นารายณ์สิบปาง Thailand Edition
เชื่อว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักเรื่องราวการอวตารของพระนารายณ์กันบ้างนะครับ (อย่างน้อยๆก็ที่ผมเล่าไปก็เกือบครบแล้วนะ แหะๆ) แต่จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่า ประเทศไทยของเราเองเนี่ย ก็มีเรื่องราวการอวตารของพระนารายณ์ในสำนวนของเราเองเช่นกัน วันนี้ก็เลยจะนำเรื่องราวของนารายณ์สิบปางในเวอร์ชั่นของไทยเรามาเล่าแบบสรุปจนครบทั้งสิบปางละกันครับ

ก่อนอื่นต้องขอเล่าไว้ก่อนว่า นารายณ์สิบปางในสำนวนของไทยนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 version ครับ โดยมีฉบับโรงพิมพ์หลวง ฉบับโรงพิมพ์วัชรินทร์ และฉบับคุณหญิงเลื่อนฤทธิ์ ซึ่งทั้งสามฉบับนั้นมีเนื้อเรื่องที่คล้ายกันมาก จะต่างก็แต่การจัดลำดับอวตารที่อาจจะต่างกันเล็กน้อยเพียงเท่านั้นเอง โดยที่เนื้อเรื่องนั้นจะกล่าวถึงการกำเนิดโลกและจักรวาลรวมไปถึงการกำเนิดเทพเจ้าต่างๆ โดยเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่ที่สุดก็คือ “พระอิศวร” (เป็นชื่อเรียกพระศิวะในเวอร์ชั่นไทย) ซึ่งทุกครั้งที่โลกเกิดเภทภัยใดๆ ก็มักจะสั่งให้พระนารายณ์ไปปราบเสียทุกครั้งไป และต่อไปนี้คือ 10 อวตารของพระนารายณ์ในฉบับ Thailand only ตามฉบับโรงพิมพ์หลวงครับ

1. วราหาวตาร : เมื่อหิรันตยักษ์ได้รับพรจากพระอิศวรให้มีฤทธิ์เหนือผู้ใดในจักรวาล ก็นึกกำเริบเสิบสาน ม้วนเอาแผ่นดินทวีปทั้ง 4 (ชมพูทวีป, อุตตรกุรุทวีป, บุรพวิเทหทวีป และอมรโคยานทวีป) แล้วเอาไปซ้อนไว้ในเมืองบาดาลเสีย ทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายเดือดร้อน พระนารายณ์ที่ได้รับ mission มาจากพระอิศวรจึงอวตารเป็นหมูป่าเผือกเขี้ยวเพชร เข้าโรมรันพันตูกับหิรันตยักษ์ ซึ่งผลก็คือหมูป่าสามารถจัดการหิรันตยักษ์ลงได้ และใช้เขี้ยวขวิดเอาแผ่นดินทั้ง 4 กลับคืนมาเหมือนเดิม

2. กัจฉปาวตาร : : มีพรหมองค์นึงอิจฉาพระพรหมธาดาที่เป็นใหญ่เหนือตน ด้วยมิจฉาทิฏฐินี้ ทำให้พรหมองค์นั้นจุติเป็นสังขอสูรและอาศัยในมหาสมุทร วันนึงขณะที่พระพรหมธาดาเหาะผ่านมหาสมุทรเพื่อเอาพระเวทถวายพระอิศวร สังขอสูรจึงใช้ฤทธิ์บันดาลให้พระพรหมธาดาเกิดความร้อนจนต้องแวะไปอาบน้ำริมมหาสมุทร แล้วสังขอสูรจึงสั่งให้ผีเสื้อน้ำขโมยพระเวทแล้วส่งให้กับอสูรบริวารของตน พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเต่ายักษ์เข้าไปจัดการกับผีเสื้อน้ำและอสูรบริวารของสังขอสูรเสีย

