รักในฤดูฝน
คุณเฝ้าแต่ถามฉันว่า “ทำไมจึงชอบออกไปวิ่งตอนฝนตก” ทั้งๆ ที่ฉันแพ้อากาศตอนฝนตก – กลับเข้าห้องมาทุกครั้งจะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว และกว่าอาการนั้นจะหายก็ต้องอาบน้ำ กินยา – ฉันบอกคุณว่าแค่นี้, ไม่ได้ทำให้หัวใจฉันเจ็บปวดไปกว่าการอยู่อย่างไร้ตัวตนในชีวิตคุณหรอก คุณเอาแต่พร่ำขอโทษ... แล้วฉันก็แพ้แก่น้ำเสียงนั้นทุกครั้ง หลายคราวที่ฉันพยายามเดินออกมาจากชีวิตคุณเงียบๆ แต่เมื่อคุณพูดว่า “เหนื่อยจัง” เมื่อภาระที่แบกอยู่นั้นมันทำให้ไฟในการทำงานของคุณใกล้มอด ฉันก็ต้องติดบ่วงความห่วงใยที่มีต่อคุณอยู่อย่างนั้น

ฉันบอกคุณเสมอว่า “ความเหนื่อย และความเครียดเกี่ยวกับงานจะบรรเทาลงมาก เมื่อครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากัน, ลูกๆ จะทำให้คุณหายเหนื่อย เมื่อคุณได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขา” คุณตอบ “นั่นน่ะสินะ, คนเล็กเป็นเด็กร่าเริง และผมมักจะมีความสุขเสมอเมื่อเห็นหน้าเธอ” ประกายตา และใบหน้าของคุณที่อิ่มสุขเมื่อพูดถึงลูกๆ

แต่มันคือความร้าวรานราวกระจกบางๆ หล่นจากชั้นดาดฟ้า – ฉันกลายเป็นอากาศในทันใด

ทำไมฉันจึงชอบออกไปวิ่งตอนฝนตก, คงเพราะในตอนนั้นฉันสามารถร้องไห้ได้อย่างไม่ต้องอายใคร น้ำฝนจะชะล้างคราบเหงื่อและน้ำตาออกไปพร้อมกัน

มันไม่ง่ายหรอก, กับการมีรักให้กับคนที่ไม่สามารถรักได้ในชีวิตจริง เราต่างก็รู้ในข้อนั้นดี ความใกล้ชิดทำให้เราเผลอไป ความพลั้งเผลอที่ทำให้ระหว่างเราเลยเถิดมาไกลเกินกว่าที่จะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น หากแต่ปลายทางของเรื่องราวมีเพียงหนทางเดียว คือ ฉันเดินออกไปจากชีวิตคุณ... เท่านั้นจริงๆ แล้วสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดมันก็จะกลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดา ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนัก เหมือนที่เคยผ่านมาทุกๆ ครั้ง ในชีวิต

“เดี๋ยวคุณก็เบื่อผม, ใครๆ เข้ามาในชีวิตคุณเยอะแยะ คุณยังโสด คุณจะไปคบหากับใครเมื่อไรก็ได้”
นั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง ฉันรู้ว่ามันเป็นเพียงคำพูดประโลมใจให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่ากับคุณ เป็นเพียงการซื้อเวลาสำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถเป็นจริงนี้ได้เท่านั้น

“ถ้าฉันรักคนอื่น, ฉันจะเดินข้ามกรอบศีลธรรมมาทำไม”
แต่จะว่าไป ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงตกหลุมรักคุณอย่างถอนตัวไม่ขึ้น, ฉันพร่ำหาเหตุผลจูงใจ แต่สุดท้ายฉันก็กล่าวโทษดินฟ้าที่ส่งฉันมาพบความผิดหวังซ้ำซาก จึงทำให้ฉันหวาดกลัวความผูกพัน การแต่งงาน และกลัวที่จะมีใครสักคนในชีวิตจริง

คุณ, ที่ความเหงาปะทะเข้าเหมือนพายุฝนกลางฤดูร้อน การอยู่ห่างไกลครอบครัวทำให้ศีลธรรมในใจนั้นเปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ - ฉัน, เป็นจอมปีศาจที่พลาดหลุดเข้ามาในวงจรชีวิตคุณ ฉันแทงใจคุณด้วยความจริงใจและความรัก... ฉันไม่โทษคุณเลยสักนิดกับเรื่องราวในชีวิตทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นนี้

“ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณเสียคน”
ฉันหัวเราะเห็นเป็นเรื่องขำ แต่คุณไม่ตลกด้วยเลย – ในเรื่องราวระหว่างเรานั้น ต่างก็เจ็บร้าวไม่แพ้กันทั้งสองคน

“คุณไม่ต้องไปจากฉันหรอกนะ... ฉันจะไปเอง”
ประโยคซ้ำซากที่ฉันมักบอกคุณเสมอเมื่อเราอยู่ด้วยกัน, ก็มันจำเป็นที่ต้องเป็นเช่นนั้น ฉันอาจจะยอมรับได้ในเรื่องราวทั้งหมดนี้ แต่ฉันคงทำใจไม่ได้หากต้องเห็นคุณเดินจากไปพร้อมหน้ากับครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ

“บางทีฉันอาจจะเบื่อคุณ อาจจะมีคนใหม่ หรือไม่ อาจจะเกิดสำนึกดีขึ้นมาในใจ... ขอโทษด้วยนะ ฉันพลาดเองแหละที่ปล่อยให้ความผูกพันก่อตัวขึ้น ทั้งที่หัวใจไม่ได้แกร่งเลย”
เป็นคำพูดที่น่าจะฟังดูดีว่าคำว่า “คนที่เกินมาไร้ค่าเสมอ” แน่ๆ

ข้างนอกฝนตก, มองจากชั้นสิบสี่ออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ไกลจากตรงนี้มากนักเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟริบหรี่ยามค่ำ และลมฝนที่กระหน่ำอย่างรุนแรง – ฉันอยากออกไปวิ่ง แต่ฉันก็เบื่อที่จะต้องกลับเข้ามาพร้อมอาการป่วยซ้ำซาก และจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเรา รักที่ไม่มีวันเป็นไปได้กับน้ำเสียงที่คุณพูดถึงลูกสาวคนเล็ก – จอมปีศาจอย่างฉันคงต้องไปจากชีวิตคุณเสียที

“โทร. ไปคุยกับลูกๆ สิ นั่นจะทำให้คุณหายเหนื่อยนะ” ฉันส่งข้อความสุดท้ายถึงคุณ –

เปิดหน้าต่างรับลมฝน – แล้วกลับไปยังที่ที่ฉันมา, เหมือนกระจกบางๆ หล่นจากชั้นดาดฟ้า – ฉันกลายเป็นอากาศในทันใด /
SHARE
Written in this book
รักในฤดูฝน
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments