"ความสำเร็จ" กับ "ความสุข" ควรเริ่มต้นที่ตรงไหน
ถ้าชีวิตนี้ มีให้เลือกได้อย่างเดียว เราจะเลือกอะไรระหว่าง “ความสำเร็จ” กับ “ความสุข” แล้วเราจะเริ่มต้นชีวิตด้วยความสุขหรือความสำเร็จดี เป็นคำตอบที่ตอบยากเหมือนกันนะ ถ้าเรายังไม่ชัดเจนในตัวเราเอง เรามาลองสมมติตัวเองดูดีกว่า ว่าถ้าเรามีชีวิตแบบที่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วชีวิตจะเป็นสไตล์ไหน ถ้าเลือกทั้งสองอย่างเลยล่ะ ชีวิตเราจะทำได้ดีทั้งคู่เลยไหม หรือถ้าไม่เลือกสักสิ่ง ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร

1. เริ่มต้นชีวิตด้วย "ความสำเร็จ"
ถ้าเราเลือกเส้นทางที่จะไปสู่ความสำเร็จในชีวิต เราจะกลายเป็นคนรักการพัฒนาตัวเอง ทำให้ตัวเองดีขึ้นในทุกๆ วัน ยอมรับในจุดอ่อนของตัวเอง ปรับให้อยู่ในจุดที่สมดุล ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปพัฒนาจุดแข็งให้ดีขึ้น 

รักการเรียนรู้ ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วที่พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กล้าลองสิ่งใหม่ กล้าเผชิญหน้ากับความท้าทาย ไม่ยอมแพ้หรือถอดใจกับอะไรง่ายๆ จิตใจเข้มแข็ง ทำอะไรเองเป็น ไม่ต้องพึ่งพาใคร มีวินัย มีระเบียบ จัดการเวลาได้ดี เวลาเรียนก็ตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้เกรดดีๆ เวลาทำงานก็ทำงานเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน รู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร ถนัดอะไร ชอบอะไร มั่นใจในตัวเอง เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ มีความนับถือและภูมิใจในตัวเอง ดีมากๆ เลยนะ

เวลาที่เราอยู่ใกล้คนแบบนี้ เราจะได้พลังบวก ที่อยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเช่นกัน ถ้าได้พูดคุยกับเขาบ่อยๆ เราจะซึมซับทัศนคติของคนที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ มองโลกในแง่ที่ว่า “Anything is Possible” อะไรก็เกิดขึ้นได้ มีความเป็นไปได้ เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวเอง เขาก็เชื่อมั่นว่าคนอื่นทำได้เช่นกัน 
ชีวิตเท่ห์ๆ ของคนมั่นใจในสิ่งที่ทำ

ตัวอย่างของคนที่ปักธงชีวิตด้วยความสำเร็จ คือ คุณปิยาภัสร์ ค้ำชู เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์สู่ธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน FullrichBride ตามฝัน ธุรกิจมาไกล เพราะยึดมั่นใน "สัจจะ" และมองว่าเวลาชีวิตนั้นมีค่ากว่าเงิน เธอให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตได้อย่างน่าสนใจว่า 

"สิ่งสำคัญคือ สัจจะ ถ้าเราบอกว่าเราจะทำ เราต้องทำให้ได้ เราต้องมั่นใจว่าเราทำได้ ไม่ใช่พูดไปโดยที่เราไม่มีสัจจะ แล้วเราก็ต้องกลับมาคำนวณเวลาชีวิตเรา ว่าเราทำได้มั้ย เราไปรับกางเกงเลเค้ามาเย็บ ได้ตัวละ 35 บาท วันนึงต้องเย็บกี่ตัว เย็บยังงัยถึงจะได้ค่ากิน ค่าเช่าห้อง เราต้องคำนวณเวลาชีวิต จริงๆ น่ะ เงินไม่ได้สำคัญ เงินนั้นมันมีค่า แต่เวลาชีวิตมีค่ามากกว่าเงิน"
 
ชีวิตของเธอเริ่มต้นจากการรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า จนมีลูกจ้าง กลายเป็นร้านเช่าชุดแต่งงานเป็นบ้าน 9 หลัง แบ่งเป็นโซนโรงงาน โซนโชว์รูม บ้านจิวเวอร์รี่ บ้านชุดเพื่อนเจ้าสาว ฯลฯ และตั้งใจจะมีบ้านพักให้ช่างตัดเสื้ออีกด้วย เป็นนักธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นและเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานดีจัง


2. เริ่มต้นชีวิตด้วย “ความสุข”
ถ้าเราเลือกเส้นทางที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข เราจะกลายเป็นคนที่ยิ้มแย้มกับตัวเองได้ทุกวัน มองโลกในแง่ดี คิดบวก รักตัวเองมากๆ ดูแลตัวเองอย่างดี จะไม่ยอมให้ตัวเองทุกข์นาน เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่ามากแค่ไหน มีความสุขได้กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เป็นความสุขที่เรียบง่าย พอใจกับชีวิต ชอบชื่นชมสิ่งรอบข้าง รู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่มี ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันได้อย่างดี 