3. มัจฉาวตาร : ต่อจากอวตารที่แล้ว เมื่อพระนารายณ์ทราบว่าสังขอสูรได้รับพระเวทจากบริวารแล้ว จึงอวตารเป็นปลากรายทองตามหาสังขอสูรจนเจอและเกิดการต่อสู้กัน สังขอสูรสู้ไม่ได้จึงกลืนพระเวทลงท้องแล้วหนีหัวซุกหัวซุนไป เมื่อปลากรายเจอสังขอสูรจึงคืนร่างเป็นพระนารายณ์แล้วแหกปากสังขอสูรล้วงเอาพระเวทกลับมาแล้วฆ่าสังขอสูรเสีย เนื่องจากสังข์เกิดจากอดีตพรหม อีกทั้งยังมีรอยนิ้วมือของพระนารายณ์ อีกทั้งยังเคยกลืนพระเวทลงท้อง จึงกลายเป็นสิ่งมงคลและมักใช้ในงานมงคลทั่วไป

4. มหิงสาวตาร : ก็มีพรหมอีกองค์นึงที่นึกอิจฉาพระพรหมธาดาเช่นกัน และก็ด้วยมิจฉาทิฏฐินี้เลยทำให้พรหมองค์นั้นจุติเป็นอสูรควายที่มีฤทธิ์มาก อยู่มาวันหนึ่งก็อยากท้าทายพระพรหมธาดา จึงเข้าไปขวิดเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสวรรค์เสียหวังยุให้พระพรหมธาดาออกมาสู้กับตน ทำให้เหล่าเทวดาเดือดร้อนกันยกใหญ่ และก็เช่นเคยว่าพระนารายณ์ก็รับ mission จากพระอิศวรให้มาจัดการอสูรควายเสีย พระนารายณ์จึงอวตารเป็นควายเผือกเข้าไปต่อสู้กับอสูรควายตัวนั้นและสามารถเอาชนะได้ในที่สุด

5. สมณาวตาร : อสูรตรีบูรัม ได้รับพรจากพระอิศวรให้มีฤทธิ์มากมาย อีกทั้งได้รับศิวลึงค์ไว้เป็นเหมือนเครื่องรางซึ่งตรีบูรัมนั้นเอาไว้เหนือศีรษะของตนตลอดเวลา ต่อมาตรีบูรัมก็กำเริบคิดจะต่อตีกับเหล่าเทวดา จนพระอิศวรต้องลงมาปราบเอง แต่ก็ไม่สามารถจัดการได้เพราะศิวลึงค์ที่ตนให้ไปคุ้มกันตรีบูรัมไว้อยู่ พระนารายณ์จึงอวตารเป็นสมณะรูปนึงไปหาตรีบูรัมและเกลี้ยกล่อมจนตรีบูรัมยอมยกศิวลึงค์ลงจากศีรษะและมอบให้กับสมณะ เปิดโอกาสให้พระอิศวรจัดการกับตรีบูรัมได้สำเร็จ

6. สิงหาวตาร : หิรันตปกาสูรได้ขอพรกับพระอิศวรว่าจะไม่มีเทพ-มนุษย์-สัตว์ใดๆมาสังหารตนได้ อีกทั้งอาวุธใดๆก็ไม่อาจสังหารได้ รวมถึงไม่ให้ตายทั้งในเวลากลางวัน-กลานคืน ทั้งในเรือนและนอกเรือน ซึ่งหลังจากได้รับพรแล้วก็กำเริบเสิบสายตั้งตัวเป็นใหญ่ในสามโลก สร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์และเทวดา พระนารายณ์จึงอวตารเป็นนรสิงห์ซึ่งเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ มีกรงเล็บอันเป็นกรด บุกเข้าไปจัดการกับหิรันตปกาสูรในช่วงโพล้เพล้ตรงธรณีประตูวัง (ซึ่งอยู่ระหว่างในและนอกเรือน) แล้วใช้กรงเล็บปลิดชีพอสูรร้ายในที่สุด

