ไม่มีเป้าหมาย ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จะดีไหม
เรามาตามติดชีวิต 3 สไตล์กัน และลองสำรวจเข้าไปในใจของเราว่า เรามีชีวิตแบบไหนจาก 3 สไตล์นี้ และแบบไหนคือ ชีวิตที่เราต้องการ

1. ใช้ชีวิต..ไปวันๆ
มีเรียนก็เรียน มีงานก็ทำ ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็เข้านอน ไม่ค่อยมีแรงจูงใจจะทำอะไร บางทีก็ไม่อยากไปเรียน หรือทำงานแบบเซื่องซึม ตื่นสายบ้าง นอนดึกบ้าง ใครชวนไปไหนก็ไป ไม่มีอะไรทำก็นอนเล่นอยู่บ้าน เวลาเจอปัญหาก็เป็นไปตามสภาพจิตใจ วันไหนเข้มแข็งก็จัดการให้ผ่านไปได้ วันไหนอ่อนไหว ก็ทุกข์ใจอยู่อย่างนั้น ใจแกว่งเหมือนเรือที่ล่องลอยกลางทะเล


2. ทำวันนี้..ให้ดีที่สุด
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ไม่รู้ว่าที่สุดที่ต้องการคืออะไร พยายามใช้ชีวิตอย่างดี ทำหน้าที่อย่างดี ไม่ว่าจะเรียน ทำงาน หรือดูแลครอบครัว ก็มีบ้างที่รู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และก็มีบ้างที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่..มีบางอย่างติดอยู่ในใจ สงสัยอยู่ว่า จริงๆ แล้วชีวิตต้องการอะไร เกิดมาเพื่อทำอะไร จะใช้ชีวิตอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มีความสุขจริงไหม สงสัยตัวเองจัง แล้วก็ลงท้ายด้วยความรู้สึกที่ว่า ช่างเถอะ..อนาคตไม่แน่นอน วางแผนไปก็เท่านั้น เหมือนการเดินทางแบบค่ำไหนนอนนั่น ไปได้แค่ไหนก็แค่นั้น


3. มีเป้าหมาย..ไปให้สุด
รู้ว่าอนาคตอยากจะมีภาพชีวิตเป็นแบบไหน รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร แล้วเลือกทางเดินของตัวเอง บางคนมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ว่าจะต้องทำงาน หรือดูแลครอบครัว แต่ก็ไม่ทิ้งความฝัน ยังคงทำควบคู่กันไปได้อย่างดี ส่วนบางคนก็สามารถทำความฝันตัวเองได้อย่างอิสระ งานที่ทำคืองานที่ฝันไว้เลย แม้ต้องเจอความท้าทายบ้าง แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังไม่ทิ้งเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เหมือนการเดินทางที่รู้ว่าตัวเองจะไปลงเกาะไหน ปักหมุดปลายทางความฝันไว้แล้ว แล้วกำลังเดินไปตามฝันนั้น


ไลฟ์สไตล์ทั้ง 3 แบบ คิดว่าแบบไหนที่จะให้พลังใจเรามากที่สุด แน่นอน! แบบที่สามถือว่า ใช้ชีวิตของตัวเองจริงๆ เพราะรู้ว่าเกิดมาเพื่อทำอะไร แม้ว่าเราในตอนนี้จะเคยเป็นคนแบบแรก หรือแบบที่สอง เราก็สามารถกลายเป็นคนแบบที่สามได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราเห็นคุณค่าของการมีเป้าหมายชีวิตแล้ว รู้สึกว่า เราจะใช้ชีวิตเรื่อยๆ ต่อไปอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว เราเสียเวลามามากพอแล้ว ถ้าเริ่มคิดแบบนี้แล้วล่ะก็..ถึงเวลาแล้วที่ควรจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง มาหาเป้าหมายชีวิตของตัวเองกันเถอะ


วิธีตั้งเป้าหมาย 3 ระดับ ค้นเจอเป้าหมายชีวิต
1. ค้นหาสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบให้เจอ
จริงๆ ทุกคนรู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่อาจจะลืมและไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้คิดจริงจัง จึงยังไม่ไปถึงไหน ลองเขียนสิ่งเหล่านี้ ออกมาจะรู้ว่า เราชอบหรือไม่ชอบอะไร สมองจะค่อยๆ เปิดลิ้นชักความจำออกมา เหมือนเวลาที่เราเดินเข้าไปในถ้ำมืดๆ ไม่นานก็จะเจอแสงสว่างที่ปลายทาง ลองเขียนเป็นตารางเพื่อเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 คอลัมน์ (ดูภาพตัวอย่างได้ที่ https://cheer-up.lnwshop.com/b/32) ดังนี้
- สิ่งที่ชอบ
- สิ่งที่ถนัด
- มีคนชม
- สิ่งที่ไม่ชอบ

เมื่อเขียนเรียบร้อยแล้ว ลองทบทวนดูอีกครั้ง มีสิ่งไหนที่เราชอบ = ถนัด = มีคนชม วงกลมในสิ่งนั้น อาจมีหลายข้อก็ได้ แล้วจัดลำดับสิ่งที่ชอบ อะไรที่ชอบที่สุดและรองลงมา จะได้คำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เราอยากจะทำ จากตัวอย่างก็จะได้คำตอบว่า “ชอบปลูกดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ”
2. ตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่ชอบ และทำได้ฟรีๆ
เมื่อเราได้สิ่งที่เราชอบ ถนัดที่สุด มาเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาตั้งเป้าหมายจากสิ่งนั้นแล้วล่ะ ลองถามตัวเอง ด้วยคำถามเหล่านี้ แล้วจะได้เป้าหมายที่ต้องการ
- สิ่งนี้เราสามารถทำได้ทุกวัน ทำได้บ่อยหรือไม่
- เวลาที่เราทำสิ่งนี้ เรามักจะเพลินจนลืมเวลาหรือเปล่า
- ถ้าสิ่งนี้ เราทำแล้ว ไม่ได้ค่าจ้าง เราจะยังคงทำฟรีๆ โดยไม่หวังผลหรือไม่
- ถ้าตอบคำถาม แล้วใช่ทั้งหมด แสดงว่า นั่นคือ เป้าหมายที่เราต้องการแล้วล่ะ ยินดีด้วยหากมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว

- ลองตั้งเป้าหมายจากสิ่งนั้นว่า เราจะทำเพื่ออะไร เช่น จากตัวอย่างข้อ 1 ที่ชอบปลูกดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ ก็ตั้งเป้าหมายว่า “ปีนี้ขยายพันธุ์ไม้ดอกเพื่อช่วยเติมความสดชื่นให้กับคนรักต้นไม้”
- แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ลองตั้งเป้าหมายจากคำตอบที่น่าจะใช่ที่สุด เราไม่มีทางมั่นใจได้ จนกว่าเราจะได้ลอง และถ้ากลัวว่าจะเสียเวลา คิดเสียว่าก็ยังดีกว่าใช้ชีวิตแบบเดิม
- ใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมายนั้นเป็นเวลา 1 ปี สังเกตตัวเองไปด้วยว่า รู้สึกแตกต่างจากตอนไม่มีเป้าหมายหรือไม่ เราสามารถทำสิ่งนั้นได้ทุกวันหรือไม่ อย่างไร
- ถามคำถามตัวเองไปด้วยว่า เราจะสามารถทำสิ่งนี้เพื่อช่วยผู้คนได้อย่างไร ที่ทั้งตอบโจทย์และทำเงินได้ด้วย ค่อยๆ หาคำตอบไปเรื่อยๆ คำตอบที่ใช่จะมาเอง

3. ตั้งเป้าหมายชีวิตจากสิ่งที่ชอบ มาเป็นสิ่งที่ใช่
เมื่อผ่านไป 1 ปีที่ได้ใช้ชีวิตกับเป้าหมายที่ชอบแล้ว จะรู้สึกได้เลยว่า ชีวิตมีทิศทาง มีพลัง แต่ยังไม่มากนัก เพราะยังไม่ได้ทำเพื่อใครมากเท่าไหร่ แต่ในระหว่างนั้นถ้าเราได้ตั้งคำถามกับตัวเอง และสังเกตตัวเองไปด้วยว่า เราจะทำอะไรที่ตอบโจทย์ผู้คนและทำเงินได้ด้วย เราจะรู้เลยว่า เราเกิดมาเพื่อทำอะไร จากสิ่งที่ชอบจะกลายเป็นสิ่งที่ใช่ขึ้นมาล่ะทีนี้

ตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่ชอบให้ท้าทายขึ้น บอกให้ชัดว่าทำอะไร เพื่ออะไร ภายในเมื่อไหร่ เช่น “ฉันเป็นนักจัดสวนดอกไม้ เพื่อเติมความสดชื่นให้บ้านมีชีวิตชีวา และปีนี้ฉันเริ่มต้นความฝันด้วยการขายดอกไม้พร้อมกระถางแฮนด์เมดสวยๆ ส่งความสวยถึงบ้าน”

- ลองใช้ชีวิตด้วยการโฟกัสไปที่เป้าหมายนั้น อ่านมันทุกวัน ทำไปทีละขั้น และจะรู้เลยว่า เราจะมีพลัง อยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พัฒนาตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น แม้เจอปัญหาอุปสรรคก็ไม่กลัว เพราะมองมันเป็นความท้าทาย เช่น “ถ้าตั้งเป้าหมายว่าเป็นนักจัดสวนดอกไม้ ก็ขยันเรียนรู้วิธีการปลูกดอกไม้ให้งาม วิธีขยายพันธุ์ดอกไม้ให้ได้ผล รู้จักดอกไม้หลายร้อยชนิด และมีดอกไม้พันธุ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้จะเจอแดด เจอหนอน หรือต้องเปื้อนดิน ปุ๋ย ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เราได้ดอกไม้งามๆ มาทำให้เราสดชื่นเมื่อได้มอง”


เราสามารถเขียนสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ และเป้าหมายในชีวิต ลงไปในกระดาษได้ แต่อาจจะรู้สึกเขียนเล่นๆ มากกว่า แต่ถ้าเราเขียนลงไปในไดอารี่ (Diary) จะเก็บเป็นเรื่องเป็นราว ไม่หายง่ายๆ และเราจะรู้สึกว่า เราทิ้งความฝันนี้ไม่ได้ เพราะเราเขียนมันไว้ในไดอารี่อย่างดี นอกจากนี้เรายังสามารถนำกลับมาดูใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

หากคุณผู้อ่านที่ยังไม่ชัดเจนในเป้าหมาย ลองเริ่มต้นเขียนเป้าหมายตั้งแต่วันนี้ เพราะหากคุณเข้ามาอ่านในบทความนี้ แสดงว่าถึงเวลาที่คุณควรค้นหาเป้าหมายชีวิตแล้วทำเป้าหมายให้เป็นจริงได้แล้วล่ะ

อย่าปล่อยให้ความฝันเป็นเพียงความฝัน ทำให้มันเป็นจริง เพราะในขณะที่เรากำลังเดินไปตามความฝันนั้น เราจะมีความสุขมากๆ เพราะเรารู้แล้วว่าเราเกิดมาเพื่อทำอะไรให้โลกใบนี้ 


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
=========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments