Dēmokratía วันประชาธิปไตยสากล 2019
องค์การสหประชาชาติได้ประกาศกำหนดให้วันที่ 15 กันยายน ของทุกปี เป็นวันประชาธิปไตยสากล

ประชาธิปไตย ในภาษาสากล คือ Democracy คำดังกล่าวมาจากภาษากรีก Dēmokratía ซึ่งหมายถึง "การปกครองโดยประชาชน" Dēmo มาจาก Dēmos ที่หมายถึง ประชาชน และ kratía มาจากคำว่า Kratos ที่แปลว่า พละกำลัง แต่ในที่นี้หมายถึงการปกครอง รวมกันเป็น “การปกครองโดยประชาชน” ส่วนในภาษาไทย คำว่า ประชาธิปไตย ประกอบด้วยคำว่า "ประชา" ซึ่งหมายถึง "ปวงชน" และ "อธิปไตย" ซึ่งหมายถึง "ความเป็นใหญ่" เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "ความเป็นใหญ่ของปวงชน"

อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น กล่าวถึงประชาธิปไตยว่า เป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

เราหลายคนอาจจะรู้ว่า พื้นฐานของประชาธิปไตยเกิดขึ้นในนครรัฐของกรีก ในยุคที่แต่ละเมืองในอารยธรรมกรีก มีอิสระจากกัน พอมายุคกลางประชาธิปไตยเบิกบานขึ้นในเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย และสวิตเซอร์แลนด์ ประวัติของประชาธิปไตยก็มีความสำคัญ แต่มันเป็นเรื่องที่ยาว และ บวกด้วยผลประโยชน์มากมาย อุดมการณ์เพิ่มเติมของมนุษย์ ทำให้ประชาธิปไตยอาจจะกลายเป็นเรื่องเล่าน่าเบื่อสำหรับหลายๆคน และ โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย ที่มองประชาธิปไตยไม่แตกฉาน และ ไม่ชื่นชอบระบอบประชาธิปไตย หรือ ไม่ว่าจะกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตย และ สนับสนุนประชาธิปไตย อาจต้องกลับมาทบทวนบทบาทของพวกเขาว่า พวกเขากำลังทำเพื่ออะไร

ประชาธิปไตยมาพร้อมกับคำว่า สิทธิ เสรีภาพ และ ความเสมอภาค
- สิทธิ : อำนาจที่จะกระทำการใด ๆ ได้อย่างอิสระ โดยได้รับการรับรองจากกฎหมาย
- เสรีภาพ : เจตจำนงเสรี มนุษย์ควรจะเป็นผู้กำหนดและควบคุมชะตาชีวิตของตนเอง
- ความเสมอภาค : การรับรองความเสมอภาคของมนุษย์เท่ากับการทำให้มนุษย์ทุกคนเท่ากัน แต่ได้จำกัดความว่า คนทั่วไปมักสับสนคำว่า “เสมอภาค” กับ “เหมือนกัน”กล่าวคือ คิดว่าการรับรองความเสมอภาคของมนุษย์เท่ากับการทำให้มนุษย์ทุกคนเท่ากัน จนมักโต้แย้งว่าความเสมอภาคไม่มีทางเป็นไปได้ จึงควรทำความเข้าใจเบื้องต้นว่าหลักการของความเสมอภาค ไม่ได้และไม่เคยเรียกร้องให้มนุษย์ทุกคนต้องเหมือนกันหมด เพราะมนุษย์ย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมชาติทั้งโดยชาติพันธุ์ รูปร่าง ผิวพรรณ เพศสภาพ บุคลิก ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม และอื่นๆ

หลักพื้นฐานสามประการนี้คือ พื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ในการปกครองเพื่อให้ประชากรมนุษยชาติอยู่ดี สิ่งสำคัญที่จะทำให้ หลักสามประการ ดำเนินการณ์ได้ คือ หน้าที่ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องจักรที่จะขับเคลื่อน คำว่าหน้าที่ๆว่าไม่ได้เหมือน ถึงการรับคำสั่ง ในเชิงภาษาไทย มันฟังเหมือนเป็นคำว่า Order ในภาษาอังกฤษ แต่ในความเป็นจริง หน้าที่ ที่เราพูดถึง คือ Action หรือ การปฏิบัติ ซึ่งนั้นก็คือ หน้าที่ๆเราต้องปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของหลักประชาธิปไตย

การจำกัดความ และ นิยามคำเหล่านี้ กลายเป็นความสับสน และ ในประเทศที่จำกัดความหรือนิยามคำเหล่านี้ล้มเหลว ก็จะทำให้ประชาธิปไตยล้มเหลวเช่นกัน โดยกรณี เช่น ความเสมอภาค ที่ได้กล่าวว่า ไม่ได้แปลว่าเหมือนกัน แต่หมายถึงการทัดเทียม การมีคุณค่าในชีวิตเท่ากัน คุณไม่มีสิทธิฆ่าใคร ละเมิดใคร อะไรทำนองนั้น แต่ในระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งก็ในสายคอมมิวนิสต์บางกลุ่มก็เอ่ยอ้างประชาธิปไตย และ อ้างทฤษฎีเสมอภาค คือ ความเหมือนกัน

ในโลกทุนนิยมเอง ประชาธิปไตยก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากนัก เพราะว่า ด้วยคำว่า หน้าที่ ของประชาชน ต่อการขับเคลื่อนของระบอบประชาธิปไตยโลก กำลังเกิดปัญหา เหมือนมีการโยนหน้าที่ หรือ ปล่อยปะละเลยหน้าที่ นั้นคือ การปล่อยให้มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทน และมันจะยิ่งรุนแรงถ้าประชาชนไม่มีส่วนร่วมจริงๆ การมีส่วนร่วมเฉพาะการเลือกตั้ง ลงคะแนน ไม่ใช่ หน้าที่ ที่เป็นจุดประสงค์ของ หน้าที่ ของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนจะต้อง เป็นคนออกมามีหน้าที่ในการ บริหาร จัดการทรัพยากร สถานการณ์ บทบาทสังคม และ ภาวะอื่นๆ ซึ่งการออกมามีส่วนร่วมของประชาชน นั้นก็ ย้อนไปหา คำว่า สิทธิ เสรีภาพของประชาชน เช่น สิทธิที่จะมีส่วนร่วม เสรีภาพในการพูดหรือแสดงออก ภายใต้การไม่ละเมิดสิทธิใคร ระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้ ประชาชนมีหน้าที่ ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ ระบอบประชาธิปไตยแบบโดยตรง หรือ ผู้ง่ายๆคือ ไม่มีผู้แทน แต่ประชาชนจะเข้าไปจัดการเอง เหมือนดัง สภาประชาชน แต่ในปัจจุบัน ด้วยจำนวนประชากรที่มาก ประชาธิปไตยโดยตรงอาจต้องดัดแปลงให้มีรูปแบบผู้แทน ในการจัดตั้งผู้นำ เพื่อตัดสินหรือบรรลุเรื่องบางเรื่อง ที่ไม่สามารถใช้มติตัดสินได้ เช่น การประกาศสงคราม การไต่สวนพิจารณาคดีในศาล เป็นต้น

ประชาธิปไตยในโลกปัจจุบัน โลกของเราอยู่ในกึ่งระหว่าง ความเป็นประชาธิปไตย กับ ความไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน เป็นประเทศกึ่งเสรีภาพ นั้นหมายถึง พวกเขาไม่ได้มีเสรีภาพที่ชัดเจน เต็มที่และแน่นอน เช่น เสรีภาพในการไม่นับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออกถึงความแตกต่างทั้งในเชิงความคิดและการกระทำ ที่ปฏิบัติออกมาไม่ได้ในหลายๆพื้นที่ และ เสรีภาพ ย่อมต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย ในที่นี้เมื่อไม่มีความปลอดภัย เสรีภาพของหลายประเทศแม้แต่ตะวันตก จึงกลายเป็น กึ่งเสรีภาพ เช่น การที่ขบวนการขวาจัด เนโอ-ฟาสซิสต์ คุกคามคนต่างเชื้อชาติ ศาสนา ที่มาทำงาน หรือ ท่องเที่ยวในประเทศที่พวกเขาคลั่งชาตินิยม

เมื่อพูดถึงประชาธิปไตย กับ ชาตินิยม ในหลายๆแง่แล้ว ระบบนี้เป็นระบบที่ต้องมีความสมดุล ชาตินิยม คือ การแสดงออกถึงการเป็นตัวตน ของแต่ละชน แต่ในบางแง่ ชาตินิยมได้เลยจุดนั้น และหันหลังกลายเป็นปรปักษ์ของประชาธิปไตย เช่น ชาตินิยมที่มองชาติตนเองดีเยี่ยมกว่าคนอื่น การเหยียดเชื้อชาติ หรือ การยัดเยียดความเป็นชาติ ให้คนนั้นๆ เหมือนที่เราเห็น ชาตินิยม ในระบอบประชาธิปไตย จึงต้องอยู่ในภาวะที่อยู่กฎเกณฑ์ ที่ไม่ละเมืด หรือ สร้างการขัดแย้ง หรือ การทำลายความเท่าเทียมและทัดเทียมที่แท้จริง

เราอาจมองว่า สหรัฐอเมริกา เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย แต่ความเป็นจริง สหรัฐอเมริกา ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะระบอบประชาธิปไตย ระบอบนี้มีมาก่อนจะมีอเมริกา สหรัฐเป็นแค่มรดกของการต่อต้านอิทธิพลของบริษัทอินเดียตะวันออก แค่นั้นเอง ในประเด็นที่บริษัทอินเดียตะวันออกของจักรวรรดิบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์กดขี่ทางภาษี แต่เมื่อสหรัฐประกาศเอกราช และ มีเอกราชสักระยะหนึง ระบอบผู้แทนของสหรัฐ ที่ได้มาจาก ระบอบรัฐสภาใต้ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของบริเตนใหญ่ ก็ได้สร้าง ประชาธิปไตยผู้แทน แก่สหรัฐอเมริกา ดังนั้น สหรัฐอเมริกาอาจเป็นได้แค่ ต้นแบบของ ระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทน แต่ไม่ใช่ต้นแบบของประชาธิปไตย และ ต้นแบบของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบที่แท้จริง คงต้องยกให้สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นรัฐโบราณ ที่มีเชื้อชาติเยอรมันส่วนใหญ่ปกครอง และ มีการปกครองโดยประชาชน ที่มีการจัดชุมนุมและประชุม เชิง สภาประชาชน ทุกครั้ง ในทุกญัตติที่ประชุมของรัฐสภา ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถออกมาแสดงทัศนะ ความคิดเห็น ความต้องการ หรือ การร้องทุกข์ได้ โดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนอีกต่อไป ดังนั้น รูปแบบประชาธิปไตยโดยตรงของสวิสเซอร์แลนด์ ควรจะถูกมองว่า คือ ต้นแบบของความฝันของประชาธิปไตยโลก

กว่าร้อยปีที่ประชาชน ต่อสู้เพื่อให้ได้ ประชาธิปไตย และทำลายอำนาจนิยม การรวมศูนย์อำนาจ การกดขี่ การเป็นเผด็จการไม่ว่าทางใดทางหนึง และแม้แต่การเป็นเผด็จการในนามประชาธิปไตย คนทั้งโลก แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ยังต้องสู่เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงมาให้ได้ ประชาธิปไตย เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการสร้างการปกครองของมนุษยชาติ ที่ซึ่งมนุษยจะเข้าใจคุณค่าของตนในการอยู่ในจักรวาล และ แสวงหาปัจจัยในการอยู่รอด ประชาธิปไตยเป็นทางออกทางเดียวของอนาคตของมนุษยชาติ เพราะเป็นระบบ ที่ไม่ได้ยัดเยียดให้ใครเชื่อหรือฟัง ทำตามอะไร แต่เป็นระบบที่ถูกสอนให้คิด เพื่อหาเหตุผล มากกว่า แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็สามารถเปิดประตูทุกบานของการรู้แจ้งได้ มากกว่าระบบยัดเยียนของเผด็จการหลายๆเผด็จการ แม้แต่เผด็จการในนามประชาธิปไตย

“ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด แต่มันเป็นระบบที่เลวน้อยที่สุด”
SHARE

Comments