จากฉัน; ถึงคำขอที่ไม่เคยเป็นจริง
สวัสดี; ตัวฉันอีกคน


กันยายนและฝนฟ้ายังคงเล่นงานชาวซึมเศร้าได้อย่างหนักหน่วงเช่นเคย ไม่ปราณี ไม่อนาทร ไม่แม้แต่จะสนคำขอหรือวิงวอนใดๆ



23 กันยายน ถูกกาลงในปฏิทินและตั้งโหมดแจ้งเตือนอัตโนมัติในมือถือ เปล่า...ไม่ใช่วันรำลึกถึงใครทั้งนั้น แต่เป็นวันที่ฉันมีนัดกับจิตแพทย์ในรอบหนึ่งเดือน ถือเป็นเรื่องปกติของชาวซึมเศร้าน่ะนะ



ณ โรงพยาบาลจิตเวชของรัฐ
ผ่านไปหนึ่งเดือน เกิดอะไรขึ้นบ้าง? 



ใช่... อาการของฉันยังแย่ ฉันไม่สามารถรับมือกับผลข้างเคียงมากมายนับไม่ถ้วนได้ และอาการเหล่านั้นเริ่มส่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกรอบ



อาการหลับๆ ตื่นๆ ไร้ความสนิทอย่างเคยเริ่มก่อตัวมาร่วมสัปดาห์ ฝันร้ายเริ่มเข้ามาแทรกแซงการนอนหลับของฉันอีกครั้ง อาการสะดุ้งตื่นกลางดึกกลับเข้ามามีบทบาทอีกหน และ สภาวะดำดิ่งมีช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นกว่าช่วงแรกที่เคยเป็นมา ราวกับว่า..





หัวใจฉันเกิดรอยรั่วขนาดใหญ่ขึ้นทีละนิด...ทุกวัน





การรอพบแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ นับเป็นเรื่องชวนให้จำใจชิน ฉันมีนัดช่วงเช้าไม่เกินสิบโมง แต่กลับถูกโยกคิวไปอยู่ช่วงบ่ายเพราะมีเคสด่วนเข้ามาแทรกกลางคัน ใช่ ฉันเข้าใจดีและไม่มีปัญหากับการรอ เพราะลางานมาเต็มวันแต่ก็อดค่อนแคะในใจไม่ได้



คำขอที่ว่า...
ขอให้วันนี้ ผ่านไปอย่างราบรื่น
ดูจะสะดุดตั้งแต่เริ่มเลย...



ในที่สุดฉันก็ได้พบหมอสักทีหลังนั่งรอจนก้นระบมไปหลายชั่วโมง การพูดคุยของเราเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนมากมีแต่ฉันที่พูดและคุณหมอที่ตั้งใจฟัง ฉันเล่าอาการคร่าวๆ ตลอดเดือนว่าพบเจออะไรมาบ้าง แน่นอน อาการน้ำตาอาบแก้มเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้ง พร้อมเปิดแอพ storylog ที่อนุมานเอาเองว่ามันคือไดอารี่ส่วนตัวให้คุณหมออ่าน 




มันเงียบ...ฉันบอกแล้วว่าเงียบ ไม่รู้ว่าคุณหมอกำลังตั้งใจอ่านสิ่งที่ฉันเขียนหรืออ่านความรู้สึกของฉันกันแน่ แต่หลังพิจารณาตามอาการแล้ว คุณหมอตัดสินใจปรับยาให้ฉันอีกรอบ รวมถึงเปลี่ยนยาต้านเศร้าไปเป็นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งหมอชี้แจงว่า มันให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าที่ฉันเผชิญมาร่วมเดือน



หมอถามฉันว่าโอเคมั้ยหากยาตัวนี้ราคาจะแพงกว่าตัวก่อน ฉันคิด... ถ้ามันช่วยทำให้อาการเวียนหัว รวมถึงอาการอื่นๆ ลดลงฉันก็ยินดี แต่นั่นหมายถึง ฉันต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวเองเป็นครั้งที่ 3 เช่นกัน 





เอาวะ...
หวิดตายเพราะมึนยามาก็ตั้งหลายครั้ง
ลองเสี่ยงตายดูอีกสักตั้งจะเป็นไรไป.. 





