Stranger in a dream

You love your rhythm and poetry,
I love my sins.
My 'international mystery.'
I let you in.

"เจค เย็นนี้จะกินอะไร?"

เสียงภัทรดังแว่วๆมาจากแถวประตู พร้อมกับเสียงกุกกักของรองเท้าหนังเมื่อเจ้าตัวโยนมันลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี ผมลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปหาเขาที่ยืนตรงนั้นแต่เจ้าโฮลวีต--แมวลายเสือสีเทาสลับดำอยู่ตรงนั้นก่อนผมซะอีก มันออดอ้อนออเซาะคลอเคลียและภัทรก็อุ้มมันก่อนจะทักผมด้วยซ้ำ

หนอย เจ้าแมวบ้า

กลายเป็นว่าผมยืนหน้ามุ่ยอยู่ตรงนั้น รอให้ภัทรละมือจากพุงนุ่มๆของแมวแล้วเงยหน้ามองผมซะที

"อะไร? กับแมวยังอิจฉาเลยเหรอ?"

นานนับนาทีกว่าเขาจะรู้สึกตัวว่าผมมองอยู่ (และกำลังงอนด้วย) ก็ว่าจะปั้นปึ่งต่ออีกหน่อยอยู่หรอกนะ แต่พอเห็นรอยยิ้มแบบนั้นแล้วก็ใจก็อ่อนยวบยาบ

ตกหลุมรักภัทรเป็นครั้งที่ร้อย

"อย่างกะเลี้ยงแมวสองตัวแหนะ"

เมื่อยืนต่อหน้าผมแบบนี้ เขาเตี้ยกว่าผมเกือบสิบเซ็นต์ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนมองขึ้นมา แล้วก็อมยิ้มก่อนที่ปากรูปกระจับนั่นจะประทับเบาๆบนแก้มผม

"คิดถึงจัง"

เขาโอบสองมือรอบเอวผม พิงหัวเข้ากับไหล่ ปลายผมหยักศกสีเดียวกับดวงตาระไปมาบนผิวทำให้ผมรู้สึกจั๊กจี้นิดหน่อย

"คิดถึงเหมือนกับครับ"

แล้วผมก็โอบกอดเขาด้วยเช่นกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางผสมกับกลิ่นเหงื่อของเขากรุ่นฟุ้งอยู่ใต้จมูก เนื้อตัวของเขาไม่ได้นุ่มนิ่ม มันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึงอย่างคนที่ออกกำลังกายประจำ ภัทรชอบบ่นว่ากลัวจะอ้วน แต่ผมว่าเขาเริ่มจะผอมไปแล้ว!

"เหนื่อยจังเลยเจค ออกไปเจอคนเยอะๆทีไรก็เหนื่อยทุกที"

เขาบ่นอย่างนั้นทุกครั้งที่ต้องออกไปสังสรรค์กับลูกค้า--ภัทรดูเป็นคนเฟรนด์ลี่ ยิ้มง่าย แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วเขาเกลียดการที่ต้องอยู่รวมกับคนเยอะๆ ความวุ่นวาย และเสียงอึกทึกเพราะมันทำให้เขาต้องฝืนยิ้มมากขึ้นไปอีก

และผมคือพื้นที่ปลอดภัยของเขา


เมื่ออยู่กับผม เขาไม่จำเป็นต้องเป็นพี่ภัทรคนเก่ง เขาสามารถเป็นพี่ภัทรที่เปิดกระป๋องไม่ได้ ทำอาหารห่วย และชอบนอนเหยียดยาวอยู่หน้าวิดีโอเกมทั้งที่มืออีกข้างหยิบเลย์เข้าปาก

เมื่ออยู่กับผมเขาสามารถเป็นคนนั้นได้

"อื้อ งั้นไปนั่งพักไป เดี๋ยวเจคจะทำอะไรอร่อยๆให้กินนะ"

ผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ใช้กับเด็กสามขวบ ภัทรเริ่มทิ้งน้ำหนักตัวมาที่ผมแล้วครึ่งหนึ่ง เขาทำตัวเหมือนเป็นไม้เลื้อยพันเสาหิน

"ยังไม่อยากไป อยากกอดเจคก่อน"

แล้วแบบนี้ผมจะอดใจไม่จูบเขาได้ยังไง?

ผมรักหน้าผากมน ผมเลยจูบลงไปบนนั้น

ผมรักดวงตาสีน้ำตาลหวานละมุนเหมือนคาราเมล ผมเลยจูบเบาๆบนเปลือกตา

ผมรักจมูกเล็กโด่งรั้น ผมเลยจูบลงไปอีกครั้ง

ผมรักริมฝีปากนุ่ม รวมถึงสันกรามเด่นชัดนั่นด้วย--ชอบเวลาที่ลิ้นร้อนตอบสนองต่อจูบของผม พึงพอใจเมื่อเห็นผิวขาวขึ้นสีแดงซ่าน ดื่มกินลมหายใจหอมหวานของกันและกัน 

เสียงของเขาที่ดุดันเสมอเมื่อสั่งงานลูกน้อง แต่ตอนนี้กลับกำลังครางอ่อนหวานเมื่อผมลากปลายนิ้วไปบนผิวต้นคอ ถ้าเพียงแต่ปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตขาวบางเบาออกก็คงได้สัมผัสผิวนุ่มลื่นข้างใต้นั่น

"ยั่วดีนักนะ เดี๋ยวจะไม่ได้กินข้าว"

เสียงของผมแหบพร่าและแผ่วเบา เราสบตากัน และดวงตาคู่นั้นกำลังพราวประกายท้าทาย รอยยิ้มนั่นก็กำลังเรียกร้องให้ผมจูบอีก ผมบีบจมูกรั้นเบาๆไปหนึ่งที อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นเขาทำหน้าย่น เมื่อเขาเห็นผมหัวเราะก็หัวเราะตามด้วย เสียงหัวเราะของเราดังก้องสะท้อนไปมาในห้องแคบๆแห่งนี้ มันผสมรวมเข้ากับเสียงเพลงหวานละมุนที่ผมเปิดทิ้งไว้

ผมรักช่วงเวลาที่มีเขาอยู่ในชีวิต


เป็นเวลาเกือบยี่สิบนาทีแล้วที่ผมกำลังนั่งเท้าคางมองแผ่นหลังของเจค--เขากำลังยุ่งกับการทำผัดกะเพราตามที่ผมร้องขอ

ผมคิดว่าเขาดูดีเวลาทำอาหาร

แผ่นหลังกว้างดูมั่นคงและอบอุ่น ผมชอบเวลาที่เขาใส่เสื้อยืดสีขาวสบายๆแบบนี้มากกว่าตอนที่เขาใส่สูทเต็มยศเวลาไปทำงานซะอีก ผมดำสนิทของเขาตัดกับผิวขาวอย่างกับหิมะ เข้ากันดีกับเครื่องหน้าคมคายแบบลูกครึ่งไทย - ฮ่องกง

ให้ตายเถอะ เขาดูดีเป็นบ้า

"จ้องอะไรขนาดนั้นครับคนดี?"

เขาหันมาถาม--ดวงตาดำขลับคู่นั้นทำผมหัวใจเต้นแรงได้ไม่ต่างจากครั้งแรกๆที่เราสบตากัน มันดูเหมือนผืนน้ำที่นิ่งสงบแต่ซ่อนคลื่นลูกใหญ่ไว้ในนั้น เจคเป็นแบบนั้นเสมอ

"แค่คิดว่าแปลกดีเหมือนกันที่เรามารักกันได้"

ความสัมพันธ์ของเราไม่ควรจะมากไปกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องที่ทำงาน มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นถ้าเจคไม่ชวนผมไปดูหนังในวันเสาร์ มันควรจะเป็นอย่างนั้นถ้าเขาไม่ทักมาหาผมบ่อยๆในตอนก่อนนอน และสารภาพรักกับผมที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในคืนวันศุกร์

ลงท้ายเราก็มาอยู่ด้วยกันในคอนโดนี่

ไม่ใช่ความลับอะไร แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยกับใคร
และผมก็ชอบที่มันเป็นแบบนั้น

"พรหมลิขิตมั้งภัทร"

เขาว่าแล้วยิ้มตาหยี ผมสีดำของเขาเริ่มยาวแล้ว และพอเวลาไม่ได้เซ็ทมันก็ทิ้งตัวลงปิดแนวคิ้วจนเขาบ่นรำคาญบ่อยๆ

"อี๋ พูดจาเลี่ยนจังเลยเจค"

"แต่ภัทรก็ชอบนี่"

"รู้ได้ไงว่าชอบ"

"เพราะภัทรกำลังยิ้ม"

อีกครั้งที่เขาจับไต๋ผมได้--นั่นสินะ ไม่เนียนเลยเนี่ย ผมพยายามกลั้นยิ้มแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ซะที สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเราหลุดขำกันออกมาอีกครั้ง

เวลาอยู่กับเจคผมไม่เคยต้องแกล้งเป็นคนอื่นเลย

"เอ้า กินได้แล้ว เดี๋ยวจะเย็นซะก่อนนะ"

ข้าวราดผัดกะเพราหอมกรุ่นถูกวางตรงหน้า เป็นอาหารเรียบง่ายที่ผมกินได้บ่อยๆโดยไม่เบื่อ และถ้าจะให้ดี ต้องเป็นฝีมือเจคด้วย

"บอกแต่คนอื่นกิน เจคก็กินด้วยสิ"

ผมบ่นเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมกินซะที เอาแต่นั่งมองผมแล้วยิ้มอยู่ได้ เดี๋ยวจะเจอส้อมจิ้มตา!

"ก็อยากมองภัทรก่อน ตอนกินน่ารักดี"

"คนบ้าไรนั่งมองคนอื่นกินข้าว"

"ก็มองแบบนี้มานานแล้วนี่ ยังไม่ชินอีกเหรอ"

เขาบอกด้วยเสียงไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังหัวเราะอีกที่ผมค้อนเข้าให้วงใหญ่ๆ เดี๋ยวเถอะ! ต้องเจอส้อมจิ้มตาจริงๆแล้วมั้งเนี่ย!

"โอเค กินก็ได้ครับ"

เขายังหัวเราะแต่ก็ยอมทำตามที่ผมบอกแต่โดยดี เจคก็เป็นแบบนั้นมาตลอด เขาตามใจผมจนแทบจะกลายเป็นคนเสียนิสัย

มื้อค่ำของเราผ่านไปอย่างเรียบง่าย--เป็นความธรรมดาที่ผมรักมัน บทสนทนาเรื่องทั่วๆไป เสียงของผมเยอะกว่าเสียงของเจค เขามักจะนั่งฟังผมเงียบๆ ตอบรับและออกความเห็นเป็นบางที แต่ส่วนมากเป็นผมที่พรั่งพรูเรื่องราวมากมายส่วนเขาน่ะเอาแต่ยิ้ม!

หลังอาหารค่ำ ผมเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ สายน้ำเย็นสบายชำระล้างความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาทั้งวันให้หมดไป เสียงเพลงอ่อนหวานดังแว่วมาจากนอกห้อง เจคชอบฟังเพลง ห้องนี้ถึงเต็มไปด้วยเสียงเพลงตลอดเวลา

"กินมั่ง"

ผมกอดเขาที่นั่งบนโซฟาจากข้างหลัง คล้องสองแขนอยู่บนต้นคอเขา แอบกัดไปด้วยหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วล้วงหยิบมันฝรั่งแผ่นที่เขากำลังกิน หยดน้ำจากปลายผมหล่นประปรายบนผิวขาวของเขา

