อยากเป็นความสดใส

ในโลกใบนี้... 

ที่เรื่องน่าเศร้า ข่าวอาชญากรรม และความอำมหิตของมนุษย์ มีให้เห็นง่ายๆ เหมือนอยู่เพียงปลายสายตา

เรื่องร้ายๆ ถูกนำเสนออยู่ในสื่ออย่างแพร่หลายด้วยเจตนาอันดี จนเราไม่อาจจะหลีกหนีพ้น 

หากไม่รับรู้ ก็อาจไม่รู้เท่าทัน 

อาจตกเป็นเหยื่อของระบบที่นำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบกันในรูปแบบต่างๆ

ผู้คนเหน็ดเหนื่อยกับการรับรู้ข่าวสาร กับการพยายามจะทำอะไรสักอย่าง แต่ถูกกดขี่ไว้ภายใต้อำนาจของผู้หลงผิด

ยุคสมัยที่อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่งสูงขึ้น แม้แต่สัตว์ก็ยังมีข่าวการฆ่าตัวตายให้เห็น เพราะวิกฤตสิ่งแวดล้อมมันเลวร้ายเกินจะทน

ในความสิ้นหวังเหล่านี้ ฉันเชื่อว่าเราต่างก็ยังไม่ถอดใจ

เราทุกคนยังมีความหวัง

ยังมีสายตาที่พยายามมองหาและมองให้เห็นความงดงามของชีวิต

ความอ่อนโยนของทั้งธรรมชาติ มนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย

ฉันยังคงเชื่อมั่นในความรักและความดี

ยังอยากจะใช้ชีวิตในโลกใบนี้ต่อไปด้วยความสุข ความหวัง และกำลังใจ

ฉันอยากให้ผู้คนที่น่ารักรอบตัวฉันมีความสุข อยากจะเป็นความสุขให้พวกเขา

ไม่กี่ปีมานี้เอง ที่ฉันเริ่มจะเติบโตขึ้นจากความทุกข์ในวัยเด็ก และได้พบของขวัญชิ้นพิเศษที่พระเจ้ามอบให้

นั่นคือรอยยิ้ม

ฉันไม่คิดว่ามันพิเศษ แต่ผู้คนรอบข้างบอกฉันเรื่อยมาว่ารอยยิ้มของฉันทำให้โลกสดใส

ครั้งที่สะดุดใจที่สุดก็คงจะเป็นเมื่อไม่นานมานี้

เพราะคนที่ชื่นชมว่าฉันมีรอยยิิ้มที่สดใส มีดวงตาที่มองไม่เห็น

ทุกครั้งที่มีคนพูดว่าฉันเป็นคนที่สดใส 

ในใจฉันก็สะท้อนเสียงหนึ่งออกไปให้ตัวเองได้ยินอยู่เพียงคนเดียวว่า


ฉันอยากเป็นความสดใส


ฉันเคยทำให้ผู้คนมีความสุขด้วยเรื่องราวที่ฉันเขียน

ด้วยรอยยิ้ม ด้วยเสียงหัวเราะ ด้วยนิสัยขี้เล่นของฉัน

ทั้งที่รู้ดีว่าคนเราก็ต้องมีหลายอารมณ์ แต่ฉันไม่อยากจะโอบกอดความทุกข์เอาไว้เลย

โลกใบนี้มันหม่นเศร้าพออยู่แล้ว ใครๆ ก็ต้องการความสดใส

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้คือ...

ฉันเขียนนิยายรักไม่ได้ 

เพราะการต้องเจอหน้าผู้หญิงที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพในอุดมคติอยู่ทุกวัน ทำให้ฉันติดอยู่ในความรู้สึกเก่าๆ ที่ว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่มีสิทธิ์จะแสดงความรู้สึกออกไป กับคนที่ฉันไม่คู่ควร

ผู้คนชื่นชม เอ็นดู เรื่องราวที่ฉันแบ่งปันให้พวกเขารับรู้ มันคงดูตลกและสนุกสนานหากอยู่ในนิยายสักเรื่อง แต่นี่มันชีวิตจริง ใครจะไปสนุกกับการต้องผิดหวังในความรักอยู่เรื่อยไปกันล่ะ

มีคนให้รักก็ดีแค่ไหนแล้ว 

ใช่ ฉันเคยคิดแบบนั้น และก็ยังคิดอยู่ในบางอารมณ์

แต่ก็ยังอดรู้สึกว่าตัวเองน่าสงสารไม่ได้อยู่ดี เพราะคนรอบข้างฉันต่างมีความสุขกับคู่รักของเขา ในขณะที่ฉันแทบจะต้องจ้างใครสักคนไปกินข้าว ไปเดินเล่น ไปดูหนังด้วยกัน

