บ่นๆ - ความไม่เข้าใจในการคุยกับ Programmer
บางที คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจผิดว่า Programmer จะต้องคุยกับลูกค่าด้วย ภาษาProgrammer หรือ ภาษาทางเทคนิคของ Programmer ทำให้ผู้ใช้งานไม่เข้าใจ 


มันก็มีแหละ ไอมนุษย์ Programmer ที่สื่อสารแบบนั้น ส่วนหนึ่งก็ อาจจะไม่เคยคุยกับลูกค้า กับ ปกป้องในงานที่ตัวเองเขียน คิดว่ามันดีแล้ว แต่ กรณีในการสื่อสาร ทั้งสองนั้น ก็ต่างกันอีก โดยส่วนใหญ่ Programmer ที่สื่อสารในอย่างที่บอก จะเป็นพวกที่ไม่เคยคุยกับลูกค้า

ส่วนไออย่างหลัง จะเคยคุยหรือไม่เคยคุยก็ได้นะ แต่ อีตอนปกป้อง code ด้วยความเข้าใจของตัวเองเนี่ย มันพูดได้รู้เรื่องกว่าลูกค้าเสียอีก เพราะจะต้องทำให้ ลูกค้าคล้อยตามนี่ มันต้องจัดหนัก 

แต่ .....

          แต่ ทาง Programmer ที่เขียนโปรแกรมมานานแล้ว(กรณีแรก) พบกับลูกค้าเองก็มาเยอะแล้ว ทั้งเอกชน ทั้งราชการ เขาพยายามที่จะคุยด้วยภาษามนุษย์ เพื่อสื่อสารในสิ่งที่ทำ หรือพยายามหาข้อความ ที่จะมานิยาม เปรียบเทียบ มองให้เห็นภาพถึง พฤติกรรมของตัวระบบ ที่มันกระทำให้ ผู้ใช้งาน เห็น หรือ reaction ต่อ ผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้ action ลงมา จนอธิบายให้เข้าใจ ถึง Business Logic (ซึ่งจริงๆแล้ว ไอตัว Business Logic เนี่ยแหละ ที่ programmer ทุกคนต้องทำความเข้าใจไม่งั้นเขียนอะไรออกมาไม่ได้เลย มันจะไม่สอดคล้องกับ Requirement) แต่บางที กำแพงที่คิดกันว่า "programmer คุยไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะ programmer ก็จะคุยแต่ภาษาของเขา " 

           ด้วยความที่เราเอง(ผู้เขียน) ก็เป็นคนหนึ่งที่ เขียน Program และ ฝึก skill ทั้งงานเขียน ทำ podcast เพื่อที่ จะเรียนรู้ และฝึกฝน soft skill การสื่อสารทั้งการพยายามจะเป็นผู้ฟังที่ดี พยายามคิดก่อนพูดให้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่เก่งมาก(รู้ตัวนะ) แต่ก็พยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อง เท่าที่ปัจจัย เรื่องเวลาจะอำนวย แต่ก็รู้สึกท้อทุกครั้ง ที่เมื่อ เจอ ผู้สนทนา ที่ไม่สนใจ และตั้งกำแพงสูงๆ กันคนอย่างพวกเราเสมอ

พื้นที่บ่น--- (กำแพง ก็เป็น อัตตา หรือ อีโก้ อย่างหนึ่งที่เราคิดว่าตัวเองก็มี และพยายามลดทุกครั้งที่รู้ตัว แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ลดสักเท่าไหร ส่วนใหญ่ โอกาสก็ถูกทำลาย โดยการ ดักคอหรือจะอะไรก็ตามที หรืออาจจะเป็นเพราะ เราใช้โอกาสเปลืองไปรึป่าวนะ สงสัยทำบ่อย งั้นควรจะต้อง รีบรู้ตัว ทำตัวให้เป็นผู้ฟังที่ดี ไปก่อนไหม ปล่อยให้เขาไม่เข้าใจไปยาวๆ ถ้าเขาไม่อยากฟัง อะไรเลย ก็ตาม ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดมากเลยนะ ถ้าผู้ฟังอีกฝั่งเข้าใจผิดจนเลยเถิด เวลามันเลยไปไกล เราจะไม่ชอบที่จะอธิบายเยอะ จริงๆ วิธีแก้มันก็มีแหละ ก็เพียงให้ทำความเข้าใจข้อกำหนดของเรื่องราวก่อนคุยกันมากๆ ถ้าจูนตรงกันมันก็คุยง่ายอะ เพราะบางอย่างไม่ใช่ว่า คิดไปเองว่ามันใช่ ต้องทวนทำความเข้าใจก่อน ไม่งั้น พัง...)           

           จริงๆ อาจจะไม่มีใครเปิดใจรับฟัง หรือ ไม่คิดจะพยายามทำความเข้าใจหรือช่วยกันทำความเข้าใจ ก็เป็นได้นะ ... เราเอง ในฐานะคนที่ อยากจะสื่อสารให้ ทุกภาคส่วนเข้าใจ อยากจะพัฒนา Soft Skill อันนี้ให้ดีขึ้น ก็อยากทำลายกำแพง เราต้องทำยังไงกันนะ มันยากจังเลย เพราะเหมือนว่า พยายามแล้ว แต่ไม่มีใครเปิดใจ ขนาดคุยให้ ระบบเป็น คนคนหนึ่ง กำลังทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แบบ who what where when how ตาม pattern ของการสื่อสารภาคปกติแล้ว ยังไม่มีใครฟังเลย ...
         
            เอาจริงๆ เมื่อเราลด อีโก้ ทำลายกำแพงฝั่งเราลง  เราจะเห็น อีโก้ หรือกำแพงฝั่งนั้นทันทีเลย ซึ่งบางที เขาบอกว่าเขาไม่ได้มีอีโก้คุยกับเรา แต่ เวลาเราลดอีโก้ลง กลับเห็นของเขายังตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ....  ไม่ค่อยแฟร์ และทำเราเสียสุขภาพจิตเสมอ 

จบ บทความนี้ ก็ขอตัวไปกินยาคลายเครียดละ 
บาย


SHARE
Writer
KoloAll
Nirvana of my mind
ต้นทุนของความทุกข์ คือความคิด ต้นทุนของการพ้นทุก ก็คือความคิด การคิดและความคิด คือสิ่งที่จะเปลี่ยนทุกสิ่ง

Comments

RezycleF
9 months ago
เรื่องแบบนี้เนี่ยเรียนรู้ได้จากการทำงาน
เยอะเลยนะคะ เปลี่ยนใครไม่ได้
ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะ (๏_๏)
Reply
KoloAll
8 months ago
ขอบคุณครับ