การพูดคุยของเราจบลงด้วยการบันทึกวันนัดใหม่ในครั้งหน้า แน่นอน ฉันเลือกเวลานัดเป็นช่วงบ่ายไปเลยจะได้ไม่เสียเวลานั่งรออีกในช่วงเช้าและตั้งโหมดแจ้งเตือนอัตโนมัติในมือถืออย่างเคย น้ำตาฉันแห้งลงหลังจากจบการพูดคุย ฉันออกมาจัดการค่าใช้จ่ายและรอรับยาตัวใหม่ โดยที่ในใจกำลังภาวนาให้ทุกอย่างเสร็จทันก่อนฝนจะเท 



ทว่า... คำขอของฉันไม่เป็นผล

 
ฝนเทกระหน่ำลงมาเหมือนสำทับคำขอของฉันราวกับสะใจที่วันนี้ทำให้ฉันผิดหวังซ้ำๆ ได้อย่างทารุณ สภาพด้านนอกมืดครึ้มและเต็มไปกลุ่มฝนจนมองไม่เห็นทิวทัศน์ใดๆ เม็ดฝนยังคงกระหน่ำหนักจนกระจกขึ้นฝ้าและละอองฝนก็ทำให้อากาศเย็นชื้น 




ช่วงเวลาบ่ายแก่ ทั้งโรงพยาบาลดูเงียบสงัด ผู้เข้ามาใช้บริการบางตาและมีเจ้าหน้าที่เหลือประจำจุดไม่กี่คน มันช่างเหงาจับจิตจนรับรู้สึกแรงสั่นไหวในหัวใจ บรรยากาศชวนให้นึกถึงหนังแนวระทึกขวัญ แต่ชวนหดหู่เหลือร้าย



ทั้งเงียบและเหงาจับใจ



การนั่งรอให้ฝนซาเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะแม้แต่บริการเรียกรถผ่านแอพฯ ยอดฮิตยังใช้การไม่ได้ 



รออีกแล้ว..



ฉันทอดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็พบเพื่อนร่วมชะตากรรมจำนวนหนึ่ง แม้จะบางตากว่าช่วงเช้า แต่ตรงนี้ก็ยังมีมนุษย์ให้พอมองเห็น บางทีเราต่างก็เป็นผู้ป่วยจิตเวชไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  




ฉันนั่งทบทวนความคิดในหัวเงียบๆ แข่งกับบรรยากาศในโถงกว้างของโรงพยาบาล ฝนฟ้านำพาให้ทุกภาพจำ ทุกช่วงเวลา ทุกสิ่งทุกอย่าง และเหตุการณ์ในอดีตไหลบ่ามาเข้ามาจนท่วมสมอง



ฉันได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่บ่นกันว่าด้านนอกน้ำเริ่มท่วมขังจากพิษของฟ้ารั่ว ทว่า...หัวใจฉัน กลับท้วมท้นไปด้วยความเจ็บร้าวที่ซึมลึกยิ่งกว่าน้ำเน่าจนกลัดหนอง พิษสงของมันช่างร้ายกาจและยังคงกัดกินความรู้สึกนึกคิดของฉัน ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกชั่วโมง ทุกเวลา และแทบทุกวินาที...  





พิษของฟ้ารั่ว..
หรือจะสู้พิษของหัวใจรั่ว... 





ช่างน่าขัน...ในขณะที่ฉันกำลังรักษารอยรั่วในหัวใจตัวเองอยู่ตรงนี้ แล้วคนที่จ้วงแทงฉันจากข้างหลังจนทะลุเข้าหัวใจให้เกิดรอยรั่วนี้ล่ะ อยู่ไหน? 




