หอยทากบนทางรถไฟ

ชีวิตของฉัน....มันไม่ได้หม่นเศร้าเหมือนเรื่องราวในหนังสือของ “พี.เอส” หรอก, มันแค่คล้ายๆ จะเป็นแบบนั้น แต่เอาเข้าจริง มันก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่พบเห็นโดยทั่วไปตามท้องถนน – เดินผ่านกันไปมา, หลายคนอาจจะมีชีวิตคลับคล้ายกัน เราเพียงไม่รู้จักกันเราจึงไม่รู้ว่าเรื่องราวแต่ละคนนั้นร้าวรานเพียงใด

ฉันเกลียดฤดูฝน เพราะอาการภูมิแพ้ของฉันมันมักจะเกิดขึ้นหลังฝนตก ผื่นแดงขึ้นตามตัวและคันไปทั้งตัวน่าหงุดหงิด, แต่ฉันก็ชอบดอกไม้หน้าฝน – ไม่ใช่ดอกไม้ทุกชนิดที่จะบานในหน้าฝน ถ้าไม่แกร่งจริงไม่อาจต้านแรงลมและความหนักหน่วงเมื่อฝนกระหน่ำได้แน่ ๆ

“ร่างกายนี้มันเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ คุณสามารถจะใช้สอยได้ตามอำเภอใจ” ฉันนอนคว่ำหน้า – หลังจากที่เราสองคนจูงมือกันไปเก็บดอกไม้บนดวงดาวด้วยกันแล้ว คุณก้มจูบลงตรงแผ่นหลัง แขนพาดวางบนหมอน แล้วนอนฟังเรื่องราวของฉันอย่างตั้งใจ

“ฉันน่ะ... ไม่เสียใจหรอกกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ไม่เสียใจเลยสักนิดที่ตัดสินใจทำแบบนี้, ถึงหากแม้ฉันตาย ร่างกายของฉันมันก็จะถูกส่งไปให้โรงพยาบาลเพื่อชำแหละชิ้นส่วนที่ใช้การได้ ไปทำประโยชน์ให้กับมนุษย์อื่นต่อไป ส่วนวิญญาณของฉันมันอาจจะล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง อาจจะเกิดใหม่ เป็นนก เป็นปลา หรือไม่เป็นอะไรเลยฉันก็ไม่รู้ เพราะฉันไม่เคยใส่ใจว่าตายแล้วไปไหน ฉันรู้เพียงว่าสุขของฉันคืออะไร และทุกข์ของฉันนั้นเป็นอย่างไรในแต่ละวัน”

“ทำไมชอบพูดเรื่องตาย”

“มันเป็นแค่เรื่องธรรมดา, ใคร ๆ ก็ต้องตาย ช้าเร็วต่างกันเท่านั้น บางทีฉันอาจจะตายไประหว่างเดินข้ามทางรถไฟ ใส่หูฟังเพลงโปรดเสียงดัง และเหม่อมองไปยังท้องฟ้าหลังฝนตกจนละเลยที่จะระมัดระวัง แล้วถูกรถไฟที่กำลังพุ่งตรงมาบดขยี้เข้าเต็มแรง”

“สยองขวัญจัง”

“ขอบคุณมากนะ, ที่อยู่ด้วยกัน”

ความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถจับต้องได้ และเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง มันเริ่มจากรอยยิ้ม ที่เราเพียงบังเอิญส่งให้กัน โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตฉันเสมอ นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันอดตั้งคำถามกับโชคชะตาไม่ได้, จะส่งฉันมาทำไม – หรือแค่อยากลองใจว่าฉันจะแกร่งพอในการอยู่อย่างเดียวดายและเจ็บปวดหรือไม่ งั้นหรือ? เอาสิ ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว เอาให้เต็มที่ไปเลย

ฉันยอมแพ้โชคชะตา – เพราะท้ายสุดฉันก็ตกหลุมรักคุณ

“ทำไมถึงบอกว่า...ใช้ชีวิตมาคุ้มค่าแล้วและไม่เสียดายหากต้องตาย”

“แหน่ะ... ไหนบอกไม่ชอบให้พูดเรื่องตาย, อันที่จริงฉันก็ไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องตายหรอก ถ้าเป็นแบบนั้นฉันต้องพบจิตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพอย่างถี่ถ้วน - - ฉันเล่าให้ฟังหรือยังว่า, เพื่อนบางคนเป็นห่วงในความโสด กลัวว่าฉันจะป่วยซึมเศร้า เขาแนะนำให้ไปขอเนื้อคู่จากแม่นาคพระโขนงวัดมหาบุษย์ ฉันขอบคุณเขาแต่ฉันไม่ได้มีความเชื่อ หรือความศรัทธาในเรื่องนั้น เขาน่าจะรู้ว่าไสยศาสตร์ไม่ช่วยอะไรฉัน เขาจึงส่งตารางการอบรมสมาธิระยะสั้นของหลวงพ่อวิริยังค์มาให้แทน - - ฉันดีใจนะที่มีคนเป็นห่วงในความโสดของฉัน – แต่คุณก็รู้นี่... ฉันไม่เชื่อว่าฉันเกิดมาเพื่อมีเจ้าของ ฉันอาจจะถูกส่งมาเกิดเฉยๆ รักคุณ แล้วก็ตายไป”