เวลาเจอปัญหาอุปสรรค ก็เลือกนำด้านดีๆ ออกมารับมือ เมื่อรักตัวเองเป็น มีความสุข มีกำลังใจดี ก็อยากแบ่งปันความสุขให้กับคนอื่นๆ เพราะรู้ว่าเรามีค่า คนอื่นก็มีค่าด้วยเช่นกัน จึงยอมรับในความแตกต่างของผู้คนและเอาใจใส่ผู้อื่น เวลาทำงานก็ทำงานด้วยใจที่เป็นสุข เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน เป็นผู้ให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน เพราะมีความสุขอยู่แล้วในใจ

แล้วความสุขที่มีก็เผื่อแผ่ไปสู่คนรอบข้าง ใครอยู่ใกล้แล้วก็รู้สึกดี มองโลกในแง่ดีตามไปด้วย เหมือนได้รับลมเย็นๆ สบายกาย สบายใจ เมื่อได้พูดคุยหรือแค่อ่านข้อความที่เขาโพสต์ก็รับรู้ได้ถึงพลังชีวิต ได้กำลังใจดีๆ กลับมาเป็นที่ระลึก มองโลกในแง่ที่ว่า “Life is beautiful” ทุกสิ่งที่เกิดกับเรามีแต่ดีกับดี แม้จะเจอเรื่องไม่ดีก็ยังมีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่ในนั้น แค่หามันให้เจอ
ชีวิตสดใส ให้พลังบวก

ตัวอย่างของคนที่ปักธงชีวิตด้วยความสุข คือ หมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เขามีเป้าหมายชีวิตเพื่อสะสมความดีในที่ทำงาน เล่าความตั้งใจของตัวเองไว้ได้น่ารักมากๆ ว่า 
"ถ้าจะทำอะไร ขอให้ได้มีความสุข สนุกกับงาน 
จุดสำคัญที่สุด ตัวงานเราเป็นประโยชน์ในแบบที่.. 
ถ้าเทียบกับฝากเงินในบัญชีธนาคาร..คนเราชอบได้รับค่าจ้างสูง ๆ 
แต่เรานั้นชอบ สร้าง..ทำงานที่ได้กรรมดีสะสมเยอะๆ หน่อย”  
..เป็นหมอที่ทำงานด้วยใจจริงๆ
 

3. เริ่มต้นชีวิตด้วยความสำเร็จและความสุข
ถ้าเราเลือกเส้นทางที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จและก็มีความสุขไปด้วย เหมือนชีวิตได้สองเด้งเลย เป็นความรู้สึกที่ทั้งยิ้มและภูมิใจในตัวเอง เวลาทำอะไรก็ทำด้วยความตั้งใจดีและทุ่มเท ปล่อยวางผลลัพธ์ แล้วความสำเร็จก็จะตามมาเอง มีเป้าหมายในชีวิตนะ แต่ก็มีความสุขในระหว่างทางไปด้วย 

เวลาเรียนก็ตั้งใจเรียนให้เกรดดีๆ แต่ก็ใช้เวลาว่างฝึกเรียนรู้และได้ทำในสิ่งที่ชอบด้วย เวลาทำงานก็ทำอย่างตั้งใจเพราะเป็นเป้าหมายชีวิตที่ฝันไว้ เลิกงานก็ไปใช้ชีวิตส่วนตัว มีเวลาให้ตัวเอง ชีวิตสมดุลดี เวลาเจอความท้าทายก็จะใช้วิทยายุทธทั้งบุ๋นและบู๊เข้าช่วย คือ ยอมรับนะ แต่ไม่ยอมแพ้ หาทางออกจนเจอ และก็มองโลกในแง่ดี มองว่าเป็นโอกาสได้พัฒนาตัวเองให้เก่งและแกร่งขึ้น หรือไม่ก็มาเป็นจุดเปลี่ยนให้เราดีขึ้นกว่าเดิม
เก่ง แกร่ง และสดใสได้ในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างของคนที่ปักธงชีวิตด้วยความสำเร็จและความสุขไปพร้อมๆ กัน คือ ทัทชากร ช่อวิเชียร สาวเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เจ้าของร้านกาแฟ OnLooms Cafe เคยผ่านเวทีประกวดนางงาม เป็นนักปั่นจักรยานและนักวิ่งมาราธอน เคยประสบอุบัติเหตุอย่างหนัก โอกาสหายน้อย แต่ก็กลับมาแข็งแรงได้ 100% 
เพราะกำลังใจดี ที่คิดอยากจะกลับมานั่งให้เร็วที่สุด 
กลับมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเหมือนเดิม 
และเพราะออกกำลังกายมาตลอด จึงกลับมาหายได้เร็ว  

