ตัวตนที่เติบโต
 จะลาออกอีกแล้วเหรอ?คำง่าย ๆ ที่บั่นทอนความรู้สึกได้มากมาย...
ทำไมคนเราถึงเอาไม้บรรทัดของตัวเองไปวัดคนอื่นได้อย่างน่าตาเฉยนะ?
ฉันว่า 1 เซนติเมตรของฉันประมาณนี้นะ ทำไมของเธอมันสั้นจัง?เออยอมรับว่าเปลี่ยนงานบ่อย ตั้งแต่เริ่มทำงานประจำเราย้ายมา 5 ที่แล้ว
ที่แรก : Contact 3 เดือน เนื้องานนั่งทำสไลด์ PowerPoint สื่อการสอนภาษาอังกฤษ + After Effects.... เราว่ามันไม่ใช่
ที่ทำงานที่ 2 : รักมากเพื่อนร่วมงานดี หัวหน้าดี ให้โอกาส ตอนแรกจะลาออกเพราะต้องทำงานเป็นแอดมินเพจลูกค้า ซึ่งมีคนส่งข้อความมาด่าวันละ 20 - 30 ข้อความ 7 วันต่อสัปดาห์ไม่โอเคเลย ชีวิตพัง สุขภาพจิตแย่ พอจะออกหัวหน้าเปลี่ยนตำแหน่งให้ + เพิ่มเงินเดือน โอเค๊ อยู่ต่อค่ะ
จากนั้นก็เจอพิษการเมืองดราม่าในออฟฟิศ + งานหนัก เครียด ต้องรับผิดชอบมากขึ้น จนอยากปล่อยเซอร์ออกจากระบบมาจัดสรรเวลาชีวิตด้วยตัวเอง
ที่ทำงานที่ 3 : องค์กรในฝัน ที่ทำเอาเราตื่นเต็มตา งานหนักแบบไม่ได้นอน นั่งติดโต๊ะทำทั้งวันก็ไม่เสร็จ อยู่ในจุดที่ทำงานจนเลือดกำเดาไหล 555 ไม่ตองว่าออฟฟิศนะ ว่าเรานี่แหละหักโหมเอง ปล่อยวางไม่ได้เองจะทำไงได้ ที่นี่อยู่แค่ 3 เดือนผ่านโปรฯ ก็เผ่นแล้ว ล่าสุดหลังจากลาออกได้ 5 - 6 เดือน ออฟฟิศโดนปิดจ้า
ที่ทำงานที่ 4 : ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น แต่หนาวเย็นโคตร ๆ องค์กรใหญ่ มีชื่อเสียง รางวัลเพียบ แต่ทำงานเป็นปีตำแหน่งก็อยู่ที่เดิม หัวหน้าก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่หยุดหย่อน จำเพื่อนร่วมออฟฟิศแทบไม่ได้ เพราะเข้า ๆ ออก ๆ กันเดือนนึงเกือบ 10 ตลอดดด
ที่ทำงานที่ 5 : เปลี่ยนสายงาน ลองทำอะไรที่อยากทำดู สรุปก็ไม่ใช่อย่างที่หวัง กลายเป็นรูปแบบธุรกิจที่ไม่เคยรู้จัก กับตำแหน่งงานที่จับทุกโปรเสทไว้ในมือ PM ที่เป็นทั้ง AE, Creative, Admin และ Planner อึ้งมากนะที่คนหนึ่งคนสามารถจบงานได้ด้วยตัวคนเดียว...

วันนึงเรากลับมานั่งที่บ้านแล้วร้องไห้ ถามตัวเองว่าเรามองหาอะไร? ทำไมยังไม่เจอเสียที ที่ ๆ เป็นของเราจริง ๆ แม่งเหนื่อยแม่งท้อนะ อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่มันจะหยุดเสียที แล้วปัญหาคือออฟฟิศ หรือเป็นเรากันแน่? 

วันที่นอยที่สุดเราไปหารุ่นพี่จากที่ทำงานที่ 2 เราแบกความสับสนไปเพื่อนั่งถอนหายใจข้าง ๆ เขา เนื้องานที่เยอะจนพูดไม่ออก Project Manager ที่บริหารจัดการอะไรไม่ได้เลย เพราะต้องไปลงรายละเอียดกับทุกขั้นตอน พออยากจะออก ประวัติการทำงานที่ผ่านมาก็เป็นชงักติดหลัง นี่มันที่ ๆ 5 แล้วนะ มองยังไงมันก็ดูไม่ดีเลย
ก็คงต้องรับความจริง 
แต่คนพวกนั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้ชีวิตของเรานี่ 
คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เรารัก ปัดเป่าความขุ่นมัวในใจไปได้เยอะ แน่นอนทุกการตัดสินใจมีผลที่เราต้องรับให้ได้ แต่จาก 5 ปีที่แล้วมาถึงปัจจุบัน ไม่มีจุดไหนเลยที่เราอยากกลับไปแก้ไข เรารักตัวตนของเราที่ผ่านทุกผลของการตัดสินใจมาได้จนถึงตอนนี้

เราเติบโตขึ้น อาจไม่ได้สมบูรณ์แบบ หรือสวยงามอย่างที่คิดไว้ แต่ก็เข้มแข็ง และมั่นคง ที่สำคัญคือเราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวตนมากมายจากหลาย ๆ สถานการณ์ และตัวตนในอนาคตหลังการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เราก็จะรักเธอนะ เชื่อมั่นในตัวเธอ และภูมิใจในสิ่งที่เธอเลือก ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เพราะเราเชื่อว่าเธอจะต้องคิดมาเป็นอย่างดี และวางแผนให้กับตัวเองมาแล้ว

สู้ ๆ นะตัวฉันอีกคน
SHARE
Written in this book
ต้นไม้ในเมืองปูน
ในแต่ละวันที่หายใจ เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เรานึกขึ้นได้ว่า ถ้าไม่พิมพ์แล้วแบ่งปัน "มันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน"
Writer
MD35
Writer
People can move by the way they learn Fast / Slow or Still the same

Comments