“ขอบคุณนะ ขอบคุณที่รักผม”

“แต่คุณไม่มีสิทธิ์รักฉัน - นั่นคุณรู้ดีใช่มั้ย”

“อืมม์”

“ที่ฉันบอกว่าใช้ชีวิตมาคุ้มค่าแล้วก็เพราะฉันรู้ว่าความเจ็บปวดที่สุด คืออะไรแล้ว – และมันก็ไม่น่าจะมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

“อยากเล่าให้ฟังมั้ย”

“ความเจ็บปวดที่สุดของผู้หญิงคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าเมื่อเราพร้อมจะมีครอบครัว แต่เรามีลูกไม่ได้แล้วผู้ชายก็ไปแต่งงานกับคนอื่นด้วยเหตุผลนั้น”

“โอ้, ขอโทษนะ ที่ทำให้ต้องสะเทือนใจ”

“ไม่หรอก, นั่นมันผ่านมาแล้วหลายปี – นี่มั้งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเลือกที่จะรักคุณ เพราะเรารักกันไม่ได้ เราจึงไม่มีอะไรให้หวังระหว่างกันยังไงล่ะ”

“ผมขอโทษนะ”

“ขอโทษเรื่องอะไร, คุณน่ะ เอะอะก็ขอโทษ คุณไม่จำเป็นเลยที่จะต้องขอโทษฉัน เราเดินไปเก็บดอกไม้บนดวงดาวด้วยกัน คุณขอโทษฉัน ฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วย ที่ทำให้ชีวิตสมรสที่สมบูรณ์แบบของคุณต้องมีรอยด่าง – แต่คุณรู้เถอะนะ ว่าทั้งหมดนี้น่ะ มันไม่ง่ายเลย ฉันต่อสู้กับศีลธรรมในใจ ต่อสู้กับความผิดถูกชั่วดีที่ถูกสั่งสอนมาตลอดชีวิต แต่ฉันก็แพ้รอยยิ้มของคุณราบคาบ และคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไม่แยแส-นรก และโชคชะตา ในเมื่อให้ร่างกายกับฉันมาแล้ว, ทำไมฉันจะใช้ร่างกายของฉันเพื่อให้ตัวเองมีความสุขไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วร่างกายนี้ก็ไม่ได้เป็นของฉันอีกเมื่อฉันตายไป”

“เราวนเข้ามาเรื่องตายอีกแล้ว”

“ฮ่ะ ๆ ฉันแค่ไม่อยากให้คุณคิดมากเกินไป, กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้งหมดนี้ ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่มีอะไรยั่งยืน เนิ่นนาน แน่นอน, เมื่อคู่สมรสและลูกๆ ของคุณย้ายกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ฉันก็จะต้องเดินออกไปจากชีวิตคุณเงียบๆ”

“ขอโทษ...”

“มันเจ็บปวดนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันเป็นนักซ่อมใจมืออาชีพ ฉันถนัดในการเย็บแผลที่ชอกช้ำจากความรักเสมอ ถึงแม้ในตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหอยทากหลังฝนตกที่ถูกใครสักคนเหยียบเปลือกแตกแต่ไม่ตาย เศร้าชะมัด”

“คืนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนนะ”

“ไม่เป็นไร, คุณกลับไปเถอะ – คุณควรหวงแหนชีวิตส่วนตัวเอาไว้ใช้สอยบ้างนะ”

“คุณจะไม่เดินออกไปให้รถไฟทับตายใช่มั้ย”

“ไม่หรอก, ฉันยังอยากรู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกอะไรกับฉันอีก และที่แน่ ๆ ร่างที่ถูกรถไฟทับตายนั้นอาจจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้อีก เสียดายน่ะ”

“ขอบคุณมากนะ, สำหรับทั้งหมด”

“นอกจากขอบคุณและขอโทษมีอะไรอีกบ้างมั้ยที่อยากจะบอกน่ะ หืมมม์”

“ดอกไม้บนดวงดาวที่เราเก็บมัน, ผมจะไม่มีวันโยนมันทิ้ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความทรงจำที่ดี ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้พบกันอีกมันก็จะไม่ถูกลืม คุณเป็นดอกไม้หน้าฝนที่แข็งแกร่งที่สุดที่ผมเคยเจอ”

คุณกลับไปแล้ว, กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่ยังติดอยู่บนหมอน ที่นอน และผ้าขนหนู --

ฉันจะลืมคุณลงได้อย่างไร ในเมื่อรักคุณหมดหัวใจเพียงนี้

---

เสียงหวูดรถไฟที่ดังยาวนานกว่าที่เคยได้ยิน, พร้อมกับเสียงล้อรถไฟที่เสียดสีกับรางขณะรถเบรก – มันบาดแก้วหูลึกลงไปถึงหัวใจ.... /

SHARE
Written in this book
รักในฤดูฝน
Writer
blue0416
etc.
"หมาขี้เหงา วิ่งไล่งับเงาในแดดบ่าย"

Comments