Once upon time in Hollywood
หากกล่าวถึงผู้กำกับสักคนหนึ่งที่มีความหลงใหลเรื่องของภาพยนตร์อย่างมากนั้นผู้เขียนเชื่อยิ่งว่า เควนติน ทาแรนติโน่ ต้องเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ผุดขึ้นในห้วงความคิดของผู้อ่านอย่างแน่นอน จากเนิร์ดหนังที่ทำงานในร้านเช่าวิดีโอภาพยนตร์สู่การเป็นผู้กำกับทรงอิทธิพลต่อนักทำหนังในรุ่นต่อๆมาไม่ขาดสาย แค่นี้ก็อาจจะพอเห็นภาพแล้วว่าภาพยนตร์นั้นมีความหมายต่อตัวทาแรนติโน่เห็นได้ชัดจากการที่เขามักจะแฝงเรื่องเล็ก ๆน้อยๆเกี่ยวกับหนังที่ผู้กำกับคลั่งไคล้ซึ่งมักจะแทรกไว้ในไดอะล็อคอันคมคายต่างๆที่ได้สร้างสรรค์และสร้างสารนัยยะแฝงอย่างดี

ยิ่งได้รับชมหนังเรื่องล่าสุดนั่นคือ once upon time in Hollywood ซึ่งตัวผู้เขียนขอนิยามมันว่าเป็นดั่งจดหมายรักต่อสิ่งที่เขารักเป็นนักหนาตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นอาทิ เรื่องของซีรี่ย์โทรทัศน์หนังแนวคาวบอยทั้งของฮอลลีวูดแท้ๆหรือแม้แต่คาวบอยสปาเกตตี้บรรยากาศของเมืองฮอลลีวูดในยุค1969โดยผนวกความรักที่เขามีต่อโลกใบนั้นเข้ากับคดีฆาตรกรรมอื้อฉาวจากฝีมือกลุ่มลัทธิที่มีผู้นำเป็นคนวิปริตชื่อกระฉ่อนอย่างCharles Manson

ภายในเรื่องราวจะเห็นถึงภาพบรรยากาศฮอลลีวูดในยุคนั้นทั้งบ้านเมืองโรงถ่ายหนังและโรงภาพยนตร์เชื่อได้เลยว่าสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ต้องชอบอย่างแน่นอนแม้มันจะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้โดยตรงแต่ก็แฝงมาในฉากเล็กๆน้อย ๆเรียกความสนใจของเราได้ดีแต่ถ้าหากว่าเราไม่มีความสนใจในด้านนี้มากนักก็ไม่ได้ทำให้หนังเสียอะไรไปเพียงแต่เราจะไม่รู้สึกถึงความหอมหวานเหมือนน้ำตาลที่เคลือบในบรรยากาศที่ตัวผู้กำกับพยายามจะใส่เข้ามาเท่านั้นเอง

ด้วยความเก่งกาจในด้านการเขียนบทเล่าเรื่องราวอันมีเอกลักษณ์ก็สามารถทำให้ผู้ที่ไม่ได้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคดีเช่นเดียวกับผู้เขียนสามารถสนุกไปกับเรื่องราวได้จนเรานั่งติดเก้าอี้ไม่ขยับไปไหนตลอดความยาวของหนังเกือบสามชั่วโมงเลยก็ว่าได้

ในภาพยนตร์จะเป็นการผสมผสานความเป็นจริงเข้ากับเรื่องเล่าโดยตั้งใจและผู้กำกับก็ไม่ได้พยายามปิดซ่อนอะไร นั่นคือแทบจะกล่าวกันโต้งๆเลยว่าเรื่องบางเรื่องก็สมมติขึ้นเอาเองตามใจของผู้กำกับซึ่งเรื่องราวที่ถูกแต่งเติมขึ้นมาก็เข้มข้นไม่ต่างจากเรื่องจริงที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์เลยโดยการผสมเข้ากันนี้กลายเป็นการถ่ายทอดความคิดเห็นของตัวทาแรนติโน่ที่มีต่อเหตุคดีฆาตรกรรมที่เป็นแกนหลักของเรื่องจิกกัดต่อกลุ่มบุปผาชนที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงเวลานั้นซึ่งมันเต็มไปด้วยความคมคายและมีอารมณ์ขันที่ร้ายกาจ

ในด้านการออกแบบคาแร็คเตอร์นั้นเป็นที่น่าจดจำอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น ริคดาลตัน (Leonardo DiCaprio)และ คลิฟ บูท (Brad Pitt) โดยทั้งสองเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาได้เท่ระเบิดมีเสน่ห์อย่างมากซึ่งนักแสดงทั้งสองก็เรียกได้ว่าแบกหนังเอาไว้ได้ทั้งเรื่องแถมยังทำได้ดีเสียด้วย ตัวผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่าจะต้องมีต้นแบบมาจากนักแสดงที่มีตัวตนจริงๆแน่แต่น่าเสียดายที่ไม่ทราบว่าเป็นใคร(หากมีใครทราบรบกวนบอกผู้เขียนจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง)

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาผู้เขียนขอแนะนำว่าให้รีบไปเข้าชมก่อนที่จะไม่มีโอกาสเนื่องจากรู้สึกว่าในช่วงสัปดาห์ที่หนังเข้ามานั้นดูเงียบๆจนรอบอาจจะเหลือน้อยแล้วก็ได้ทั้งที่ผู้ที่ได้เข้าชมต่างมีความเห็นไปในเชิงบวกอย่างมากเป็นที่น่าแปลกว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลับไม่มีการพูดถึงมากเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นรีบไปดูเถอะครับก่อนที่เควนตินจะเลิกทำภาพยนตร์เพราะอีกเรื่องเดียวเขาก็จะเลิกทำหนังแล้ว โอกาสที่จะได้ชมภาพยนตร์ของเขาในโรงหนังก็น้อยลงเต็มทีอย่าเสียโอกาสนั้นไปเลยครับไปดูกันดีกว่า(กว่าผู้เขียนจะเขียนเสร็จไม่รู้ว่าหนังจะหลุดโปรแกรมไปหรือยังนะฮ่าฮ่า)
SHARE
Written in this book
ดูหนัง

Comments