7. ทวิชาวตาร : ตาวันอสูรได้ขอประทานที่ดินส่วนหนึ่งจากพระอิศวร โดยหากใครหลงเข้าไปสามารถจับกินได้ ตาวันอสูรจึงใช้ฤทธิ์สะกดจิตให้มนุษย์และสัตว์ต่างๆหลงเข้าไปในพื้นที่ของตนแล้วจับกินเสีย พระนารายณ์จึงอวตารเป็นพราหมณ์เตี้ยเข้าไปขอเจรจากับตาวันอสูรว่าขอพื้นที่เพียง 3 ก้าวเท่านั้น ตาวันอสูรก็ยอมยกให้ พราหมณ์เตี้ยจึงขยายร่างและก้าวไป 3 ก้าวเพื่อเอาแผ่นดินทั้งหมด ส่วนตาวันอสูรนั้นได้หนีไปด้วยเกรงฤทธิ์ของพระนารายณ์

8. กฤษณาวตาร : ท้าวกังสะ (บางสำนวนเรียกว่า กงส์) ก่อความเดือดร้อนให้กับมวลมนุษย์ทั้งหลาย พระนารายณ์จึงอวตารเป็นกษัตริย์แห่งนครทวารดีนามว่า “ท้าวบรมจักรกฤษณ์” เพื่อสังหารท้าวกังสะเสีย นอกจากนั้นยังมีบทบาทในการช่วยเหลือเจ้าชายอนิรุทธผู้เป็นหลายชายที่ถูกท้าวพาณสูรจับตัวไปจนต้องรบกับพระอิศวรอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนนี้ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่อง “อนิรุทธคำฉันท์” นั่นเอง

9. อัปสราวตาร : นนทกได้รับนิ้วเพชรจากพระอิศวรเพื่อตอบแทนความชอบที่คอยล้างท้าวเทวดาที่เชิงเขาไกรลาส แต่นนทกก็เอานิ้วเพชรฆ่าเหล่าเทวดาที่เคยแกล้งตนจนตายเกลี้ยง พระนารายณ์จึงอวตารเป็นนางอัปสรล่อลวงให้ร่ายรำกับนาง จนมาถึงท่า “นาคาม้วนหาง” นนทกเผลอเอานิ้วชี้ขาตัวเองจนเสียท่า นนทกตัดพ้อพระนารายณ์ว่าทำไมผู้มีสี่มือต้องใช้เล่ห์กลกับผู้มีสองมือเช่นตน พระนารายณ์จึงสาปให้นนทกไปเกิดเป็นอสูรมีสิบหน้ายี่สิบมือและมีฤทธิ์ ส่วนตนจะเกิดมนุษย์ธรรมดาตามสังหารเสีย จากนั้นพระนารายณ์ก็ฆ่านนทกตามระเบียบ

10. รามาวตาร : ปางนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายนะครับ พระนารายณ์อวตารเป็นพระราม เจ้าชายแห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อสังหารทศกัณฑ์ อสูรผู้มีสิบหน้ายี่สิบมือ ดังที่ปรากฏในเรื่อง “รามเกียรติ์” นั่นเอง

จะเห็นได้ บางอวตารมีความคล้ายคลึงกับเนื้อเรื่องฉบับของศาสนาฮินดู บางอวตารก็เป็นเรื่องเฉพาะของฝ่ายไทยแต่ไม่ปรากฎในฝั่งของฮินดูเลยก็มีเช่นกัน และอวตารเหล่านี้เนี่ยก็ไม่ได้อยู่แค่เฉพาะหนังสือนารายณ์สิบปางนะครับ หากแต่ปรากฎในรามเกียรติ์ฉบับสมบูรณ์ด้วย ซึ่งตอนแรกสุดนั้นเริ่มด้วยวราหาวตารนั่นเอง ใครสนใจก็ลองไปหาอ่านกันได้นะครับ
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments