คืนสุดท้ายของการเป็นเพื่อน

เสียงเพลงรักใสๆบรรเลงมาตามสาย
ที่ต่อตรงจากmp3เครื่องโปรด
ดนตรีแนวอะคูสติกอยู่เป็นเพื่อนผม
ในค่ำคืนวันอาทิตย์
ที่ผู้คนเริ่มทยอยกลับมาหอพักกัน
ในขณะที่รูมเมทของผม
โทรมาบอกเมื่อตอนเย็นว่า
จะไปกินเหล้าอาจไม่กลับมา
คืนนี้ผมจึงได้นอนคนเดียวเช่นเคย
เพราะรูมเมทของผมมักไม่ค่อยอยู่หอ
สักเท่าไหร่

ผมนั่งเขียนงานเพลินๆ
จนเพลิสต์เพลงเลื่อนมาถึงเพลงสุดท้าย
แต่ยังไม่ทันได้จบเพลงดี
ก็มีเสียงเคาะประตูดังลั่น
แทรกเสียงเพลงในหูฟังของผม
ทำเอาผมตกใจจนสะดุ้ง

ผมถอดหูฟังออก
มีแต่เสียงเคาะประตูรัวๆไม่มีเสียงเรียก
ผมไม่มั่นใจว่าคือใคร
ปกติก็มีแต่ผมกับรูมเมทผมเท่านั้น
ที่จะเคาะห้องแต่เราก็มักจะเรียกชื่อกัน
ให้คนที่อยู่ในห้องรีบออกมาเปิด
ครั้งนี้ใจผมเต้นระรัวด้วยความกลัว

ไม่มีทีท่าว่าคนข้างนอกจะหยุดเคาะ
ผมแอบได้ยินเสียงห้องข้างๆ
เปิดประตูออกมา
"เห้ย! ไอ้ไอซ์มึงจะเคาะทำไมนักหนาวะ คนจะนอน"
สิ้นเสียงนั้น
ผมรีบเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว
เพราะนั่นคือชื่อของรูมเมทผม

คงเพราะผมเปิดประตูเร็วไป
ทำให้คนตรงหน้าเซถลาเข้ามาในห้อง
โดยไม่ได้ตั้งตัว

เอ่อ...ภาพตอนนี้
ถ้านึกถึงฉากในละคร
ที่พระเอกนางเอกล้มทับกันออก
ก็คงจะเห็นสภาพผมกับรูมเมทได้ไม่ยาก
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วเรือนร่าง
ที่อยู่บนตัวผมตอนนี้
ท่าทางจะจัดมาหนักถึงขั้นลุกขึ้นไม่ได้

"ไอซ์ !!ไอซ์ ! มึงลุกขึ้นก่อน มึงจะนอนตรงนี้ไม่ได้"
ผมพยามเรียกคนที่หลับตาพริ้ม
ดูจากสภาพ มันพร้อมจะสลบไปได้ทุกเมื่อ

"อื้ออออ "
มันส่งเสียงเหมือนรำคาญ
ที่ผมไปเรียกรบกวนเวลานอนของมัน
"กูรู้มึงแกล้ง มึงไม่เคยเมาขนาดนี้ ลุกขึ้นไอ้สัส! กูหนัก"
มันลุกขึ้นนั่งและหัวเราะแทบหงายหลัง
"ขำเชี่ยไรวะ?"
"ดูหูมึงดิ แดงชิบหาย"

ตอนนั้นแหละที่ผมเริ่มรู้ตัว
ว่าผมเริ่มมีอาการแปลกๆเวลาอยู่ใกล้มัน
แต่อาการของผมที่แสดงออก
กลับกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับมัน
โดยที่มันไม่เคยเอะใจอะไรสักนิดเลย

"ก็ตัวมึงหนัก"
"เกี่ยวเหรอวะ?"
มันทำหน้ากวนประสาท
จนผมแทบอยากเอาเท้ายันให้หงายหลัง
จะได้หลับยาวไปยันเช้า
"กูจะทำให้เกี่ยว มึงจะทำไม? ไปอาบน้ำได้ละเหม็น"
ผมทำท่าปิดจมูกไล่ให้มันไปอาบน้ำ
"กูไม่ไหวว่ะ มึงพากูไปหน่อยดิ"

ผมยอมรับว่าตกใจคำพูููููดของมัน
วันนี้ดูเหมือน
มันจะตั้งใจเข้าหาผมเป็นพิเศษ
ทั้งที่ปกติเวลามันเมา
มันก็จะอาบน้ำและนอนหลับไปเอง
โดยไม่เคยรบกวนผมสักครั้ง

ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรมันถึงทำแบบนี้
แต่ที่รู้ตอนนี้คือ
หัวใจผมเต้นแรงเพราะคำพูดของมัน

"มึงเป็นอะไร ทำไมไปไม่ไหว?"
"กูรถคว่ำมา มึงดูขากูดิ แล้วนี่ตรงเอวกูเห็นปะ โคตรแสบ"
มันยืนพลิกตัวไปมาให้ผมดูบาดแผล
จากการที่มันชอบขับรถเวลาเมา

ผมชินที่ต้องนั่งทำแผลให้กับมัน
ทุกครั้งผมเตือนเสมอว่าไม่ให้ขับ
แม้จะเอากุญแจแอบเอาไว้
สุดท้ายก็จะมีคนอาละวาด
รื้อค้นข้าวของจนหาเจอ

"สม ทำเองเถอะ กูเตือนมึงแล้ว"
ผมเดินหนีไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ
ปิดเพลงจากmp3 ที่เปิดค้างไว้
และเก็บงานใส่ลิ้นชักให้เรียบร้อย

