เป็นคนสำเร็จหรือไม่..ต้องคิดให้ไกลอยู่ดี
ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดีกันทั้งนั้น ตอนเด็กๆ เราก็อยากเรียนให้เก่ง เป็นวัยรุ่นเราก็อยากค้นหาตัวเองให้เจอ พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็อยากทำงานดีๆ มีเงินใช้เยอะๆ มีครอบครัวที่น่ารัก และพอเราแก่ตัวลงไปก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง พึ่งพาตัวเองได้ แล้วถ้าเรามีชีวิตที่ดีและประสบความสำเร็จในชีวิตไปด้วย เราจะมีความสุขและภูมิใจในตัวเองมากแค่ไหน มี 3 เหตุผลที่เราควรคิดให้ไกล แม้ว่าจะต้องการเป็นคนสำเร็จ หรือพอใจแล้วกับชีวิตที่เป็นอยู่ก็ตาม

1. คิดไกล..ตอบใจเราได้
มีคำถามนึงที่ติดอยู่ในใจใครหลายคน ชีวิตเรา..เราต้องการอะไร ชอบอะไร ถนัดอะไร ยังไม่รู้เลย ยังค้นหาตัวเองไม่เจอเลย ว่าฝันอยากจะทำอะไร เราเกิดมาเพื่อทำอะไรบนโลกใบนี้กันแน่นะ

ถ้าเราคิดให้ไกล ฟังเสียงหัวใจตัวเองดีๆ ให้เวลาตัวเอง แล้วตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า เราชอบอะไร ถนัดอะไร แล้วเราจะได้คำตอบว่าชีวิตเราต้องการอะไร ที่เหลือแค่ตั้งเป้าหมายชีวิตให้ชัด ว่าจะทำอะไร เพื่ออะไร ปักธงไปเลยว่า จะทำสิ่งนั้นให้ได้ ถ้าโลกภายในใจของเราดี หมายถึง ใจเราเชื่อมั่นในเสียงหัวใจตัวเอง เราจะไม่ลังเลสงสัย ที่ได้ตัดสินใจตั้งเป้าหมายชีวิตนั้นลงไป แล้วเมื่อตั้งเป้าหมายชีวิตได้ เราจะค่อยๆ มองเห็น step (ขั้นตอน) ของชีวิตว่า เราจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิตที่เราต้องการ

ชีวิตวัยรุ่นยังคงรับความท้าทายได้ ถ้าได้ตั้งเป้าหมายชีวิตตอนนี้เลย ชีวิตจะไปได้ไกล ได้กำไรชีวิตสุดๆ เลยล่ะ เพราะมีเวลาว่าง มีแรง ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก แต่สำหรับผู้ใหญ่ก็ถือว่ายังไม่สายที่จะตั้งเป้าหมายให้ชีวิตนะ เพราะเราแต่ละคนมีจังหวะเวลาชีวิตต่างกัน บางคนชีวิตวุ่นวาย มีปัญหาเข้ามาในชีวิต ต้องเคลียร์ เลยไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องของตัวเอง เพิ่งจะมีคิดสงสัย ตอบคำถามใจตัวเองตอนโต ก็ไม่เป็นไร เมื่อไหร่ที่เริ่มถามใจ เมื่อนั้นคือโอกาสที่ดีของชีวิตแล้วล่ะ


2. คิดไกล..ใจเรากว้างขึ้น
พอเรามีเป้าหมายชีวิตชัด คราวนี้สนุกล่ะ เพราะเราจะเปิดใจกว้างขึ้น เพื่อเรียนรู้และยอมรับความท้าทาย กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิด พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งเลยทีเดียว

เราจะเริ่มเปิดใจ เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายชีวิตนั้น เช่น เรียนภาษาให้สื่อสารได้ ฝึกเขียนให้เข้าใจ อบรมคอร์สพัฒนาตนเอง ฟังหัวข้อสร้างแรงบันดาลใจ เป็นต้น อะไรที่ไม่รู้ เราก็อยากรู้ เพราะเราอยากไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อะไรที่ไม่ถนัด เช่น ออกแบบ การตลาด บัญชี ก็ค่อยว่ากัน ส่งต่อให้คนอื่นมาช่วยได้ แค่ให้เข้าใจหลักคิดก็ยังดี แล้วอะไรที่ไม่เคยทำ เราก็จะได้ทำ และเราจะเริ่มเข้าใจว่า เราทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดอีกแฮะ

เรายอมรับความท้าทายได้ เพราะเมื่อทำได้ เราจะเก่งขึ้น เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ใจเราจะใหญ่ขึ้นพอที่จะรับความท้าทาย หรือปัญหาอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา เพราะเรารู้ว่า สิ่งเหล่านี้ล่ะ จะช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างดี จะช่วยลับคมความคิด ฝึกทักษะการตัดสินใจ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น

เราจะยืดหยุ่นและปล่อยวางผลลัพธ์ได้ดีขึ้น เพราะแผนที่เราวางไว้นั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้จังหวะชีวิตเราเหมาะสมมากยิ่งขึ้น แต่ไม่มีแผน มีแต่เป้าหมายก็ไม่ดีนะ เพราะอาจทำให้เราผัดผ่อน ไม่ลงมือทำซะที เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ดีๆ มันก็จะยิ่งยืดๆ ไปไกล

เราเริ่มปล่อยวางได้ดีขึ้น ใจที่กว้างมากพอ จะสามารถยอมรับความแตกต่างในความคิดเห็นของคนอื่นได้ดีขึ้น ยอมรับว่าแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน มีความคิด ความเชื่อแตกต่างกัน และความคิดเห็นในบางเรื่องแม้ไม่ใช่กำลังใจดีๆ ก็ยังเป็นเชื้อเพลิงที่คอยผลักดันให้เราต้องลงมือทำให้ได้ด้วย พอทำสำเร็จก็ค่อยไปขอบคุณพวกเขาแล้วกัน ที่เป็นแรงผลักดันให้เรา ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่จะพิสูจน์ว่า เราแค่ตั้งเป้าหมายเล่นๆ หรือเราจริงจังกับเป้าหมายชีวิตนั้นจริงๆ

เรามาไกลกว่าเดิม เราก็สามารถไปไกลได้อีก เชื่อเลยว่า เมื่อเรามีใจที่กว้างขึ้น สามารถเปิดใจเรียนรู้ ยอมรับความท้าทาย และปล่อยวางได้แล้ว เราก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและแกร่งขึ้นกว่าเดิมเลยล่ะ เพราะเป้าหมายชีวิตจะขัดเกลาให้เรายิ่งเจ๋งกว่าเดิม ในเมื่อเรามาไกลกว่าเดิม เราก็สามารถไปไกลได้อีก ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้น


3. ไม่อยากคิดไกล..ก็ต้องคิดให้ไกลอยู่ดี
ถ้าไม่อยากให้ชีวิตต้องเหนื่อยกับการตั้งเป้าหมายชีวิต เพราะคิดว่ามันใหญ่เกินกำลัง ก็ไม่เป็นไร (แต่จริงๆ ยิ่งเราลงมือทำ พลังและความสามารถที่ซ่อนอยู่ จะปรากฏตัวออกมาเองนะ) กลับมาทำวันนี้ให้ดีก็ถือว่ายังดี แต่ว่า..ในระหว่างที่เราใช้ชีวิต เราอาจจะรู้สึกไม่พอใจในชีวิตอยู่ดี เพราะมันมีบททดสอบเข้ามาให้เราต้องอดทน ผ่านความยากลำบาก ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เราอาจจะเกิดคำถามในใจว่า เราเกิดมาทำไม ทำไมเราต้องมีชีวิตแบบนี้ คำตอบก็คือ เราเกิดมาเพื่อรับการทดสอบ และการทดสอบเหล่านั้น จะทำให้เรารู้จักตัวเองดีขึ้น ว่าเราเป็นคนแบบไหน เป็นคนดีจริงหรือไม่ หรือเข้มแข็งพอหรือยัง ถ้าเราผ่านบททดสอบนั้นไปได้ เราจะได้รับรางวัลชีวิต รับการตอบแทนดีๆ ในโลกหน้า

เราอาจจะต้องเจอจุดเปลี่ยนของชีวิตในบางช่วงเวลาเพื่อให้เราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เช่น เราอาจจะเจอความไม่แน่นอน สูญเสียคนใกล้ชิด หรือเคยได้รับอุบัติเหตุ ถึงตอนนั้นเราจะรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิต เราจึงต้องสู้ ต้องอดทนผ่านมันไปให้ได้ หรือถ้าเรามีนิสัยบางอย่างที่ไม่ค่อยดี เช่น ใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือคิดลบ เราอาจเจอสถานการณ์บางอย่าง ที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนนิสัย ไม่เช่นนั้นก็จะต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ไปเรื่อยๆ

