จักรวาลปลายคลื่น
“เธอชอบสีอะไร?”


“ยากแล้วคำถามนี้ ไม่มีสีที่ชอบไปตลอด
 เปลี่ยนไปแล้วแต่วัน แต่คิดว่าสีน้ำเงินมั้ง?”
.
.
.

ฉันชะงักกับคำตอบที่ได้รับ 
พิมพ์ตอบกลับไปเพียงสั้นๆว่า 


‘เหมือนกันดี’


ถ้าให้เดา หลังจากที่อ่านข้อความนั้น
เธอคงจะเลิกคิ้วพร้อมกับคำถามในใจ


‘เหมือนอะไรกัน?’

‘แฟนเก่า’


เธอพูดเหมือนใครหลายคน
เขาอาจจะยังอยู่ 
ในเศษเสี้ยวความคิดของเรา

แน่นอนสิ
เขาอยู่เสมอ
ทุกคนอยู่เสมอ
ไม่เคยมีใครสลายไป
หลายครั้งต้องยอมรับว่าเป็นตัวเราเอง
ที่ทำม้วนฟิล์มแห่งความทรงจำหล่นหาย

แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ มันเพียงแต่จางลง          การคิดถึงกลายเป็นเรื่องธรรมดา

มนุษย์ซับซ้อนเกินกว่าจะหยั่งถึง
บางครั้งดำดิ่ง
บางครั้งสุขสม
เจ็บปวดแต่กลับเต็มไปด้วยความสุข
ไม่เคยเข้าใจเลย


‘อยากเป็นซอมบี้’

‘ไม่เคยคิดเช่นนั้น การที่ครั้งหนึ่งเคยรู้สึก
แต่วันหนึ่งกลับไม่รู้สึกแล้ว เป็นเรื่องน่าเศร้า’

ข้อความขึ้นอ่าน
แต่กลับไม่มีอะไรตอบกลับมา
เธอกำลังพิมพ์
ลบ
พิมพ์ใหม่อีกครั้ง
ลบ


‘การที่ไม่รู้สึกอะไรเป็นความสบายใจของมนุษย์ที่อยากเป็นซอมบี้’

‘พอรับฟังได้ ไม่คิดแย้งในเหตุผล’


เธอบอกกับฉันว่าปลายคลื่นมันน่าเบื่อ
เธออยากสร้างจักรวาลของตนเอง
แล้วเรียกมันว่า ‘จักรวาลปลายคลื่น’


‘เราอยากใจดีเหมือนเธอบ้างจัง จรัสฟ้า’

‘สาบานได้ ใจดีมากๆ ไม่มีอะไรดีขนาดนั้นหรอก’

‘ถ้าไม่ดีก็มาทิ้งไว้ได้นะ ปล่อยให้จมไปกับคลื่น’


ฉันตกไปในภวังค์อีกครั้ง
หากจะเปรียบเรื่องของตนเป็นนิทาน
ก็คงจะต้องขึ้นต้นว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ฉันเคยเป็นท้องฟ้าของเขา, จรัสฟ้า คือชื่อของฉัน
ส่วนเขาคือ พลิน หมายถึงสีน้ำเงิน

ฉันไม่ชอบทะเล
แต่เขาชอบทะเล

วันที่ฉันเหนื่อยจนไม่อยากตื่นมาเจอโลกแล้ว 
เขาพูดกับฉันว่า
ท้องฟ้ายังมีวันที่เมฆครึ้ม อะไรก็ตามที่เราเก็บไว้ ปล่อยมันลงมาให้มหาสมุทรแบบเขาได้โอบกอด
สำหรับฉันแล้ว
พลิน ไม่ใช่สีน้ำเงินที่งดงามที่สุด
ไม่ใช่มหาสมุทรที่กว้างที่สุด
แต่กลับอบอุ่นมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ
.
.
.
หากแต่สุดท้ายแล้วตัวฉันก็ไม่ได้ทิ้งอะไรลงไป
น้ำต้องระเหยขึ้นไปบนท้องฟ้า
แต่ขยะในนั้นไม่ได้สูญหายตามไปด้วย
ไม่อยากให้ค้างคา


‘ว่าไปก็ตลกดีนะ’

‘ยังไง?’

‘ปลายคลื่นที่อยากเป็นซอมบี้
กับท้องฟ้าที่อยากหลับตาไม่ตื่นขึ้นมาอีก’

เธอเงียบอีกครั้ง
ไม่มีเสียงตอบรับกลับจากข้อความที่ขึ้นอ่าน
ฉันปิดโทรศัพท์ 
ล้มตัวนอนบนเตียงพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
 
ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
ประโยคสั้นๆของเธอ 
แต่กลับให้พลังงานมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ

   แต่ถึงอย่างนั้น. ก็ยังคงต้องอยู่ต่อไป

ประโยคพวกนี้ฟังแล้วเหมือนจะดูสิ้นหวัง
แต่ใครจะรู้ว่าความจริง
มันเต็มไปด้วยความหวัง


‘อยู่หาเหตุผลต่อไปยังไม่ต้องรีบไปไหน สำหรับเราคงอยู่หาวิธีเป็นซอมบี้ ในวันที่ไม่ต้องการอะไรแล้ว’


สุดจะปรารถนา,
ในวันที่เธอเป็นซอมบี้สำเร็จแล้ว
การมีอยู่ของฉันก็จะหายไปเหมือนกัน
เหมือนว่าพวกเราทั้งคู่จะบรรลุเป้าหมายนะ


‘หวังว่าวันนั้นเราทั้งคู่จะดีใจ สักเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก’


หวังให้เป็นเช่นนั้น
ขอให้เราดื่มด่ำอย่างสันติ
.
.
.
ด้วยรัก
จรัสฟ้า
7/01/2020


















SHARE
Writer
Jarasfah
Quixotic gal
The 1975 — by your side

Comments