morning ;
ดวงอาทิตย์ทอแสงอีกครั้ง 
บ่งบอกว่าเร่ิมวันใหม่แล้วสินะ 
อรุณสวัสดิ์นะคุณ

คุณเคยได้ยินประโยคนี้มั้ย

the sun showed up again and I looked up and asked : why?
the sun looked down and brightly whispered : to give you another try.
เธอคิดว่าพระอาทิตย์จะให้โอกาสเรามากที่สุดกี่ครั้ง 
ไม่ใครตอบได้หรอกเนอะ
สำหรับมนุษย์ก็คงเป็นวันสุดท้ายของการหลับไหลไปตลอดกาล

โอกาสของฉันในวันนี้ก็ยังยุ่งเหยิงเหมือนเดิม
เริ่มจากเสียงโวกแวกเหมือนเดิม 
น้ำเปล่าหนึ่งแก้ว นมอีกหนึ่งอึก
ความเสียใจหนึ่งก้อน และความเบื่อหน่าย
ทุกอย่างวนลูปซ้ำๆ ราวกับมันไม่มีทางจะเปลี่ยนได้อีกแล้ว 
การขาดเรียนเป็นเรื่องปกติของฉันไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันมีสิ่งที่ต้องโฟกัสมากกว่าการขาดเรียน
คือการเรียนให้จบ ฉันเกลียดการกดดันจากพ่อแม่ที่ว่า 
ทุกคนจบแล้วนะ เมื่อไหร่จะจบ หรือไม่ก็ทำไมไม่ไปเรียนล่ะ 

ฉันพยายามอธิบายให้พวกเขาฟังเป็นสิบรอบในภาวะที่ฉันเจอ 
แต่พวกเขาไม่เคยเปิดใจรับ พวกเขามักจะหลอกตัวเองว่าฉันดีขึ้นแล้ว กระซิบข้างหูฉันว่า ฉันดีขึ้นแล้ว ฉันจะไม่กลับไปเป็นเด็กคนนั้นอีกแล้ว น่าขันสิ้นดี เขามักจะกรอกหูฉันซ้ำๆแบบนี้อยู่เรื่อย 
และเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันไม่ทำตามที่เขาบอก ฉันจะกลายเป็นเด็กที่ดูขี้เกียจและนิสัยเสียในสายตาพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งใครสนล่ะ ฉันเหนื่อยจะเสแสร้งว่าตัวเองเป็นเด็กดีจะแย่แล้ว 

ฉันต้องการอิสระ ฉันมีชีวิตและจิตใจเป็นของตัวเอง 
นั่นมันก็เพียงพอสำหรับการเป็นเหตุผลแล้วไม่ใช่หรอ

ใบลาขาดเรียนเป็นสิ่งที่ฉันยื่นให้อาจารย์บ่อยที่สุด รองลงมาคือใบรับรองแพทย์ 
ฟังดูประหลาดที่เด็กคนนึงจะขาดได้เป็นเดือน แต่เธอจะเเปลกใจมากกว่าถ้าฉันจะบอกว่าฉันย้ายโรงเรียนมาสามครั้งแล้ว  

ฉันทนแล้วทนอีก แต่ทำไมไม่มีใครเห็นถึงความพยายามเลยนะ 
ทุกคนกลับมองว่าฉันมีความอดทนต่ำมากๆ ไม่มีความพยายามเลยซักนิด
ฉันพยายามเหลือเกินในการจะมีชีวิตต่อในอีก 1 นาทีหลังจากมีความคิดแย่ๆผุดเข้ามาในหัว 
แค่อีกเพียง 1 นาทีก็พอ เผื่อว่าอย่างน้อยฉันจะมีความสุขในนาทีนั้นก็ยังดี

ความพยายามของฉันคือการพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ต่างหาก

ทุกคนกลับมองว่าการที่ฉันไม่สามารถคุมมันได้นั้นมันคือการที่ฉันไม่ได้พยายามอะไรเลย 
แต่ฉันก็ยังยิ้ม ยิ้มให้กับความเจ็บปวดทั้งหมดที่ได้ฟัง มีแต่ใบหน้าที่สดใส เสียงหัวเราะที่ร่าเริง  

ไม่มีใครรับรู้ถึงความเจ็บปวดภายใน ไม่มีเลยจริงๆ 

ฉันเป็นคนเกลียดเสียงดัง แต่คนรอบตัวล้วนเสียงดัง
ฉันเกลียดที่มืด แต่ทุกคนก็มักจะปิดไฟทั้งบ้าน
ฉันเกลียดความกดดันของแม่ แต่ทุกเช้าฉันก็ต้องฟังทุกวัน
ฉันเกลียดการไปโรงเรียนเพื่อตอบคำตอบทุกคนว่าทำไม  
ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ฉันเกลียดมันจริงๆ
ฉันเกลียดที่โรคนี่มันเลือกฉัน ...

ไหนมีคนบอกว่า ถ้าผ่านไปได้ทุกอย่างจะดีขึ้น 

ฉันว่านั้นคือคำโกหกเพื่อปลอบใจคนเราเท่านั้นแหละ หลังจากที่เราแก้ปัญหาแรกได้ พระเจ้าก็จะให้ปัญหาที่สองตามมา ตามด้วยปัญหาที่สาม และมันก็เริ่มเยอะมากขึ้น ถ้าซวยหน่อยก็มีปัญหาซ้อนกันมันมากหมาย เพราะการชีวิตคือการแก้ปัญหาไปพร้อมกับมีความสุข 

เพียงแค่ฉันยังไม่มีอย่างหลังก็แค่นั้น ...
อาจจะเพราะทุกอย่างมันแย่มาตลอดเกือบทั้งชีวิตของฉัน ฉันเลยพยายามที่จะใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นไม่ใช้ ฉันหมายถึง ฉันจะไม่ใจร้าย...
จงเป็นคนที่ตัวเองอยากให้มีบนโลกใบนี้ฉันเตือนตัวเองด้วยคำพูดข้างบนเสมอ เพราะความเจ็บปวดสอนให้ฉันอ่อนโยน และมีเมตตามากขึ้น
และจงอย่าได้สิ้นหวังในตัวเอง เพราะถ้าเธอเสียมันไปแล้วละก็ เธอก็จะแทบสูญเสียจิตใจและร่างกายไปพร้อมๆกัน อย่าได้คิดว่าไม่เหลืออะไรเลยนะ 

จงอย่าได้สิ้นหวังในความเมตตาของพระเจ้า อย่างน้อยๆก็เพื่อยึดเกาะจิตใจในยามที่ว่างเปล่า

อย่าเพียงแค่มีชีวิตอยู่ แต่จงใช้ชีวิต 
ฉันไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้มั้ย คุณกับฉันเราอาจจะไม่ได้รู้จักกัน
แต่ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่า ต่อให้คนบนโลกคิดจะหันหลังให้คุณ 
ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอยากจะให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อนะ 
แล้วฉันก็หวังว่าคุณเองก็จะรักตัวเองเช่นกัน อดทนไว้นะคนเก่ง 

ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณ

วันนี้ลาก่อนกับไดอารี่ช่วงเช้า 
ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี 

22 SEP 2019 
เอริกา / หมีป่วย :•


SHARE
Writer
sadderica
diary and semicolon
หมีสองขั้วกับบันทึกที่ต้องเขียน

Comments