"อะไรล่ะนั่น แปรงฟันแล้วนะภัทร"

เขาละสายตาจากหน้าจอสมาร์ทโฟนแล้วหันมาดุผมเบาๆ แต่อย่าหวังว่าผมจะสำนึก

"ไม่เป็นไร แปรงใหม่ได้"

ผมบอกพร้อมกับแลบลิ้นให้ หยิบมันฝรั่งอีกชิ้นเข้าปาก ปีนข้ามพนักโซฟามานั่งข้างเขา เกาะติดยิ่งกว่าโฮลวีตซะอีก

"เอาเสื้อเจคมาใส่อีกละ เสื้อตัวเองก็มี"

เขาทักตอนที่เห็นเสื้อยืดสีดำบนตัวผม มันดูหลวมนิดหน่อยแต่นั่นแหละทำให้ใส่สบาย

"ก็มันใส่สบายดีนี่"

พูดเสร็จก็เบียดตัวพิงกับอกของเขา เจคขยับตัวนิดหน่อยเพื่อให้ผมนอนสบายขึ้น แขนแข็งแรงโอบรอบไหล่ผมและผ้าห่มหนานุ่มก็คลุมอีกที--สบายจัง

"อะไรอะ ทำไมมีผู้หญิงมาเมนต์ด้วย"

ผมหรี่ตามองหน้าจอโทรศัพท์ของเขา ถ้าจำไม่ผิด...นั่นมันแฟนเก่าเขานี่ ผมไม่ใช่คนขี้หึงมั่วซั่วหรอกนะ แต่ก็ไม่ชอบรายชื่อแฟนเก่ายาวเหยียดของเจคอยู่ดี

"เค้าแค่ชมว่าถ่ายรูปสวยเองครับ"

แต่ดูเขาสิ! 

นอกจากจะไม่สำนึกแล้ว ยังมีหน้ามายิ้มอีกต่างหาก! บางทีผมก็เกลียดรอยยิ้มของเขา โดยเฉพาะตอนนี้!

"ไม่รู้แหละ ไม่ชอบ"

ผมย้ำเจตนารมณ์เดิม ตอนนี้แยกเขี้ยวแล้วด้วย ถ้ายังยิ้มอยู่จะกัดเข้าให้อีกรอบ!

"น่าหมั่นเขี้ยว เจคจะไปหาใครได้อะ แค่ภัทรก็เหนื่อยแล้ว"

เขาวางโทรศัพท์แล้วหันมาหยิกแก้มผม เขาตบเบาๆตรงตักตัวเอง และผมก็ยอมไปนั่งตรงนั้นแต่โดยดี ไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ถูกห่อด้วยตัวอุ่นๆของเขา สองแขนเขาโอบรอบตัวผม และคางก็เกยอยู่กับไหล่ผม เอนตัวไปมาตามจังหวะเพลง ผมรู้สึกเหมือนนั่งบนม้าโยก


I hate your long list ex's.
You love my eyes.
Our clothes, we share, they are unisex,
Lovers in disguise.

"เพลงอะไรน่ะเจค เพราะดี"

"Stranger in a dream ของภูมิ วิภูริศ"

เสียงของเขาดังแว่วอยู่ข้างหู มันนุ่มทุ้มหวานละมุน เป็นโทนเสียงที่ทำให้ผมรู้สึกสงบและสบายใจ ผมทิ้งน้ำหนักตัวไปที่เขาเหมือนกันเป็นโซฟามนุษย์ เริ่มง่วงแล้วเหมือนกันแฮะ

"ทำไมต้องเป็นคนแปลกหน้าในฝันด้วยอะ?"