แม้ชีวิตที่ดูราบเรียบ บางครั้งเราก็อยากจะให้ชีวิตตัวเองก้าวหน้าไปมากกว่าเดิม ถ้าเราเรียน แล้วไม่ตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนให้ได้เกรดดีๆ ฝึกฝนให้ตัวเองเก่งๆ พร้อมไปใช้ชีวิตจริง พออาจารย์ให้ทำการบ้านส่งเยอะๆ เราแปลความหมายไปว่า มันยากลำบาก ไม่อยากทำ แทนที่จะคิดว่าเป็นการพัฒนาตัวเราให้เก่งจากการทำซ้ำๆ จนชำนาญ และมีวินัย ส่งงานตรงเวลาได้ทุกสถานการณ์ 

หรือถ้าเราคิดว่าเรียนให้พอผ่านก็ได้แล้ว แทนที่จะฝึกฝนให้เต็มที่เพื่อให้ได้ทักษะจนชำนาญ ไปทำงานจะได้ง่ายขึ้น พอเวลาผ่านไป เราก็จะเกิดคำถามในใจว่า ถ้าเราตั้งใจจริง เราทำได้ดีกว่านี้แน่ แต่ดีกว่านี้ มันคือเท่าไหนล่ะ โอกาสนั้นมันก็ผ่านไปซะแล้ว ต้องไปพิสูจน์ตัวเองในเรื่องอื่นแทนแล้วล่ะ

หรือเวลาที่เราทำงานแล้วเราไม่ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองพัฒนางานให้ดี เราก็จะทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม แล้วก็เบื่อกับชีวิตเดิมๆ พอมีความท้าทายเข้ามาก็แปลความหมายไปว่า งานยาก งานลำบาก แต่จริงๆ แล้วเป็นธรรมชาติของการทำงานที่เราต้องพบเจอในชีวิตอยู่แล้ว เช่น มีเวลาทำงานจำกัด เพื่อพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพในตัวเรา เป็นต้น

ดังนั้น แม้ว่าเราจะไม่ตั้งเป้าหมายชีวิต เราก็ต้องได้รับบททดสอบ เพื่อพัฒนาชีวิตของเราให้ดีขึ้นอยู่ดี ถ้าเช่นนั้น จะดีกว่าไหม ที่เราจะใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย อย่างน้อยก็ตั้งเป้าหมายดีๆ ให้กับสิ่งที่เรากำลังทำ เช่น การเรียน ทำงาน เพื่อให้สิ่งเหล่านี้เป็นบันไดพาเราไปสู่เป้าหมายชีวิตที่เราต้องการจริงๆ


ลองเริ่มต้นตั้งเป้าหมายจากเรื่องง่ายๆ แล้วค่อยๆ ขยับความสามารถของเราไปเรื่อยๆ โดยเขียนเป้าหมายลงในไดอารี่ (Diary) ว่าแต่ละเดือน เราจะพัฒนาตัวเองเรื่องอะไรดี เช่น ฝึกนิสัยนอนเร็ว ตื่นเช้า ฝึกวินัยส่งงานตรงเวลา ออกกำลังกายทุกสัปดาห์ หรือเขียนบัญชีทุกวัน เพราะไม่ว่าเราจะมีเป้าหมายชีวิตหรือไม่ การพัฒนาตัวเองก็จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น 

เช่น ถ้าเราฝึกเขียนบัญชีและจัดการเงินดีอยู่แล้ว แม้เราจะเจอปัญหาเรื่องเงิน ต้องใช้เงินจำนวนมาก หรือต้องช่วยเคลียร์หนี้สินก็ไม่มีปัญหา เพราะเราเขียนบัญชีควบคุมการเงินได้ สามารถนำเงินฉุกเฉินมาใช้ หรืออาจจะหารายได้พิเศษเพิ่ม และประหยัดให้มากขึ้น เป็นต้น และนอกจากนั้นยังฝึกใจเราให้แกร่งขึ้น รับความท้าทายได้ดีขึ้นอีกด้วย เช่น ถ้าเราฝึกวินัยอยู่แล้ว เมื่อมีปัญหาเข้ามา เราก็จะรับมือได้ง่ายขึ้น เพราะวินัยฝึกให้เราอดทน และรู้จักคิดมากกว่าใช้อารมณ์เป็นตัวตั้ง

เมื่อไหร่ที่เราคิดกลัว คิดไกล แล้วไม่ลงมือทำ ลองบอกตัวเองสั้นๆ “ทำ..ดีกว่าไม่ทำเลย” จะได้ไม่ลังเล ไม่กังวลกับผลลัพธ์ และจะได้ไม่เสียดายชีวิต เสียดายเวลาที่ผ่านไป


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments