จงวิเคราะห์ และอย่าวิตก...
ฉันเริ่มโตขึ้นแล้วค้นพบว่า หลายอย่างๆในชีวิต เราก็ไม่สามารถจะควบคุมมันได้...


เมื่อก่อนที่ตอนเรายังเป็นเด็ก มันคงจะง่ายมาก ในการตอบว่า "เย็นนี้เราจะกินอะไร.." นั่นก็เพราะว่า มันแน่นอนอยู่แล้ว ที่จะต้องเป็นอะไรก็ตามที่อยู่บนโต๊ะกินข้าว ....
อันที่จริงแล้ว บางทีเราไม่ต้องตั้งคำถามนั้นขึ้นมาด้วยซ้ำ มันก็แค่การใช้ชีวิตผระจำวันไปอย่างง่ายๆ ที่ปกติสุข มีอะไรก็กิน มีอะไรให้ดูก็ดู มีอะไรให้เล่นก็เล่น....

ก็ใช่อยู่ที่ว่า มันจะมีข้อจำกัดเกิดขึ้นมา เพื่อให้เราได้ทำความรู้จัก กับ "ความโลภ" ในการเป็นมนุษย์...

อย่างเช่น.....
อยากกินเคเอฟซีจังวันนี้ แต่คงไม่ได้ เพราะไม่ใช่โอกาสพิเศษหรือวันเกิด ....
อยากได้ของเล่นใหม่ในโฆษณาจัง แต่คงจะไม่ได้ เพราะพ่อกับแม่บอกว่าเราไม่มีเงินพอ....
อยากไปเที่ยวทะเลจังเดือนนี้ แต่ก็คงจะไม่ได้ เพราะว่ายังไม่ปิดเทอม ต้องก้มหน้าก้มตาเรียนก่อน....

หลายอย่างมันแทบจะมีคำอธิบายสำเร็จให้เราเลย ทันทีที่เกิด "ความอยาก" อะไรต่อมิอะไรขึ้นมา...

แต่เมื่อพอเราโตขึ้น .....

เราได้มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง....
มีห้องทั้งห้องจากการจ่ายค่าเช่ารายเดือนด้วยตัวเอง...
ซื้ออาหารกินเองทั้งสามมื้อ....
จะซื้อของอะไรก็ได้ ตามแต่ที่ตัวเองมีปัญญาจะซื้อ.....

เรากลับได้พบเจอแต่คำถามในหัว กลับไม่ได้เห็นเพียงแต่คำตอบอย่างที่วาดฝัน ว่าอะไรก็เป็นไปได้...
ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้จัง แต่ว่าฉันจะซื้อมันไปทำไม? ในเมื่อฉันก็มีอยู่แล้ว เพียงเพราะว่าฉันอยากได้เหรอ? .....
ฉันอยากกินบุฟเฟ่ร้านนั้นอีกจัง มันอร่อยทุกอย่างเลยนะ แต่ว่าฉันอยากกินมันจริงๆเหรอ? หรือเพราะว่าตอนนี้ฉันแค่หิวข้าวเย็น? ถ้าแค่นั้นกินข้าวร้านประจำ 40 บาทก็อิ่มเหมือนกันนี่.....
.
ยาวไปจนถึงเรื่อง...
ทำไมรัฐบาลนี้มันแย่อย่างนี้นะ? ตอนเด็กๆเขาไม่ตั้งใจเรียนหนังสือกันเหรอ? เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไมแก้ไม่ได้? ....
ทำไมน้ำท่วมซ้ำซาก? 
ทำไมวันนี้รถติดจัง? 
....

มันไม่แปลกที่คนเราจะต้องคิด....
และยิ่งไม่แปลกที่จะต้องตามมาด้วยคำถาม....

ยิ่งคุณโตมากขึ้นเท่าไหร่ ความรับผิดชอบก็ยิ่งต้งใหญ่โตมากขึ้น...
อย่างกับว่า เมื่อเวลาผ่านไป เงาของเราที่จะปรากฎบนพื้น ก็สะท้อนให้ขนาดของความรับผิดชอบที่ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ....

และอันที่จริงแล้ว คำถามที่เกิดขึ้นในหัวตอนนี้ ก็ไม่ได้มากขึ้นหรือน้อยลง จากความเป็นเด็กน้อยต่อโลกคนนั้นแต่อย่างใด....
เรายังคงเป็นเด็กคนเดิม...
คนที่รับรู้แล้วว่า เราต้องเรียนรู้กับมันไปเรื่อยๆ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต 20 ครั้งแรก 30 ครั้งแรก ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจากไป...

เรียนรู้ว่าจงวิเคราะห์มัน วิเคราะห์เรา วิเคราะห์เขา และวิเคราะห์โลก แต่อย่าวิตกจนเอามาแบกไว้...


จงไปต่อ เดินไปต่อ....

อย่าไปคว้าอะไรติดตัวเอามาแบกไว้มากนัก เอาเท่าที่ไหว เท่าที่เดินไปได้เรื่อย เท่าที่พอจะเงยหน้าชมนกชมไม้ระหว่างทางได้บ้าง....
หรือหากวันไหนเหนื่อย หรือจำเป็นจะต้องหยุดพัก เราก็พร้อมที่จะวางของที่แบกไว้ ลงไปกองกับพื้นก่อนได้อย่างไม่ต้องกังวล....

ให้เหลือมือสักข้างไว้คอยช่วยเหลือผู้คนระหว่างทางที่ผมเจอ ....
หรือเหลือไว้จับมือคนสำคัญของเรา ให้ได้เดินไปพร้อมๆ กัน...
SHARE

Comments