2.เลื่อน (ล่อง/เลื่อน/ลอย)

ลิลิตแปลว่า โคลงและร่ายสลับกันไป
 
ผมไม่เคยมีความรักมาก่อนเลย จริงๆเเล้วเคย ผมเคยมีเเฟน เเต่มันก็นานเเล้ว ต้องผ่านมาหลายปีนั่นเเหละผมถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ความรักจริงๆ ความวาบหวามของชายหญิง คงดีที่สุดเท่าที่ผมจะพูดได้ มันไม่เคยไกล้เคียงกับที่คิด ไม่เคยเหมือนกับที่ฝันไว้ อันที่่จริง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนเราสามารถคาดหวังสิ่งที่ไม่รู้จักได้ไหม? หรือเเค่ข้างในมันบอกว่าไม่ใช่ ผมเลยว่าตามนั้น ผมไม่รู้เลย

ผมตื่นขี้นมาบนรถสองเเถวคันเดิม หรืออาจจะไม่ใช่คันเดิมก็ได้ เเต่รถสองเเถวก็เหมือนๆกันหมด ช่วงนี้ผมหลับคารถบ่อยมาก อาจเป็นเพราะนอนดึก อ่านบทกลอนที่ติดงอมแงม ในยุคสมัยที่ผู้คนเลิกสนใจฉันทลักษณ์อันซับซ้อนวุ่นวาย เด็กมัธยมปลายอย่างผมกลับหลงใหลในการพรรณนาถึงสิ่งต่างๆ ที่อาจะทำให้มันดูสวยงามเกินจริง

ผมเป็นนักหลับมืออาชีพทีเดียว ต่อให้รถจะขับเร็วเท่าไหร่ หรือการจารจรจะเลวร้ายเพียงใดผมก็หลับได้เสมอ เสียงลมที่พัดหวูดวือผ่านหลังหัวของผมไป มีเเต่จะช่วยทำให้ผมหลับได้ง่ายขึ้น ผมเช็ดน้ำลายที่มุมปาก พลางมองเห็นคุณป้าข้างๆที่ขยับตัวออกห่างด้วยท่าทางไม่พอใจ ผมเอนไปชนเธอตอนหลับเหรอ? นอกจากจะทำให้เหงื่อชุ่มกายเเล้ว ข้อเสียของการหลับบนรถคืออาการปวดหัวอย่างบัดซบหลังจากตื่น ผมยังคงอัดเเน่นอยู่บนรถสองเเถว ที่่อันเเน่นอยู่บนถนน ที่ค่อยๆเลื่อนไปช้าๆของยามเย็นที่เเออัดจอเเจ

รถสองเเถวเเน่นขึ้นอีก คนขับรถยังคงขยันจอดรับคนขึ้นมาเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ผู้คนครึ่งอำเภอเมืองสงขลาอยู่บนรถคันนี้เเล้ว น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้หัวรถเชิดจนดูน่ากลัว โดยไม่สนใจแต่อย่างใดเขายังเลือกที่จะออกตัวห้อตะบึงไปอย่างเร็วเช่นทุกครั้ง นักเรียนหญิงคนหนึ่งสะดุ้งคว้าราวเหล็กที่เธอยืนจับอยู่ไว้เเน่น ตาเธอเบิกโพลงด้วยตื่นกลัวสุดขีด เเต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่มีใครสนใจเธอ ไม่ใครสนใจจะเเบ่งที่นั่งให้ เมื่อรถจอดลงอีกเพื่อรับผู้โดยสาร ผมจึงเลือกลุก เเล้วออกไปยืนโหนรถเเทน

นั่นเเหละที่ผมได้เจอเธอ…

เธอไม่พูดอะไร ผมก็ไม่พูด มันเป็นปกติอยู่เเล้วที่ผู้ชายจะลุกให้ผู้หญิงนั่ง เเล้วสาวร่างบางอย่างเธอก็ดูไม่เหมาะกับกายกรรมท้ายรถอย่างนี้เอาเลย นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกของเราทั้งคู่อยู่เเล้ว ใครสักคนดึงกระเป๋าที่ผมถืออยู่ ก้มลงไปมองถึงรู้ว่าเป็นเธอ เธอกระตุกเบาๆเเล้วมองหน้าผม ผมเข้าใจความหมายดี เธออาสาถือของให้ ผมจึงใช้อีกมือที่ว่างลงจับราวเหล็ก ส่วนเธอเอากระเป๋าผมไปกอดไว้ รถค่อยเลื่อนไปช้าๆสลับกับการออกตัวกระชากเร็วๆตลอดเส้นทาง ผมก้มหน้ามองเธอ ผิวขาว ผอม เครื่องเเบบนักเรียนหญิงม.ปลาย เธอน่าจะอายุเท่ากันกับผม

เเต่ผมไม่คุ้นหน้าเลย อักษรย่อบนอกบอกผมว่าเธออยู่โรงเรียนระหว่างทางกลับบ้านของผม เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมตกใจ ผมหลบสายตา เธอหลบสายตา ผมเกลียดความรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า ผมเกลียดที่รับรู้ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบที่ผมชอบ เกลียดความวาบหวามของชายหญิงที่หวนย้อนกลับมาอีกครั้ง

และในวันนั้น ผมจำได้เเค่ว่า ในน่านน้ำทะเลสาบสงขลา...เธอคือผู้มีตาชั้นเดียวที่่มีเสน่ห์ที่สุดจริงๆ...

ผมไม่หลับอีกเลยหลังจากนั้น บนรถสองเเถวที่กระเเทกกระเทือน เบียดเสียด ร้อนเเละเปียก ผมยืนโหนอยู่บนท้ายรถ กระเป๋าผมอยู่บนตักเธอ เป็นภาพฉายซ้ำทุกๆเย็น ไม่เบื่อไม่หน่าย วันทั้งวันของผมเหมือนมีอยู่เพียงแค่ช่วงเวลานี้ หอมหวานไม่มีกี่นาทีก่อนกลับถึงบ้านคือทั้งหมดที่ผมต้องการ ผมอธิบายความรู้สึกนี้ไม่ได้เลย มันอาจจะมีอยู่จริง หรือ ไม่ก็ได้ เพียงเเต่ผมพบว่า วันไหนก็ตามที่ผมต้องกลับบ้านโดยไม่มีเธอ มันช่างเป็นความทุกข์ทรามานอันเปล่าประโยชน์จริงๆ

วันนั้นรถว่างเป็นพิเศษ ผมนั่งอยู่บนรถกับชายอีกคนเเค่เท่านั้น ผมรู้สึกเสียดายมากที่วันนี้ผมคงไม่ได้โหนรถ เเละเธอคงไม่ต้องเอากระเป๋าผมไปกอดไว้ แต่เหมือนเทวดาจะทนฟังเสียงผมพร่ำบ่นไม่ไหว เพียงครู่เดียวเธอก็ขึ้นมาบนรถ ผมหลบสายตา รถเคลื่อนตัวไปอีกสักพัก ชายคนนั้นเดินลงจากรถไป ท้ายรถคันนี้มีเพียงเรา เงียบงันเเสนอึดอัด ปกติเราไม่เคยพูดคุยกันอยู่เเล้ว เเต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

"หนังสืออะไรเหรอ?" เธอถามเบาๆ

"หะ" ผมตกใจ เธอดูตกใจมากกว่า

"ที่เธออ่าน เมื่อวันก่อน"

"หนังสือ?" เธอเห็นผมอ่านหนังสือ? ตอนไหนกัน

"ตอนนั้นเธอหลับ เเล้วหนังสือก็หล่น" เธอตอบ ผมนึกย้อนไป ใช่ วันก่อนสักวันผมหลับบนรถ แล้วเผลอเอนตัวไปชนผู้หญิงสักคน คนๆนั้นคือเธอเหรอ?

"อ๋อ ใช่เล่มนี้ไหม?" ผมล้วงมันออกจากกระเป๋ามาให้เธอดู

"ใช่ๆ หนังสืออะไรเหรอ?"

"ลิลิต ลิลิตตะเลงพ่าย"

"ลิลิต? คืออะไร"

"ลิลิตเเปลว่าโคลงและร่ายสลับกันไป"

"เหมือนพวกบทกลอนเหรอ?"

"ทำนองนั้นเเหละ"

"ครูสั่งให้อ่านเหรอ?"

