ชีวิตของคนกลัวความรัก Philophobia 1
ผมน่ะกลัวความรักเอามากๆเลยล่ะ ผมพึ่งรู้ตัวเมื่อไม่ถึงปีมานี้เอง หลังจากที่ผมเป็นแบบนี้มาประมาณ 6 ปีได้แล้ว ตลอดหกปีที่ผ่านมาผมก็มีคนที่ผมแอบมอง แอบชอบ แอบใจสั่น แต่ไม่มีซักคนเลยที่ผมจะกล้าเข้าไปใกล้ แม้แต่สบตาผมก็แทบล้มลงตรงนั้นแล้ว เว่อร์ไปใช่มั้ยครับแต่มันคือเรื่องจริง หลายๆคนอาจมองว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ เวลาสบตาคนที่ชอบก็ต้องเขินกันทั้งนั้นแหละ ผมอยากจะบอกตรงนี้ว่ามันไม่ใช้ครส.เขินครับ

มันคือครส.แบบที่อยากวิ่งหนี

กลัวว่าถ้าหากเรารู้สึกไปมากกว่านี้ สักวันเราจะต้องเสียใจ ชีวิตคู่มันน่ากลัวจะตาย ไหนจะทะเลาะกัน ไหนจะนอกใจกัน คอยระแวงกัน คิดเล็กคิดน้อยต่างๆ คอยจับผิด ต้องเอาใจอีกฝ่ายเพื่อรักษาความสัมพันธ์ บางคนก็เข้ามาเพราะหวังเพียงเรื่องบนเตียง หรือไม่ก็แค่หลอกใช้เราเป็นเครื่องมือแก้เหงา ความรักมันโหดร้าย ผมมองไม่เห็นข้อดีของมันเลย หลายคนบอกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่สำหรับผมแล้วมันอันตราย แค่ผมลองเปิดใจผมก็สามารถเจ็บได้ทุกเมื่อ ไม่เอาดีกว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้แย่ซะหน่อย นี่แหละครับมุมมองความรักของผม...

แล้วโรคนี้มันส่งผลกระทบยังไงกับชีวิตผมบางน่ะหรอครับ เยอะเลยล่ะครับ ฮ่าๆๆ ผมกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรเลย ผมมองโลกในแง่ร้าย ผมปิดกั้นตัวเองจากทุกๆอย่าง ผมไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น ผมอยากจะอยู่เงียบๆคนเดียว ไม่อยากมีตัวตน ไม่อยากเป็นที่จับจ้อง ลำบากนะครับกับชีวิตมัธยมแบบนี้ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆเขาใช้ชีวิตกันอย่างวัยรุ่นทั่วๆไป มีรักมีเจ็บ มีลองมีพลาด แต่ผมไม่มีอะไรที่กล่าวมาเมื่อกี้เลยครับ 

ไม่มีรัก ไม่มีเจ็บ
ไม่ต้องลอง ไม่ต้องพลาด

ก็เรียบง่ายดีนะครับ แต่ก็ไม่มีความสุขเลย ผมเก็บตัวเงียบไม่ยอมคุยกับใครเลย จนมีเพื่อนคนนึงบอกกับผมว่า " ไม่มีใครทิ้งเธอเลยนะ เธอเป็นคนเดินไปเอง " เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ตัวว่าผมเป็นคนเลือกที่จะไปเอง แต่ในครส.ผมน่ะผมไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลยนะ ผมอยากมีเพื่อน...แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ผมทำแบบนั้นทำไม ผมไม่รู้

ตอนนั้นผมจึงตัดสินใจว่าผมจะพยายามเข้ากับคนอื่นให้ได้ ผมพยายามยิ้มแย้ม ร่าเริง และแน่นอนทุกอย่างดีขึ้น แต่ในทางกลับกันผมเหนื่อยมากๆเลยล่ะ เหนื่อยจนอยากจะร้องไห้ ผมกลายเป็นคนปฏิเสธใครไม่เป็น ผมถูกเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ แต่ผมทำอไรไม่ได้นอกจากก้มหัวแล้วหุบปากไว้ซะ

ในที่สุดผมก็มีเพื่อนที่ไปกินข้าวด้วยกันแล้ว สำหรับคนอื่นก็คงเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับผมแล้วมันยากมากๆเลยนะ แม้จะเป็นการกินข้าวที่ไม่มีใครพุดกับผมซักคำก็เถอะ แม้จะเป็นการกินข้าวที่ผมต้องนั่งกินที่โต๊ะข้างๆนิดหน่อยเพราะโต๊ะเต็มแล้วก็เถอะ มันก็คงไม่แย่หรอกมั้ง55555

ไม่แย่ซะที่ไหนล่ะ

ผมอดทนนั่งกินข้าวพร้อมกับกลั้นน้ำตาทุกๆวัน ครส.ไร้ตัวตน ครส.ไร้ค่า ครส.ที่อยากหายไป ทุกๆ ครส.มันวนเวียนอยู่ในหัวของผมและมันเป็นเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดแล้วล่ะ

คุณคิดว่านี่แย่พอแล้วใช่มั้ย? 
ป่าวเลย ชีวิตผมน่ะมันยังแย่ได้กว่านี้อีก...

 ผมอาศัยอยู่กับเพื่อนวัยประถมคนนึงชื่อA และบ่อยครั้งที่Bจะมาค้างด้วย เอาเป็นว่าเราน่ะเป็นแก๊งค์เดียวกันสมัยประถม แก๊งค์เด็กเกรียนที่ใครๆก็รู้จัก เหมือนจะดีใช่มั้ยล่ะ ทุกๆวันผมรีบกลับหอเพื่อทำภารกิจส่วนตัวต่างๆ แต่ก็ต้องมาทนกับไอ้Aที่มันนิสัยไม่ยอมใครเลย แถมไอ้Bที่มันคุยแต่กับไอ้Aไม่สนใจผมเลย น้อยใจเพื่อนน่ะครับ อารมณ์วัยรุ่นขาดความอบอุ่น ;-;

คุณลองคิดว่าคุณเป็นผมดูสิครับ ที่รร.ก็ไม่ได้ดีกลับหอมาก็ไม่ได้ดั่งใจ จนวันนึงเราามคนทะเลาะกันหนักมากๆครับ แทบกลุ่มแตกเลย...จริงๆก็แตกแล้วแหละครับ  แต่ผมก็เป็นคนไปยื้อไปรั้งไปง้อให้กลับมาดีกัน ยังดีที่ครั้งนี้จบสวยนะครับ ถึงจะทิ้งรอยร้าวขนาดใหญ่ไว้ก็เถอะ เฮ้อออ

คนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอขอบคุณมากๆนะครับ ผมอยากให้คุณรู้ว่าบนโลกที่โหดร้ายใบนี้ยังมีผมคนนึงล่ะที่พยายามต่อสู้กับมันอยู่ เพราะงั้นคุณก็ต้องสู้เหมือนกันนะครับ มาสู้ไปด้วยกัน เรื่องราวของผมไม่ได้จบเพียงแค่นี้หรอกนะครับ...นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น


SHARE
Written in this book
โลกของคนขี้ขลาด
มุมมองของวัยรุ่นคนนึงที่มีต่อโลกใบนี้ โลกที่ความรักไม่ได้สวยงาม
Writer
Pply
Human
Thailand. 16 Y

Comments