องครักษ์

องครักษ์ (n.) แปลว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ติดตาม ให้ความคุ้มครองป้องกัน


หากฉันเป็นเจ้าหญิง การมีองครักษ์คอยติดตามดูแลอยู่ไม่ห่างกาย ก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้พิเศษอะไรนัก

แต่ฉันคนนี้ เป็นเพียงหญิงสาวสามัญธรรมดา
ไม่ใช่เจ้าหญิง
ไม่ใช่ราชินี
ไม่ได้พิเศษ
และไม่ได้มีความสำคัญถึงขั้นจะมีองครักษ์คอยปกป้อง

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคงเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่มีเขาเป็นองครักษ์คอยปกป้องและดูแลอยู่ไม่ห่าง

ถึงเธอ ผู้เป็นดั่งรักแรก
ฉันได้พบกับเธอเมื่อตอนที่ฉันยังเด็กมาก ในตอนนั้นฉันกำลังวิ่งเล่นอยู่ในบ้านยาย ก่อนที่เสียงของคุณยายจะตะโกนเรียกหา ให้ฉันมาพบหน้าเธอ

คุณยายให้ฉันยกมือไหว้สวัสดีคุณยายของเธอ ก่อนจะแนะนำเธอให้ฉันรู้จัก โดยกล่าวว่า

“นี่พี่อั๋น เดี๋ยวเขาจะมาเล่นกับหนูบ่อยๆนะ”

หลังจากนั้นเราก็สนิทกัน ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอและคุณยายของเธอจะมาพบฉันที่บ้าน 

แต่เมื่อเราพบกัน เราก็จะมีอะไรให้ได้หัวเราะด้วยกันอยู่เสมอ 

ยกตัวอย่างก็เช่น ตอนที่ฉันลองทาสีเล็บครั้งแรก เธอกับคุณยายก็บังเอิญแวะเวียนมาหาพอดี คุณยายของฉันบอกกับเธอว่า

“พลัมมันพึ่งทาเล็บมาใหม่ สวยเชียว อั๋นไปดูสิ”

ฉันวิ่งหลบเข้าบ้านด้วยความกระดากอาย เธอวิ่งตามพลางหัวเราะไล่หลัง ฉันซ่อนตัวเองอยู่หลังผ้าม่าน นำมันมาห่อตัวเสียแน่นเพราะคิดว่าเธอจะไม่เห็น

แต่อนินจัง ฉันดันลืมไปว่าผ้าม่านมันสูงเลยข้อเท้าของฉัน เธอเลยเห็นสีทาเล็บสีแดงที่ถูกแต้มไว้บนเท้าเล็กๆของฉันเสียหมด

เธอกับคุณยายไปมาหาสู่ฉันอยู่เกือบปี จนฉันได้ข่าวจากคุณยายของฉันว่าเธอพึ่งเข้าเรียนป.1ที่โรงเรียนแถวบ้าน

นั่นทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้ไปนั่งเรียนกับเธอ

ไม่รู้นึกอย่างไร ฉันอ้อนวอนขอคุณตาว่าให้พาไปเล่นที่โรงเรียนหน่อย แล้วคุณตาน่ะหรือจะกล้าขัดหลานรักอย่างฉัน

สายวันนั้นฉันก็ได้ไปยืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าห้องเรียนของเธอเสียแล้ว ส่วนคุณตา ก็เอาแต่เดินไปรอบๆ ราวกับกำลังสำรวจ ทิ้งให้ฉันยืนชะเง้อมองหาเธออยู่คนเดียว

เมื่อทนความเบื่อหน่ายไม่ไหว ฉันเลยย้ายตัวเองจากหน้าห้องของเธอไปที่ชิงช้าใกล้ๆ ไกวมันเบาๆพอให้ชิงช้าได้ไหวติง

ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเด็กคนอื่นๆเริ่มทยอยออกมานอกห้องกันแล้ว ฉันชะเง้อหาเธอ แต่กลับไม่พบเลยแม้แต่เงา

“เห้ย ลุก” 

รู้ตัวอีกที เมื่อเงยหน้าขึ้นจากพื้นทรายตรงหน้า ฉันก็พบเด็กชายที่ดูโตกว่าฉันสองสามปี กำลังยืนล้อมชิงช้าตัวที่ฉันกำลังนั่งอยู่ 

ไอ้คนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างหลังฉัน มันเขย่าชิงช้าเสียจนฉันเกือบจะร่วงลงมา

ฉันรีบกระโดดลงจากชิงช้า น้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัว 

แต่ฉันก็ยังคงมองหาเธอ เผื่อว่าเธอจะช่วยปลอบประโลมฉันได้บ้าง

แล้วในที่สุดเธอก็มา..

เธอเดินทำหน้าดุเข้ามาคว้าแขนฉัน พาฉันเดินตรงไปที่ชิงช้าตัวเดิม ก่อนจะตะโกนไล่เด็กพวกนั้นออกไปจนหมด แล้วบอกให้ฉันขึ้นนั่งบนชิงช้า

ตอนนั้นฉันดีใจมากที่ฉันมีเธออยู่ด้วย

เธอคือคนที่กล้าหาญที่สุดสำหรับฉัน

ฉันขึ้นนั่งชิงช้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนที่ชิงช้าจะเริ่มไหวตัว จากมือเล็กๆของเธอที่คอยแกว่งอยู่ด้านหลัง

ฉันจำได้ดี ประโยคนั้นที่เธอพูด

พี่จะเป็นองครักษ์ที่คอยดูแลเธอเอง
จนถึงตอนนี้ 
แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปเป็นสิบปี
แม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่บ้านกับคุณยายอีกแล้ว

แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันกลับไปเห็นบ้านหลังเก่า 
กลับไปยืนมองผ้าม่านผืนเดิมที่ไม่เคยถูกเปลี่ยน

คำถามเดียวที่ฉันจะถามคุณยายก็คือ

“ยาย ตอนนี้พี่อั๋นเขาอยู่ไหนอ่ะ”

เมื่อใดก็ตามที่เผลอนึกถึง 
ความทรงจำในวัยเยาว์จะหวนคืนสู่ใจฉันเสมอ
แด่เธอ ผู้เปรียบเหมือนวัยเยาว์ของฉัน
SHARE
Written in this book
เรื่องรัก แสนสั้น
รวมเรื่องราวความรักจากผู้เขียนในช่วงวัยต่างๆ อาจจะมีแต่งเติมเพิ่มเสริมเข้ามาบ้าง แต่ทุกเรื่อง based on true story นะคะ :)
Writer
imaliyou
Anything you want
Lemme know you

Comments