"เปล่า เราเเค่ชอบ พวกกลอนน่ะ"

ผมไม่รู้ว่าเคยมีความสุขเท่านี้่รึเปล่า เเต่ผมยิ้มไม่หุบเลยจนถึงบ้าน ผมเกลียดการเดินทางบนรถสองเเถวที่ยาวนานเพื่อกลับจากโรงเรียนมาโดยตลอด เเต่วันนี้มันเหมือนเป็นเเค่พริบตาเดียว เราคุยกันสนุก ผมอ่านกลอนให้เธอฟังบทหนึ่ง เธอชอบเเละขอให้ผมอ่านเพิ่มอีกบท ผมเเปลควาามให้เธอฟังอีกบท เธอขอให้อ่านให้ฟังอีกบท ผมมีความสุขจนอยากให้รถคันนี้วิ่งรอบโลกได้เลย

"ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ" เธอว่าก่อนเดินจากรถสองเเถวไป รอยยิ้มเธอตามมาฟังผมอ่านกลอนในความฝันต่ออีกหลายคืน

ผมอ่านกลอนเพิ่มมากขึ้นอีก หวังให้มีเรื่องคุยกับเธอมากขึ้น และใช้เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันอย่างมีค่ามากที่สุด วันหนึ่งเธอเดินขึ้นมาพร้อมสร้อยขอมือที่ผมไม่เคยเห็นเธอสวมไส่มาก่อน หอบัญชาการแห่งความหึงหวงร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง แล่นวาบถ้อยคำในหัวของผม และถามออกไปแทบจะทันที

“สร้อยสวยนะ”

“เหรอ? คิดว่างั้นเหรอ” เธอยื่นมามือให้ผมดู อัญมณีสีเหลืองอำพันส่องระประกายระยิบระยับ มันอาจเป็นแค่ของปลอมก็ได้ แต่นั่นไม่สำคัญหรอก

“แฟนซื้อให้เหรอ?” ผมพยายามให้มันฟังดูเหมือนประโยคคำถามทั่วไป แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ทัน และเริ่มอมยิ้ม

“ไม่ ถามทำไมเหรอ?” เธอส่งสายตาเจ้าเล่ห์ ผมตะกุกตะกักกลับไป

“ หืม? เปล่า แค่ถามดูเห็นปกติไม่ไส่นี่” ผมเกาจมูก

“ปกติสังเกตด้วยเหรอ?” เธอเซ้าซี้

“ไม่ได้สังเกต แค่เห็นเฉยๆ”

“แน่เร้อ” เธอส่งเสียงประหลาดแล้วยิ้มอย่างผู้มีชัย ผมเกลียดการถูกต้อนให้จนมุมแบบนี้จริงๆ

“ไม่เห็นสวยเลย จริงๆแล้วมันทำให้เธอดูแก่น่ะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง

“เนอะ เราก็คิดงั้นแหละ ปกติเราก็ไม่ชอบไส่เครื่องประดับอยู่แล้ว” เธอถอดมันออกจากข้อมือเรียวเล็กนั้น

“ทำไมล่ะ?”

“เพื่อนเราซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดน่ะ เราไส่เพราะอยากให้เพื่อนดีใจ แล้วเราก็ชอบสีเหลืองด้วย”

“ถ้างั้นก็ไม่ควรถอดนะ”

“มีคนบอกว่ามันทำให้เราดูแก่น่ะ” ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วล่ะว่าเธอเป็นผู้หญิงร้ายกาจจริงๆ

“ถ้างั้น เราก็...สุขสันต์วันเกิดด้วยนะ”

“ขอบคุณค่ะ” เธอแบมือ “อะไร?” ผมถาม

“ของขวัญวันเกิดไง?” เธอพูดพลางหัวเราะ

“เราจะมีได้ไง เราไม่รู้ก่อนนี่”

“น่าเสียดายจังเลย” เธอทำเสียงแบบนั้นอีกแล้ว!

ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบหนังสือรวมวรรคทองออกมาส่งให้เธอ

“เอานี่ไปแทนได้ไหม?” ผมยื่นให้ เธอรับไปอ่านหน้าปก

“เล่มนี้อะไร กลอนเหรอ?”

“ใช่ แบบที่เธอชอบไง”

“ไม่เอาล่ะ” เธอส่งมันกลับให้ผม

“ทำไมล่ะ?” ผมทำสีหน้างุนงง

“ก็...จริงๆไม่ได้ชอบกลอนขนาดนั้น” เธอมองวิวท้ายรถ “ชอบฟังคนอ่านกลอนมากกว่า”

“...” ผมพยายามอดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนนี้ไว้ภายใน

“แล้วก็ เราชอบพวกสุภาษิตอะไรพวกนั้นมากกว่านะ” เธอโน้มตัวเข้ามาไกล้

“สุภาษิตแบบ ช้าๆได้พร้าเล่มงามเหรอ?” ผมก้มหน้าลง

“สุภาษิตแบบ น้ำขึ้นให้รีบตักน่ะ” เธอหัวเราะ ผมหัวเราะตาม ให้ตาย ผมโดนเธอแกล้งจนเสียหลักจริงๆ

“พอเลย เราไม่คุยแล้ว” เธอยังคงหัวเราะไม่หยุด

“ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือนะคะ”

“เงียบไปเลยนะ” เธอหยุดหัวเราะแต่ยังไม่หยุดยิ้ม เรานั่งมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นไปตลอดทาง

เราไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากนั้น เพียงเเค่ห้อยโหนเเละกอดกระเป๋ากันเงียบๆที่ท้ายรถ เเค่มองตากันบางครั้งเเละอมยิ้ม นั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้น

เย็นวันหนึ่งรถรับคนขึ้นมาเยอะเป็นพิเศษ รถเอนมาด้านหลังที่ผมยืนอยู่จนรู้สึุกได้ รถโลดเเล่นไปบนถนนอย่างน่าหวาดเสียว รถพุ่งเเละหยุดสลับกันไปผมเเละพี่ผู้ชายอีกคนที่โหนอยู่ข้างๆมองหน้ากันอย่างกังวลใจ พลางกระชับมือกับราวเหล็กเเน่นขึ้นอีก รถหยุดลงอีกครั้ง ผู้ชายอีกคนขึ้นมาโหนเพิ่ม เราทั้งสามคนเซไปเซมามาตามเเรงเหวี่ยง เเละที่สักสี่เเยกหนึ่ง รถกระชากออกตัวอย่างเร็วจนมือผมคว้าราวเหล็กไว้เเทบไม่ทัน ตัวผมเอนไปข้างหลังจนรู้สึกเสียววาบ ใช้มือข้างหนึ่งหนึ่งตะปบมือกำราวเหล็กนั้นไว้ได้ทันผมพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอก ถ้าเมื่อกี้กลับมาคว้าไว้ไม่ทันแล้วร่วงลงไปกลิ้งอยู่บนถนน สภาพคงดูไม่จืด ผมตั้งสติอยู่สักพักหนึ่งก่อนรู้สึกได้ถึงเเรงดึงที่เสื้อ ก้มลงไปมองเห็นมือเธอกำลังกุมชายเสื้อผมไว้เเน่น

เธอไม่พูดอะไร เเต่ผมรู้ได้เลยว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่...

รถเเล่นต่อไปด้วยความเร็วคงที่ การจารจรเริ่มคล่องขึ้นเเล้ว เเต่เธอยังไม่ยอมปล่อย ผมจึงกระซิบบอกเธอ

"ปล่อยได้เเล้วล่ะ" ผมบอกเธอเบาๆ

"ไม่" เธอตอบสั้นๆ เธอก้มหน้าเเต่ผมรู้สึกได้ถึงอาการสะอื้น

"เราไม่ตกหรอก"

"เรารู้" เธอว่า "เเต่เรากลัว"

"..."

ผมเดินกลับเข้าบ้านด้วยความรู้สึกประหลาด ถึงเเม้จะผ่านเรื่องราวน่าตื่นเต้นมาหมาดๆ เเต่ในใจกลับรู้สึกสงบและปลอดโปร่งมาก ผมถอดเสื้อนักเรียนออกก่อนหย่อนลงในตระกร้า ผมสังเกตเห็นรอยยับเล็กๆ รอยจากมือน้อยๆของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำมันไว้เเน่น ด้วยกลัวว่าผมจะตกรถลงไปคอหักตาย ผมลูบนิ้วมือไปมาบนรอยนั้น อมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเราทั้งคู่

ผมไม่เคยมีความรักมาก่อนเลย ไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไรเเม้จะเคยมีเเฟนมาเเล้ว เเต่เธอ คนเเปลกหน้า กลับสร้างร่องรอยบางอย่างไว้ในหัวใจของผมได้อย่างอย่างง่ายดาย

ผมตัดสินใจนั่งลูบรอยยับนั้นบนเตียงต่ออีกหน่อย และมีความสุขกับการได้คิดถึงเธอ

ลิลิตแปลว่า โคลงและร่ายสลับกันไป

รอยยับนี้คือลิลิตจากผม ถึงเธอ
SHARE
Writer
homunchus
มังกรตลอดกาล
เขียนเเบบที่ชอบอ่าน

Comments