น้ำตาฉันร่วงแข่งกับสายฝน และอยากจะหัวเราะแข่งกับเสียงฟ้าร้องข้างนอกให้ดังลั่น ทั้งสมเพชตัวเองและคิดถึงคนใจร้ายระคนกันปนเปกัน แต่ในใจกลับภาวนาขออย่าให้เขาต้องเจ็บปวดเหมือนฉันเลย วูบหนึ่งที่อวยพรให้เขาในใจทำให้ฉันนึกถึงคำขอบางอย่าง ในช่วงเวลากึ่งหดหู่ที่คลุกเคล้าไปด้วยความหวังแสนริบหรี่





ฉันขอ...ขอให้เธอกลับมา



แต่ดูเหมือนสิ่งที่ฉันขอคงไม่เป็นผลอีกเช่นเคย มันน่าขันมั้ยล่ะ อย่าว่าแต่กลับมาเลย แค่หันกลับมามองกันบ้าง เธอยังไม่เคยคิดทำด้วยซ้ำมั้ง แม้แต่คำสัญญาครั้งสุดท้ายที่ฉันขอไว้ 'อย่าหายไปจากชีวิตของกันจะได้มั้ย' เธอยังไม่คิดจะรักษา 




ฉันไม่รู้ว่าการจากเป็น หรือจากตาย มันดีกว่ากัน
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าควรดีใจหรือเปล่าที่มีความทรงจำดีๆ ร่วมกันอย่างนี้ แล้วถ้ามันดีจริง... ทำไมมันถึงได้ทำร้ายฉันไม่หยุดหย่อน ถ้ามันดีจริง...ทำไมฉันถึงได้รวดร้าวอยู่ตลอดเวลา 




ถ้ามันดีจริง
ทำไมเธอถึงไม่กลับมา...




สรุปคือมันไม่ดีใช่มั้ย? 
ฉันน่ะ ไม่ดีพอจะให้ใครรัก
ฉันน่ะ ไม่สมควรรักใครด้วยซ้ำ ... 




ฉันอยากลบทุกอย่าง ลบภาพจำออกจากหัว ฉันหวังให้การจางหายไปของภาพจำมาช่วยอุดรูรั่วในใจฉันให้กลับมาเต็มดวงอีกครั้ง แต่ดูเหมือน...หัวใจฉันพร้อมจะสลายซ้ำๆ เพียงแค่ภาพจำของเธอโผล่มา





ไม่รู้ว่าฟ้าฝนกับเธอ อย่างไหนที่ใจร้ายกว่ากัน แต่ถ้าฟ้าไม่ใจร้ายเกินไปนัก ถ้าเธอไม่คิดหันกลับมาแล้ว ไม่เหลือเยื่อใยใดๆ งั้น... ฉันขออีกอย่างได้มั้ย





ขอให้ฉัน...ลืมเธอได้สักที 





น่าผิดหวัง...ที่เธอเมินเฉยต่อคำขอของฉัน
และคงหัวเราะสะใจ เพราะมัน...





ไม่มีวันเป็นจริง





จากฉัน; ถึงฉันอีกคน
#บันทึกซึมเศร้า 






SHARE
Writer
Peekthum
เสพโศกแทรกเศร้า
ติดปีกให้ตัวอักษร กอดเศษหัวใจที่แตกสลาย ปล่อยปีศาจร้ายให้โบยบินในฝัน

Comments

Juthamass
6 months ago
สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ขอให้ครั้งต่อไปไม่ว่าจะคำขอไหนของคุณเป็นจริงดังที่ขอ ส่วนคำขอของเรา ขอให้คุณรู้สึกดีขึ้นกับทุกเรื่องที่เจอเร็วๆค่ะ จากคนคนนึงที่เป็นแฟนทุกเรื่องที่คุณเขียนค่ะ
Reply
purinnun
6 months ago
เราก็ผ่านการปรับยาและเปลี่ยนหมอมาเยอะมาก ตอนนี้เรา settel กะหมอและยาที่ทานอยู่ มีเปลี่ยนแต่ยานอนหลับบางตัวเท่านั้น เราไม่ได้ขอให้คุณหายในเร็ววันหรอกเพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อระหว่างทางของการรักษา กว่าพายุร้ายจะผ่านพ้นไป เราขอให้คุณเข้มแข็งที่สุด พอคุณออกจากพายุนั้นมาแล้ว คุณจะขอบคุณตัวเองที่สู้ได้มาถึงขนาดนีิ อันนี้เราเดาเอาเองว่าเรื่องเจ็บปวดของคุณน่าจะยังไม่นานมาก ของเราเพิ่งมาสงบเอาตอนเดือนที่5 แต่มีบ้างที่มันกำเริบ แต่ก็ไม่แย่เหมือนตอนแรก สู้ไปด้วยกันนะ 🙂🙂
Reply