันเคยโดนบูลลี่ตอนอายุ 17 และฉันคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังจะโดน บูลลี่ อีกครั้งฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรพลาดไปเพราะว่าเรื่องนินทาพวกนั้นยังไม่มาถึงหูฉัน เพราะไม่มีใครคิดจะพูดกับฉันตรงๆถ้าให้ฉันมองในมุมของฉันฉันรู้สึกเหมือนฉันก็ทำงานของฉันปกติฉันไม่ค่อยพูดอะไรกับใครไม่สุงสิงกับใครเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะเผลอพูดให้เขาไม่พอใจเพราะฉันจะไม่คุยกับเขาด้วยซ้ำหรืออาจเป็นเพราะฉันไม่ค่อยคุยกับเขาด้วยหรือเปล่านะ

ยิ่งฉันคิดมากก็ยิ่งเหมือนฉันเป็นคนบ้า
ฉันเดาไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเพราะอะไร
ฉันทำได้แค่พยายามไม่สนใจคนที่เข้ามาลดทอนตัดสินคุณค่าของฉันลดคุณค่าของฉัน
ทำให้คนอื่นพยายามถอยห่างฉัน ทำให้ฉันกลายเป็นอากาศ

ฉันกลายเป็นโรคซึมเศร้าตอนที่ฉันโดนบูลลี่ครั้งแรก ตอนนั้นสำหรับฉันมันเป็นเรื่องใหญ่มาก
ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนับจากเหตุการณ์นั้นฉันเชื่อเสมอว่าฉันผ่านจุดนั้นมาได้และฉันก็เข้มแข็งขึ้นแล้วแต่ว่าวันนี้กำลังจะครบรอบ 1 เดือนที่ฉันโดนบูลลี่ฉันเริ่มลังเลว่าฉันยังเข้มแข็งอยู่ไหม
ฉันมีความสุขทุกวันในบรรยากาศอึดอัดได้แค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น
สิ่งเดียวที่เตือนให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังเข้มแข็งอยู่คือความรู้สึกที่ว่าฉันยังอยากทำงานที่นี่ฉันยังไม่ได้กลัวที่จะโดนบูลลี่จนอยากลาออกจากงาน
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเข้มแข็งได้อีกนานไหมกับบรรยากาศอึดอัดที่ต้องเจอ

ฉันยังต้องหาเงินเพื่อจ่ายค่าเทอมให้ตัวเอง
ฉันไม่อยากเปลี่ยนงานบ่อยๆและฉันคิดว่าฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด

สิ่งเดียวที่ฉันกลัว
ฉันไม่ได้กลัวว่าใครจะเกลียดฉันไปมากกว่านี้
แต่ฉันกลัวกลัวว่าโรคซึมเศร้าจะกลับมาอีกครั้งเพราะความรู้สึกไม่สบายใจที่ฉันต้องเจอในทุกๆวัน ฉันจำได้ดีว่ากว่าที่อาการซึมเศร้าของฉันกว่าจะหายมันทรมานแค่ไหน.......
แล้วมันยังคุ้มค่าอยู่ไหมกับความอดทนที่ต้องเสี่ยงกับอาการซึมเศร้าที่จะกลับมา .......
SHARE
Writer
Black_Cat
writer
ไดอารี่ของฉัน

Comments