"ไม่รู้ดิ บางทีเป็นเนื้อคู่กัน ก็อาจจะเจอกันในฝันมาก่อนมั้ง"

เขาหัวเราะเบาๆ ผมเลยหันไปถามต่อ

"แล้วเจคเคยฝันถึงภัทรบ้างปะ"

"ตอนแอบชอบน่ะ ฝันบ่อย"

พอพูดคำว่าแอบชอบทีไรหัวใจผมก็รู้สึกจั๊กจี้ทุกที รวมถึงคำว่ารักนั่นด้วย เจคมีอิทธิพลต่อใจผมเสมอ

"แล้วเดี๋ยวนี้อะ"

"ไม่ฝันแล้ว"

ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาเหมือนเวลาผืนน้ำที่มีแสงแดดตกกระทบ อ้อมกอดของเขากระชับแน่นขึ้น

"เพราะมีภัทรอยู่ในชีวิตจริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝันแล้ว"

แล้วเขาก็จูบผม--จูบที่นุ่มนวลแต่ปลุกเร้าเปลวเพลิงในตัวให้โหมกระพือ ปลายนิ้วเย็นเยียบรุกล้ำผ่านข้างใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ลากผ่านตรงไหนก็ทิ้งร่องรอยหวามไหวไว้ตรงนั้น เขานุ่มนวลแต่ทำให้ผมร้อนรุ่ม เมื่อปากนุ่มงับเบาๆตรงปลายหูผมก็หลุดครางออกมา

"สบู่กลิ่นนี้หอมดี"

เขากระซิบตอนที่จูบอีกครั้งบนต้นคอ เสื้อยืดตัวนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป เขายิ้ม--รอยยิ้มของเสือที่รู้ว่ากำลังจะได้กินเหยื่อที่ตัวเองชอบ


Let's make out,
On the cover of magazines.
We'll be king and queen.
Let's get lost,
In the forest of gold and green.
We're strangers in a dream.

เสียงเพลงยังบรรเลงแว่วหวานอยู่ในห้อง แต่เราก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป...


หายไปพักใหญ่ๆเลยเนอะ
ช่วงนี้บ้าผู้ชายแหละค่ะ 55555 เลยงอกเป็นเรื่องสั้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผู้ชาย 2 คนเฉยเลยโว้ยย 

ทุกคนที่กดฟอลเรา อยากรู้จังค่ะว่าทำไม 
งานเราค่อนข้างจะไม่นิ่งเท่าไร แนวที่เขียนกระจัดกระจายมาก แต่หลักๆแล้วก็ชอบเขียนเกี่ยวกับความรักนั่นแหละค่ะ และความรักไม่ได้มีแค่แบบเดียวนี่นา 55

ปล. เพลงในเรื่องลองไปฟังกันได้นะคะ เพราะมาก อบอุ่นมาก ฟังเพลินๆสบายๆดีค่ะ





SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38, สนธยา2738

Comments

taegi_95
1 year ago
ชอบมากเลยค่ะ
Reply
Sunflower38
1 year ago
ขอบคุณที่ชอบนะคะ ดีใจจจ 😂
tiabeanne
1 year ago
กดฟอลเพราะอะไรหลายๆอย่างค่ะ ส่วนเรื่องแนวเขียนมันเป็นแค่จุดเล็กๆที่กำหนดทิศทาง แต่สุดท้ายตัวเรื่องก็ออกมาจากคุณ ไม่งงใช่ไหม5555
Reply
tiabeanne
1 year ago
19กพ.ปีนี้ค่ะ //ถ้าไม่ย้อนไปหาก็ไม่นึกเหมือนกันว่า8เดือนแล้ว55555
Sunflower38
1 year ago
อ่อ ตั้งแต่ลงเซ็ทเรื่องจูบรสบุหรี่เลยนี่นะ 555 นานเหมือนกันนะคะ ขอบคุณที่ตามนะคะ รัก(งาน)เราน้อยๆแต่รักนานๆเนอะ
tiabeanne
1 year ago
ได้ค่ะ 😂 เท่าอายุขัยโทรศัพท์เรานี่แหละ 5555