20 years old กับความสุข 2 ประเภท
"ความสุข" มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะนิยามแบบไหนเท่านั้นเอง     
 
20 ปีกับการใช้ชีวิตคุณรู้สึกยังไงจันทร์ประพา ?
 
                 รู้สึกดี 555 รู้สึกดีจริงๆนะ แต่ถ้าจะบอกว่าชื่นชอบและมีความสุขกับทุกสิ่งในชีวิตมันก็จะดูโกหกกันเกินไป ยิ่งช่วงปีหลังๆมาเราได้เจอได้ทำอะไรหลายๆอย่าง เรายิ่งรู้สึกว่าการผ่านความยากในแต่ละเรื่องราวมาได้มันทำให้รู้สึกดีมากเลย มันทำให้เรารู้สึกหวงแหนชีวิตเรามาขึ้น และเราในวัย 20 ก็คงเป็นเราที่โตขึ้นตามกาลเวลา แต่แน่นอนว่ามันจะต่างจากเราในวัย 19 ต่างจากเราในวัย 16 หรือยิ่งต่างจากเราในวัย 7 ขวบอย่างสิ้นเชิง ที่บอกว่าต่างมันอาจจะไม่ได้ต่างในทางทีดีขึ้นเสมอไปก็ได้นะ เราก็บอกไม่ได้ว่าเราในอนาคตจะดำเนินไปในทิศทางไหน แต่เรามีทิศทางที่อยากดำเนินไปอยู่ในใจอยู่แล้ว และถ้ามันไม่ยากเกินไปก็ขอให้เราดำเนินไปจนถึงปลายทางอย่างที่ตั้งใจไวให้จนได้ด้วยเถิ้ดดดด สาธุ !

 

นิยาม “ความสุข” ของคุณคืออะไร ? 
             
             “ความสุข” เราว่าคำๆนี้คงเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากได้อยากมี เวลาอวยพรวันเกิดใครๆก็มักบอกจะว่า ‘ขอให้มีความสุขมากๆนะ’ บางคนก็ตั้งมั่นเอาไอ้เจ้า “ความสุข” เนี่ย เป็นเป้าหมายของชีวิตเลย แล้วเราเคยตั้งคำถามกันรึเปล่าว่า “ความสุข” ของเรา หมายถึงอะไร แน่นอนว่าคำตอบของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป อย่างที่บางคนบอกว่า เงินก็ซื้อความสุขไม่ได้ แต่บางคนกลับบอกว่า เงินนั้นซื้อความสุขได้ สำหรับเราแล้วเราเองก็เฝ้าถามคำถามนี้กับตัวเองเสมอ จนได้คำตอบของเรา ณ ตอนนี้ เราขอแบ่ง ความสุข ออกเป็น 2 ประเภท



ความสุขประเภทที่ 1 ความสุขก้อนเล็ก 
               
                   ไอ้เจ้าความสุขก้อนเล็กเนี่ย มันมักจะมีอยู่ได้ทั่วไป พบเห็นมันได้บ่อยๆ เช่น การบังเอิญไปกินข้าวร้านหนึ่งแล้วปรากฏว่าอร่อยเฉยเลย การไปทำธุรกรรมที่ธนาคารแล้วเจอพนักงานพูดจาดี สุภาพ อ่อนหวานกับเรา การได้ของแถมจากร้านสะดวกซื้อโดยที่เราไม่รู้ว่ามันมีโปรโมชั่นนี้ การที่spotify(ที่ไม่ได้สมัครพรีเมี่ยม)สุ่มได้เพลงโปรดของเราติดๆกันหลายเพลง หรือแม้กระทั่งการกลับบ้านมาแล้วมีน้องหมาที่บ้านกระดิกหางทักทาย และอีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งพวกความสุขเล็กๆน้อยๆพวกนี้อาจจะถูกปัญหาหรือความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันบดบังไป บางทีการต้องเสียอารมณ์กับบทสนทนาที่คุณรู้สึกว่าคู่สนทนาไม่เข้าใจที่คุณพูดเลย นั้นก็ทำให้คุณคิดว่า ช่างเป็นวันที่หน้าหงุดหงิดเหลือเกิน ถ้ายิ่งบวกกับวันนั้นเป็นวันที่อากาศก็ร้อนไม่ต่างกับใจคุณ ยิ่งไปกว่านั้นหากในเส้นทางกลับบ้านคุณต้องเจอกับปัญหาของระบบขนส่งสาธารณะที่ทำให้ต้องเสียเวลาชีวิตไปหลายชั่วโมง ในขณะเดี๋ยวกันก็มีงานด่วนรอให้คุณกลับไปทำเพื่อที่จะต้องส่งให้ทันในวันพรุ่งนี้อีก และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันหนึ่งวัน นี่ก็คงไม่แปลกถ้าคุณจะสรุปวันนั้นว่าเป็น bad day ในวันที่เป็น bad day แบบนี้ถ้าคุณลองสังเกตจะพบว่ามันมีเจ้าความสุขก้อนเล็กๆซ่อนตัวอยู่ มันคงไม่ยากไปหรอกใช่ไหม ถ้าเราจะขอให้คุณลองสังเกตและเก็บไอ้เจ้าความสุขก้อนเล็กๆที่เราว่า ใส่ไว้ในใจ เพราะเจ้าพวกความสุขก้อนเล็กๆเหล่านี้แหละจะทำให้ bad day ของคุณดีขึ้น ในระหว่างทางกลับบ้าน หากเดินผ่านร้านโรตีอาบังเจ้าเด็ด ลองแวะซื้อโรตีอาบังสักแผ่นก่อนเข้าบ้าน ในวันที่เหนื่อยมากคุณอาจจะให้กำลังใจตัวเองด้วยการสั่งโรตีที่พิเศษกว่าเดิมหน่อย เช่น ถ้าปกติสั่งโรตีธรรมดา ก็อาจจะเพิ่มไข่ลงไปด้วยก็ได้ และในระหว่างที่ได้ลิ้มรสโรตีกรอบๆ หวานฉ่ำ ลองค่อยๆซึมซับความหวานนั้นให้ค่อยๆซึมเข้าสู่ร่างกาย พอกินเสร็จแล้วนอกจากได้อิ่มท้องแล้วก็อย่าลืมนับเอาความฟินของโรตีเมื่อตะกี๊ให้เป็น “ความสุข” ด้วยล่ะ ถึงแม้จะเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ แต่มันก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นมา โมเม้นต์เล็กๆน้อยๆแบบนั้นถ้าจะไม่นับเขาเป็นความสุขก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อยไหม เพราะบางทีเรื่องน่าหงุดหงิดเล็กๆน้อยๆคุณยังถือเอามาใส่ใจและเก็บมันเข้าไว้ในคอลเลคชั่น “ความทุกข์” ได้เลย



ความสุขประเภทที่ 2 ความสุขก้อนใหญ่โต
                
                  หลายคนอาจคิดว่า เมื่อประเภทที่ 1 เป็นความสุขก้อนเล็ก ประเภทที่ 2 ก็คงต้องเป็น ความสุขก้อนใหญ่แน่เลย แต่ในฐานะที่เป็นคนแบ่งประเภทเองก็คิดว่า ถ้าจะบอกว่า ความสุขประเภทนี้ เป็นความสุขก้อนใหญ่ เฉยๆ มันก็ดูจะเล็กเกินไป เพราะไอ้เจ้าความสุขประเภทนี้มันก็เป็นอีกความสุขที่ให้แรงขับเคลื่อนเราได้มหาศาลเลยทีเดียว แล้วความสุขก้อนใหญ่โตนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง สำหรับเราแล้วความสุขประเภทนี้มันมักจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เราจะไม่ค่อยได้เจอมันง่ายๆเหมือนความสุขประเภทแรก ซึ่งการที่จะได้ความสุขประเภทนี้มา จำเป็นที่จะต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง เพื่อให้ได้มันมา จะต้องลงแรง ต้องใช้เวลาอยู่กับมันมากพอที่เราสมควรจะได้มันมา หรือบางทีอาจได้มาด้วยดวงบ้างแต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย หรือถ้าจะให้อธิบายขยายความเพิ่ม ความสุขประเภทนี้ก็คือ ความสุขที่ได้มาจากการทำ ‘เป้าหมาย’ ให้เป็นจริงนั้นแหละ สำหรับบางคนอาจไม่จัดสิ่งนี้อยู่ในประเภทของความสุข อาจจะเรียกมันว่า เป้าหมายเฉยๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่สำหรับเราการได้ทำในสิ่งที่เราตั้งให้มันเป็น ‘เป้าหมาย’ และเราทำสิ่งนั้นได้สำเร็จ มันจะเกิดเป็นก้อนความสุขก้อนใหญ่โตและฝังไว้ในใจไปตลอด และเราก็จะยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึงมัน เราเชื่อนะว่าทุกคนเองก็ต้องเคยพบเจอกับความสุขประเภทนี้ มันอาจเป็นเป้าหมายเล็กหรือเป้าหมายใหญ่ก็ได้ อะไรที่เมื่อคุณทำได้แล้วคุณรู้สึกว่า ‘Yes! ทำได้แล้วโว้ย’ อะไรที่คุณได้มันมาโดยการวางแผนและลงมือกับมัน และมันก็ให้ผลกับคุณ สิ่งนั้นแหละ บันทึกมันเก็บไว้ในใจให้ดี และวันไหนที่รู้สึกว่าหัวใจแห้งเหือด ก็หยิบมันขึ้นมาระลึกนึกถึงว่าเราเองก็เคยตั้งใจและทำอะไรสำเร็จมาแล้วบ้าง สิ่งสำคัญคือไม่ต้องกลัวว่าความสำเร็จเรามันจะเล็กน้อยเกินไป แค่เรามีความสุข ณ ขณะที่ทำมันได้ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จแล้ว
                แต่ความสุขประเภทนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ในกรณีที่เราทำ ‘เป้าหมาย’ ไม่สำเร็จ มันจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับความสุขโดยสิ้นเชิง นั้นก็คือ “ความทุกข์” แน่นอนในเมื่อ เราอยากได้สิ่งๆหนึ่ง เราวางแผนเพื่อที่จะให้ได้มัน เราพยายามเพื่อที่จะให้ได้มัน แต่ผลมันกลับไม่สำเร็จอย่างหวัง แทนที่จะเป็นความสุขก้อนใหญ่โต กลับเป็นความทุกข์ก้อนใหญ่โตแทน ในกรณีนี้ไม่ต้องตกใจกลัวไป คุณจะจัดการกับมันได้ไม่ยากนักหากคุณสามารถมองมันเป็นบทเรียน หาจุดผิดพลาดจากมัน และยอมรับมันได้ มันก็จะเปลี่ยนจากก้อนความทุกข์ เป็น “ก้อนบทเรียนอันทรงคุณค่า ” แทน

               พูดไปมากกว่านี้ก็เดี๋ยวจะกลายเป็นอีกเรื่องไป กลับมาเข้าเรื่องความสุขของเรากันต่อดีกว่า ก็นั้นแหละ ความสุขของเราเอง แบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังที่เล่าไป ความสุขประเภทแรกก็ช่วยให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปได้ด้วยดี มันทำให้เรามีแรงที่จะต่อสู้เพื่อไปสู่ ‘เป้าหมาย’ ซึ่งก็คือความสุขประเภทที่ 2 ที่เราเพิ่งบอกไป เราว่าเราเติมเต็มด้วยความสุขทั้ง 2 อย่างนี้

               นี่เองคือความสุขของเรา บางคนอ่านมาจนถึงตรงนี้อาจจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง หรือไม่เห็นด้วยเลยกับการจัดประเภทและนิยามความสุขของเราก็ไม่เป็นไร เพราะเราเชื่อว่าแต่ละคนก็มีนิยามความสุขที่แตกต่างกันไป ลองถามตัวเองดูว่าอะไรคือความสุขของเรา การหาความสุขของตัวเองเจอทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปพึ่งพาความสุขของคนอื่น สุดท้ายแล้วความสุขก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ไม่มีใครเกิดมาแล้วมีแต่ความสุข การได้ทุกข์ๆสุขๆบ้าง บางทีมันก็เป็นเสน่ห์ของชีวิตเหมือนกันนะ





 ______________________________________________________________________________

ตอนแรกกะจะเขียนอะไรสักอย่างเนื่องในโอกาสวันเกิดอายุ 20 ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจยากไปไหมด้วยความที่เราก็อาจจะสื่อสารไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่นี่แหละก็ออกมาเป็นบทความนี้ได้ บทความนี้คือบทความล่าสุดของ ความคิดของแพรว ที่สุดแล้ว และเราบอกเลยว่ากาลเวลาผ่านไปมันอาจเปลี่ยนไปได้ แต่ตอนนี้มันคือแบบนี้ ใครที่ได้อ่านและอยากแนะนำเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนกันได้ ยินดีมากๆ


สุดท้ายก็ขอสุขสันต์วันเกิดตัวเองละกัน ขอให้มีความสุข(ทั้ง 2 ประเภท)มากๆนะ คนอ่านก็เช่นเดียวกัน ขอให้คุณมีความสุข(ในแบบของคุณ)มากๆนะ
SHARE
Writer
Praewnature
Writer
แพรวเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ เรารู้สึกว่าที่เราเติบโตมาเป็นเราได้ทุกวันนี้การอ่านมีส่วนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็คือครอบครัว สังคม สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เราได้พบเจอ จุดเริ่มต้นในการเขียนของเราก็คงจะเหมือนกับหลายๆคนที่ทำงานเขียนคือ พอเราเป็นผู้อ่านมาถึงจุดหนึ่งแล้ว เราก็อยากที่จะลองเขียนดูบ้าง การได้เล่าเรื่องที่เราอยากจะเล่าให้คนอื่นๆได้รับรู้ผ่านตัวหนังสือคือ ได้บรรลุจุดประสงค์ของเราเเล้ว และถ้าหากบทความของเราจะทำให้คนที่ได้อ่านรู้สึกดีขึ้นมันก็ถือเป็นเรื่องที่เราจะดีใจและยินดีมากๆ

Comments

19kaew
8 months ago
ความสุขชัดเจนดีนะครับ
Reply