Be yourself : เป็นตัวเราในฉบับที่ดีที่สุด
     เป็นคนนึงที่รู้สึกว่าตัวเองมีสองตัวตนอยู่ในตัวมาตลอด
ตั้งแต่กรุ๊ปเลือดที่ผสมระหว่าง A กับ B, การแสดงออกที่เป็น Introvert กับ Extrovert ก่อนหน้านี้ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตกลงเราเป็นคนยังไงกันแน่

จนกระทั่งผลของ Emergenetics ออกมายืนยันความเป็นตัวตนของเราที่เป๊ะที่สุด จนต้องอุทานขึ้นมาพร้อมความดีใจว่า 'เฮ้ยยย นี่มันเราชัด ๆ นี่หว่า'

ผลออกมาว่า สมองของเรามีสองห้องที่มี % เท่ากัน
คือ ส่วนที่เป็นสีเขียว (ความคิดเชิงแบบแผน) กับส่วนที่เป็นสีแดง (ความคิดเชิงสานสัมพันธ์)
นั่นก็หมายความว่า ตัวตนหนึ่ง เราเป็นคนชัดเจน ชอบพูดถึงสิ่งที่เป็นไปได้ มีระเบียบแบบแผน คาดเดาพฤติกรรมคนอื่นได้ และมักจะไม่เชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้
ส่วนอีกตัวตนหนึ่ง เราเป็นคนเข้าสังคมเก่ง เห็นใจคนอื่น เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น ตระหนักถึงสังคมรอบตัว และมักจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากคนรอบตัวได้ดี
ด้วยความที่เป็นคนมี % เท่ากันแบบนี้ไง เราจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าแล้วตกลงเราเป็นคนยังไงกันแน่

พอไล่ลงอ่านรายละเอียดอธิบายเปอร์เซ็นไตล์
เรากลับพบว่า กราฟเส้นสีแดงดีดขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่ง % นั่นก็หมายความว่า การแสดงออกของเรา คือชอบเข้าสังคมมากกว่าอยู่คนเดียว เป็นคนเปิดเผยทำให้คนอื่นรู้สึกไว้ใจได้ เป็นที่ปรึกษาที่ดี ช่างพูดช่างจาและมีชีวิตชีวา แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นคนสายสังคมจ๋าไปตลอด ในเปอร์เซ็นไตล์ความมุ่งมั่นบอกไว้ว่า เราเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์เสมอ จึงทำให้จากคนที่ชอบสังคมกลายเป็นคนปลีกตัวรักสงบไปเลย ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้ไม่ใช่แค่คนรอบข้างที่งงกับความเป็นตัวเรา เราเองก็ยังสงสัยเหมือนกัน

ก็เลยถามพี่เอ (CEO) ที่มาอบรมให้ว่า 'ปกติเราเป็นคนชอบเข้าสังคม คุยกับคนแปลกหน้าที่เจอตามท้องถนนได้ ตั้งแต่ตุ๊กตุ๊กยันคนขับแท็กซี่ แล้วทำไมเวลาที่อยู่ที่นี่เราจึงกลายเป็นคนนิ่ง ไม่ค่อยพูดค่อยจา จนเพื่อนบางคนแปลกใจว่าทำไมผลของเราจึงออกมาเป็นสายสังคมจ๋าขนาดนี้ คือเหมือนเรายึดติดว่า ถ้าเราเจอใครครั้งแรกแล้วเราแสดงออกต่อเขายังไง พอเจอครั้งที่สองเราก็เลยไม่กล้าเป็นตัวของตัวเองจนรู้สึกอึดอัดแบบนี้ รู้สึกเหมือนมันต้อง take time มาก ๆ กว่าเราจะสละตัวตนจนกลายเป็นตัวของตัวเองได้'

พี่เอตอบว่า 'ก็เพราะว่าเรามีสีแดงไง คนสายสังคมเขาจะให้ความสำคัญกับคนอื่นเป็นหลัก แคร์คนอื่นมากกว่า จึงไม่แปลกที่เวลาเจอใครครั้งแรกก็จะนิ่งก่อน เพื่อ observe ก่อนว่าคนตรงหน้าเป็นคนยังไง ปลอดภัยสำหรับตัวเองไหม พอรู้สึกปลอดภัยก็จะค่อย ๆ สละตัวตนออกมา แต่สำหรับบางคนเราก็ปล่อยตัวเองไปเลย แสดงความจริงใจตั้งแต่แรกพบขั้นสุด เพราะเราคาดเดาพฤติกรรมของคนตรงหน้าได้ไง ว่ามันปลอดภัยกับตัวเองมาก ๆ'

ใช่ ! คำตอบนี้แหละที่อธิบายตัวตนของเราได้ดีที่สุด
ขอบคุณนะคะ

#emergenetics
#ทุกความคิดเปลี่ยนแปลงได้
#institue2019
#teachforthaiand .
SHARE
Written in this book
Growing up
Writer
LukyimzYR
Developer
ฉันออกเดินทาง เพื่อกลับมาเขียนบันทึก

Comments