อย่าเรียกว่าแทบจะเลย เอาเป็นว่าฉันทำบ่อย และกำลังจะทำอีก

ไม่ใช่ว่าอกหักเลยต้องดราม่าหรอกนะ เรื่องอื่นๆ ในชีวิตฉันมันก็ไม่ได้สะดวกราบรื่นขนาดนั้น

ฉันก็ยังคงมีความสัมพันธ์ห่วยๆ กับพ่อของตัวเอง เรียกว่าแค่เห็นชื่อโทรมาก็หงุดหงิดแล้ว แม้จะอยู่ร่วมบ้านกัน ก็ยังมีเรื่องให้หงุดหงิดได้ตลอด และฉันก็จนปัญญาจะแก้ไข

ฉันยังคงมีปัญหาสุขภาพ เปิดเทอมมา 2 เดือน เป็นหวัดไป 3 รอบ โรคภูมิแพ้ โรคกระเพาะที่น่ารำคาญยังคอยกวนตัวกวนใจ มันยากมากที่จะมีรอยยิ้มที่สดใส ถ้าแค่การหายใจเข้าออกยังมีสิ่งมารบกวน

ฉันยังคงทำอะไรเกินตัว ลงเรียนเยอะ คาดหวังสูง หาเรื่องเหนื่อยๆ ยากๆ มาท้าทายตัวเอง พยายามทำทุกสิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์และอยากทำ โดยไม่คำนึงถึงความสามารถและข้อจำกัดทางด้านเวลาที่มี

ฉันยังคงเป็นกังวลกับปัญหาที่ทำงาน ที่มีคนสร้างปัญหาขึ้นมา แต่ฉันกลับต้องกลัวว่าตัวเองจะโดนเทออกจากบริษัทเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วค่าครองชีพมันก็สูงขึ้นทุกวัน พอเห็นเพื่อนรวยๆ ที่ไม่ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองแล้วมันก็อดสงสารตัวเองไม่ได้ เพราะมันก็หลายปีมาแล้วที่ฉันเหนื่อยกับการทำงานเพื่อหาเงินใช้เองระหว่างที่ยังต้องเรียนเต็มเวลาไปด้วย เหมือนจะ 6 ปีแล้วนะ ไวจัง

ฉันยังคงเลิกรู้สึกผิดไม่ได้ เวลาโดดเรียนวิชาที่ไม่ชอบ เวลาที่ยังไม่ได้ส่งงานที่เลยกำหนดส่ง ฉันไม่อยากจะแคร์ แต่มันก็รู้สึกแย่กับตัวเองอยู่ดี

ฉันยังคงเลิกละอายใจไมไ่ด้ ที่ได้รู้จักเพื่อนๆ ที่น่ารักผ่านการเป็นนักเขียน แต่ตอนนี้กลับไม่มีผลงานอะไรออกมาเลย ทั้งที่ใจก็อยากเขียน แต่มันเหมือนไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองอย่างไรไม่รู้ หากจะต้องเขียนเรื่องรัก ในวันที่สภาพจิตใจบอบช้ำสุดๆ ภาพอดีตและปัจจุบันยังทำให้เจ็บแปลบๆ เหมือนคนโง่ที่ไม่รู้จักปล่อยวาง ไม่รู้จักลืม

มันดูเป็นเรื่องเล็กน้อย กระจิริด กระจิ๊ดกระจ้อย เหมือนฝุ่นผงที่จะปัดออกไป ไม่ต้องไปทุกข์ร้อนกับมันก็ยังได้ แต่ใจของฉันมันยังคงเก็บไว้ แบกไว้ทุกอย่าง

ทำไมมันเป็นยากจัง ไอ้เจ้าความสดใสเนี่ย

แย่จังเลยที่ต้องมาแบกรับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่คู่ควร

ทั้งที่มีกำลังใจ มีความรัก มีเรื่องดีๆ มีผู้คนดีๆ รายล้อมอยู่รอบตัว

อยากจะเป็นความสดใสให้ทุกคน แต่ความสามารถในการผลิตความสดใสของฉันมันริบหรี่ลงทุกที

พอคิดว่าจะไปพบนักจิตวิทยาการปรึกษาอย่างจริงจัง มันก็จะมีเรื่องมาเบี่ยงเบนความสนใจออกไปทุกที 

แค่ได้เจอผู้หญิงคนนั้น ฉันก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองจะสดใสหรือหม่นเศร้า

เพราะเอาแต่จดจ่ออยู่กับความสดใสของคนอีกคน ก็เลยไม่ได้หันหลับมามองตัวเองเท่าไหร่

แต่พอหันกลับมามองทีไร ก็ยิ้มไม่ออกทุกที

มันก็เป็นแค่ความคิดโง่ๆ เท่านั้นแหละที่ว่าฉันจะต้องดีขึ้นอีกเท่าไหร่ คนที่ฉันหลงรักถึงจะสนใจฉันบ้าง เพราะอันที่จริงฉันก็เพิ่งเคยตกหลุมรักไม่กี่ครั้งเอง

แล้วก็ดันไปตกหลุมรักผู้หญิงที่เขาชอบผู้ชายอีก

บางทีดีให้ตายยังไง มันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก เราไม่ใช่สิ่งที่เขามองหาแต่แรกนี่เนอะ

แต่เกทมั้ยว่าเกย์คนอื่นเขาก็ไม่ได้อกหักมาราธอนแบบฉันไง

เหมือนอกหักซ้ำๆ กับคนเดิมๆ เพราะรักใครแล้วมันดันฝังใจ นึกเรื่องเก่าๆ ขึ้นได้ก็ซึมเป็นหมาหงอย บ้าบอจัง

คราวก่อนเขียนบันทึกก็น้ำตาแตก เหมือนคนอกหักกะทันหันแล้วช็อกอยู่ช่วงนึง หลังจากกดซ่อนนิยายทุกเรื่อง พอปรับตัวได้ก็สดใสขึ้นมาหน่อย แล้วก็โดนภาระงานฝังกลบไปอีกครั้ง อาการตอนนี้ก็ทรงๆ ทรุดๆ

อยากกลับไปเขียนนิยายได้อีกแต่ไม่รู้ต้องทำยังไง ตอนนี้แค่อ่านก็ยังไม่อินเลยอะ

อยากลืมมันไปให้หมด จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด จะได้เป็นความสดใสให้คนรอบข้าง

แง้

เศร้า

ไม่อยากจะยอมรับว่าเราทำให้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตดีขึ้นไม่ได้แล้ว เราทำได้แค่นี้

เราจะต้องอยู่กับสิ่งที่มีอย่างมีความสุข

เหมือนมีอะไรเรียกร้องให้ตัวเองทำมากกว่านี้อยู่ตลอดเวลา

เหนื่อยจัง

พยายามแก้ปัญหาก็เหนื่อย ไม่แก้ก็เหนื่อย

ทำให้ดีขึ้น แล้วปลายทางคืออะไร ก็ยังมองไม่เห็น

อยากเห็นคุณค่าของชีวิตตัวเองมากกว่านี้ 

อยากได้รับพลังความสดใสจากรอยยิ้มของตัวเอง

เพราะเรายิ้มให้ตัวเอง มันก็ไม่เคยสดใสได้เหมือนยิ้มให้โลก

ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับตัวเอง มันมีปัญหาอะไรอยู่นะ

ฉันจะต้องแก้ไขมันให้ได้

เสียเงินพันแปดแล้วลองไปคุยกับ counselor ที่เพื่อนกำลังจะไปหาดีมั้ยนะ

ไม่ลองไม่รู้ คงต้องลองดู

ฉันจะต้องเป็นความสดใสของตัวเองให้ได้เลย!




SHARE
Writer
Shallot
บันทึกบำบัด
บันทึกประสบการณ์และเขียนสะท้อนตัวเองเพื่อเยียวยาจิตใจ

Comments

annn
5 months ago
เห็นภาพชัดจังค่ะ อยาก define ตัวเองได้เก่งแบบนี้จัง อ่านแล้วก็เข้าใจตัวเองมากขึ้น ขอบคุณนะคะ 5555 ทีมอวยๆ คงให้คำแนะนำอะไรไม่ได้เพราะเราก็อยู่ในสภาวะนี้เหมือนกัน แต่จะมาช่วยยืนยันว่าความรู้สึกดีๆที่ได้รับไม่ได้อยู่แค่รอยยิ้ม หรือความสดใสแน่นอน รู้จักกันนิดเดียวเรายังเห็นคุณค่าในตัวคุณตั้งเยอะแยะเลย เชื่อว่าคุณจะเห็นมันมากขึ้น รอยยิ้มที่ให้ตัวเองก็ต้องสดใสขึ้นได้แน่นอน เป็นกลจ.ให้นะ 😊
Reply
Shallot
5 months ago
ขอบคุณนะคะที่ยังอยู่ตรงนี้เสมอเลย :) เป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