คนขาเจ็บเดินกระเพลกมาที่ผม
และมันก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด

สองแขนแกร่งสอดมาจากทางด้านหลัง
ใบหน้าเอียงไปข้างขวา
และแนบกับแผ่นหลังของผมสนิท
ผมตกใจแต่ไม่แสดงอาการให้มันรู้ตัว
ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
คอยดูการกระทำของมันต่อไป

"อาบให้กูหน่อยนะ"
มันทำเสียงออดอ้อน
แต่การกระทำของมันตรงกันข้าม
มือที่กอดนั้นไม่ได้อยู่นิ่งเปล่าๆ
ข้างนึงเลื่อนลงสอดหายไปใต้เสื้อของผม
ความเย็นจากฝ่ามือสัมผัสโดนหน้าท้อง
จนผมสะดุ้งและรีบแกะออก
"เออๆ อาบก็อาบ แต่ห้ามแก้ผ้านะ"
"อาบน้ำไม่แก้ผ้าบ้านไหนเขาทำกันวะ"
"บ้านกูนี่แหละ หรือมึงจะไปให้ที่บ้านมึงอาบให้ก็ได้นะ"
"เออๆยอมๆ ขี้เกียจเถียงกับมึง กูไปรอในห้องน้ำละรีบตามมานะ"

พอมันหายไปในห้องน้ำ
ผมก็ได้แต่เดินวนทำใจอยู่หน้าประตู
จนมันตะโกนโวยวายเรียกนั่นแหละ
ถึงได้ยอมเข้าไป

"ช้าจังนะมึง"
"พูดมาก"

ผมช่วยมันถอดเสื้อ
มันทำหน้เหย่เมื่อเสื้อโดนแผล
ผิวหนังสีขาวถูกแต่งแต้มไปด้วยบาดแผล
จนรู้สึกเสียดายสีผิวของมัน

ผมเอาผ้าชุบน้ำ
ค่อยๆเช็ดรอบแผลที่มีเศษดินติด
ความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสโดนแผล
ทำให้มันคว้าไหล่ผมและฝังเล็บคม
จนทำให้ผมรู้สึกเจ็บไปด้วย

"โอ๊ย! นี่มึงจะจิกกูไปถึงไหนเนี่ย?"
"มึงก็ทำเบาๆดิวะ กูแสบ"
"มึงโง่ไปคว่ำเองนี่ ช่วยไม่ได้"
ผมตอบไปด้วยความหงุดหงิด
ทั้งๆที่มาช่วยแท้ๆ
มันยังมาทำให้ผมเจ็บไปด้วย

ผมสัมผัสได้ถึงเล็บที่ยังจิกไม่ปล่อย
และยังจะจิกแน่นขึ้นไปอีก
เพราะมันโมโหที่ผมด่ามันว่าโง่ครับ

" ไอ้สัส กูไม่ทำละ"
ผมแกะมือมันออก
และหันหลังเดินออกไป
มันรีบคว้าข้อมือผม
ออกแรงกระชากจนผมเซกลับไปที่เดิม
ก่อนที่มันจะคว้าต้นคอ
และบดริมฝีปากมาประกบ

เป็นจูบแรกระหว่างเรา
ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น
และอึดอัดจนหายใจไม่ออก
ขาของผมอ่อนแรงจนแทบล้มลงไป
มันใช้มืออีกข้างพยุงตัวผมเอาไว้

จูบครั้งนี้เนิ่นนาน
ผมออกแรกผลักและทุบที่อกมัน
เพื่อเตือนว่าผมหายใจไม่ทัน
แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแรงมันเยอะกว่า
ผมจึงเอามือจับไปที่แผลของมัน
จนมันร้องโอดโอยและยอมปล่อย

ผมรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำ
พร้อมๆกับคำด่าที่ไล่หลัง
เพราะความเจ็บปวดที่ผมทิ้งเอาไว้ให้
"สมน้ำหน้า"

ยอมรับว่าช่วงนี้ผมรู้สึกแปลกๆกับมัน
แต่การถูกรุกล้ำข้ามขั้นเกินไป
มันทำให้รู้สึกแย่มากกว่า

ผมเดินมานั่งที่เตียง
ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาทำท่าอ่าน
ความจริงก็ไม่กล้าจะมองหน้ามันนี่แหละ

มันเช็คตัวและถือกล่องยามาวางข้างผม
เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

"ทาให้หน่อย"
"สั่ง?"
"เปล่า ขอร้อง"
ผมหยิบยามาชุบสำลีป้ายไปตามแผลมัน
และปิดแผลให้เรียบร้อย
ก่อนจะไล่มันให้ไปนอน
มันก็ทำตามอย่างว่าง่าย
ฤทธิ์แอลกอฮอล์คงเจือจางไปแล้ว
มันถึงได้ว่านอนสอนง่ายขึ้นแบบนี้

ภายในห้องถูกปิดไฟมืดสนิท
ความเงียบแผ่คลุมภายในห้องของเรา

แต่แล้วหัวใจของผมก็ต้องเต้นระรัวอีกครั้ง
เมื่อมัน.......

"ไอ้ภีม!"
"หื้อ?"
"มึงกับกูเป็นเพื่อนกันแบบไหนวะ?"
"ถามเชี่ยไรแปลกๆ"
"เมื่อกี้ กูรู้สึกว่ามึงไม่ใช่เพื่อนกูว่ะ"
"......."
เป็นแฟนกันปะ?



SHARE
Written in this book
สีเทา
เรื่องสั้นในวันที่หัวใจเป็นผุยผง

Comments