เธอมองว่า..ช่วงเวลานั้น ทำให้ได้เรียนรู้ว่า..สุขภาพ และความงามนั้นไม่เที่ยง

อุบัติเหตุครั้งนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนจากชีวิตในเมืองหลวง ได้มาทำสิ่งที่อยากทำในบ้านเกิดของตัวเอง ร้านกาแฟของเธอกลายเป็นจุดเชื่อมโยงของคนในชุมชน ชนะใจลูกค้าและคนในชุมชนคูบัว มีงานศิลปะ สามารถชมการทอผ้า มีสินค้าชุมชนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าทอฝีมือคนในชุมชน มีทริปนักปั่น ปั่นชมเมืองคูบัว แถมยังมีโปร "เป่ายิ้งฉุบชนะลด 5 บาท ทุกเมนู" โปรโมชั่นน่ารักๆ ยิ่งทำให้ร้านกาแฟเพิ่มความสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นสาวที่ทั้งแกร่งและจิตใจดี มีเป้าหมายชีวิตเป็นของตัวเอง


4. เริ่มต้นชีวิตด้วยการไม่เลือกอะไรเลย
ถ้าเราเลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่ปักธงเลยว่าชีวิตต้องการอะไร ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะสำเร็จได้ และไม่หวังว่าตัวเองจะมีความสุขด้วย ชีวิตมันจะมีพลังมั้ยนะ อะไรผ่านเข้ามา เราจะรับมือไหวมั้ยนะ เจอความทุกข์เราจะจมกับมันง่ายมั้ยนะ เจอความสุขเราจะลืมตัวมั้ยนะ

เมื่อเราไม่ปักธงที่จะเลือกความสุขหรือความสำเร็จ เราก็จะยึดติดทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา มีความสุขเข้ามาก็อยากจะยึดไว้ให้อยู่นานๆ ทั้งที่มันมีช่วงเวลาของมัน พอมีความทุกข์เราก็ปล่อยให้ใจดำดิ่ง แทนที่จะยอมรับมันแล้วหาทางออกให้เจอ ถ้าเราไม่ปักธงว่าความสุขที่แท้จริงมันคืออะไร ความสะดวกสบายชั่วคราวเราก็เหมาว่ามันคือความสุข และถ้าเราไม่มีเป้าหมายในชีวิต อะไรที่สำคัญและไม่สำคัญเรารับมันมาไว้ในใจทั้งหมด เวลาชีวิตก็เลยหมดลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วชีวิตก็ไม่มีความสุขและไม่เจอความสำเร็จ
ชีวิตที่ไร้จิตวิญญาณ เพราะไม่รู้ใจตัวเอง

หลายๆ คนคงเคยเห็นตัวอย่างแบบนี้มาบ้างแล้วล่ะ ซึ่งผู้เขียนจะไม่นำตัวอย่างมาให้อ่านนะ เพราะคงไม่ดีเท่าไหร่ที่เราจะเอาชีวิตด้านลบ มาเล่าให้ใครฟัง และคิดว่าทุกคนมีจังหวะเวลาชีวิตที่มีโอกาสดีขึ้นได้ในทุกๆ วัน

ลองเขียนบันทึกความคิด เรื่องราวในชีวิตลงในไดอารี่ (Diary) แล้วเราจะมองออกว่า ชีวิตเราไปทางไหน บางครั้งเราปักธงชีวิตที่ความสุขและความสำเร็จแล้วนะ แต่เรื่องราวในไดอารี่ที่เราเขียนบันทึกลงไป กลับมีแต่เรื่องราวที่สะสมความทุกข์ สะสมความล้มเหลวเอาไว้ เราจัดการมันไม่ได้ และอยู่กับมันนานจนเกินไป 

ดังนั้น การเขียนบันทึกไดอารี่ที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตที่ปักธงที่ความสำเร็จและความสุขจริงๆ จึงไม่ใช่การระบาย แต่เป็นการบันทึกเพื่อเรียนรู้ชีวิต พลิกความคิดให้เป็นบวก แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเขียนลงไปในไดอารี่จะกลายเป็นพลังบวก ให้เรามุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ และมีความสุขในชีวิตได้ทุกๆ วัน

เราหวังว่าคุณผู้อ่านได้อ่านบทความนี้แล้วจะกลับมาทบทวนตัวเองว่า เรากำลังปักธงชีวิตไปด้วยอะไร เรามีสิทธิเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ เพียงแต่เราต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ที่ตามมาเท่านั้น เลือกดี เราก็มีชีวิตที่ดี แต่ถ้าเลือกไม่ดี เราเอง จะทุกข์เอง
 
อ้างอิง
- รายการน้ำครึ่งแก้ว ตอนธุรกิจแห่งความสุข ได้ที่ https://youtu.be/qf2lCcvVFvM
- รายการน้ำครึ่งแก้ว ตอนหมอพรทิพย์ชวนคิด ได้ที่ https://youtu.be/TXLZ6KD4JEk
- รายการคิดบวก ตอนนางฟ้าหัวใจนักสู้ แห่งเมืองโบราณคูบัว จ.ราชบุรี https://youtu.be/RQnRp4eqb50


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments