แก...
"เพราะว่าฉัน ยังเป็นคนที่พร้อมอภัยและใจดีกับแกอยู่เสมอใช่มั้ย? เวลาแกจะทำอะไร ก็เลยคิดว่าฉันคงจะไม่เป็นไรหรอก"


บทสนทนายังคงลืื่นไหลไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางความเงียบสงบ
ชั้นบนสุดของตึกเป็นที่ที่เราเลือกที่จะมา
แสงไฟสีส้มส่องตรงมาจากตึกข้างๆ
มองจากบนนี้มีแต่แสงไฟรายล้อม
เหมือนว่าจะไม่หลับใหลแม้เวลาจะผ่านพ้น
จวบจนอีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะสว่าง

เราต่างนั่งกอดเข่า
มีเครื่องดื่มวางอยู่ข้างตัว
ซึ่งเป็นตัวช่วยให้เรากล้าที่จะคุยกันมากขึ้น

ขวดเครื่องดื่มกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ทิ้งร่องรอยว่าสถานที่แห่งนี้
ถูกใช้เพื่อเป็นสถานที่นั่งดื่ม
และพูดคุยอย่างสม่ำเสมอ

"เอาไง?"
"หื้อ?"
"เรื่องของเราจะเอายังไงต่อ?"

ฉันกระดกเครื่องดื่มลงคออย่างเร่งรีบ
เมื่อถามคำถามไป
แล้วได้การตีมึนแบบนั้นกลับมา

พอถึงเวลาต้องตัดสินอะไรสักอย่าง
ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขา
ในขณะที่การต้องทนอยู่กับสถานะเพ้อฝัน
เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากสำหรับฉันเช่นกัน

"ไหนบอกว่ากับคนนั้นเลิกไปแล้วไง? เวลาถาม แกก็ตอบว่าไม่มีอะไรตลอด แล้ววันนี้แกก็กลับไปคบกัน มันคืออะไรอะ? ถ้ายังลังเลแบบนี้ แกจะมาคบกับฉันทำไมวะ?"

ฉันยิงคำถามที่เก็บเอาไว้ในใจเสมอ
ตลอดเวลาที่ความสัมพันธ์ของเรา
เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง
เพราะความไม่มั่นใจ
ที่เหมือนไม้หลักปักเลนของเขา

เขากระดกเหล้าขึ้นอย่างรวดเร็วบ้าง
ไม่มีคำตอบใดๆเล็ดออกมา
เขาเงียบ
ต่างจากเมื่อสักครู่
ที่เราสลับกันพูดเยอะแยะมากมาย
เหมือนว่าจนถึงเช้า
ก็ยังมีเรื่องพูดคุยกันไม่จบ

ในความมืดและแสงไฟสลัว
ไม่อาจปกปิดร่องรอยน้ำตาที่ไหลริน
ฉันหันไปเห็นหยดน้ำตาที่เปรอะแก้ม
เขาหลั่งน้ำตาแห่งความอัดอั้น
ฉันตกใจมากที่เห็นภาพนี้
จึงวางความโกรธลงทุกอย่าง
เขยิบไปใกล้และสวมกอดปลอบเขา

"ร้องไห้ทำไม?"
"ขอ....โทษ"

ฉันได้แต่หลับตาสวมกอดเขาต่อไป

สองสิ่งที่เขายังเหมือนเดิมเสมอ
คือเขาไม่กล้าที่จะบอกรักฉัน
ในทุกๆครั้งฉันเฝ้าถามเขา
มาถึงวันนี้เขาก็ไม่กล้าที่จะพูดความจริง
ว่าเขาไม่ได้รักฉันอีกแล้ว

การพูดความจริง
มันคงยากกว่าการโกหก

แต่เมื่อเขาเลือกที่จะปกปิด
ให้มันเป็นความลับ
ฉันก็จะช่วยให้ความลับของเขามันสมบูรณ์

ตราบใดที่แกคิดว่าความผิดนั้น
ยังคงเป็นความลับสำหรับแก
แกก็จะเป็นคนที่ถูกเสมอสำหรับฉัน

ถึึงจะมีแต่คำว่า "โง่"
ห่อหุ้มจิตใจของฉันก็ตามเถอะ

ฉันรักแก
ทำต่อไปเถอะ


SHARE

Comments