เธอทำให้โลกใบนี้กลายเป็นเรื่องจริง
ก่อนหน้าที่เราจะได้รู้จักเธอ เรามักจะคิดว่าโลกใบนี้เป็นสีดำ มักจะคิดว่าโลกของเราไม่ได้ประกอบไปด้วยความสุข ตั้งแต่เด็กจนโตเราไม่เคยมองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เรารู้สึกว่าเราคงแค่เกิดมาเพื่อพบเจอกับเรื่องร้ายๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคงทำให้เรามองตัวเองว่าเราช่างเลวร้าย น่าเกลียด อัปลักษ์ ไม่มีลักษณะที่ชวนให้ใครมารักแม้แต่นิด

จนกระทั่งได้เจอเธอนั่นแหละ (เฮ้อ น้ำเน่าสุดๆ ไปเลย) ในวันที่เราเล่าให้เธอฟังว่าชีวิตที่ผ่านมาของเรามันน่าเกลียดขนาดไหน เธอกลับไม่รังเกียจมันเลย ในวันที่เราแสดงด้านที่เลวร้ายของเราให้เธอต้องเสียใจ เธอกลับโอบกอดเราไว้แล้วบอกว่าเราจะแก้ไขมันไปด้วยกัน ในวันที่เรารู้สึกว่าเราอยากจะหนี เราไม่ควรค่ากับคนดีๆ แบบนี้ เธอกลับกุมมือเราไว้แล้วบอกว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ และเราก็มีค่าสำหรับเธอยิ่งกว่าอะไร 

โลกใบสีดำมันก็เลยเริ่มเปลี่ยนสี เราเริ่มเห็นว่าเราเองก็มีคุณค่าพอที่จะได้รับความรัก เริ่มเห็นว่าความผิดพลาดของครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่เราจะต้องรับผิดชอบ เธอช่วยทำให้เรารู้ว่าบนโลกนี้มีคนอีกมากมายที่พร้อมจะเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นคนรัก ให้กับเราโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เธอทำให้เรารับรู้ว่าเธอยินดีที่จะรักเราไม่ว่าเราจะมีข้อเสียมากแค่ไหน โลกใบใหม่มันเริ่มสวยงาม กลายเป็นโลกที่ทำให้เราเห็นความจริง ทำให้เรารู้สึกว่ามันจับต้องได้ 

ความรักของเธอ ทำให้โลกของเรากลายเป็นเรื่องจริง แล้วทุกสิ่งที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องโกหก

ความรักตลอดสองปีที่ผ่านมามันคือเรื่องจริง มันเป็นสิ่งที่จริงที่สุดในชีวิตของเรา แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราจะเจออุปสรรคและปัญหามาตลอด แต่มันกลับทำให้เราเห็นความจริงชัดยิ่งขึ้น ความจริงที่ว่าหัวใจที่เคยปิดกั้นความรัก หัวใจที่เคยปฏิเสธความรัก ตอนนี้มันกลับโอบรับเธอเข้ามาอย่างเต็มหัวใจเลย เราไม่กลัวปัญหา เราไม่กลัวอุปสรรค เราไม่กลัวความไม่แน่นอน เราไม่กลัวอะไรเลย เพราะเรารู้ว่าสุดท้ายแล้ว เราจะยังมีเธออยู่ข้างๆ กัน เราจะผ่านทุกอย่างไปได้

แต่เราก็ลืมไปว่า ความจริงของโลกใบนี้ มันไม่ได้มีแต่ด้านที่ดี ยังมีความจริงอีกหลายประการที่เราหลงลืมไป อย่างเช่น ความจริงที่ว่าระยะห่างจากไทยถึงอเมริกาสามารถทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอน ความจริงที่ว่าเธออยากสนุกกับงานสนุกกับเพื่อนมากกว่า ความจริงที่ว่าอาการของเราไม่ดีขึ้นสักที หรือความจริงที่ว่าเราทำเธอเหนื่อยมากซะจนเธอเริ่มรับไม่ไหว 

แต่ทำยังไงได้ ทุกอย่างที่ว่ามามันก็คือความจริง และไม่มีอะไรปฏิเสธความจริงได้

ผ่านไปสองอาทิตย์แล้วหลังจากที่เธอบินไปเรียนที่ญี่ปุ่น ยังคงพูดไม่ออกเลยว่าเราเสียใจขนาดไหนที่เราไปส่งเธอที่สนามบินไม่ได้แล้ว แม้แต่ส่งข้อความไปหาก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ภาพที่เราวางกันเอาไว้เลยเนอะ ไม่เหมือนกับตอนที่เธอมาส่งเราก่อนจะไปอเมริกา ไม่มีกอดลา ไม่มีคำอวยพร ไม่มีการตั้งหน้าตั้งตารอว่าจะบินไปเยี่ยมตอนปลายปี 

เราเคยรักกันมาก นั่นก็คือเรื่องจริง และตอนนี้ที่เรากลายเป็นยิ่งกว่าคนแปลกหน้า นั่นก็คือเรื่องจริงเหมือนกัน

เรายังคงเผลอเหม่อออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน วิวนั้นทำให้เราเห็นคอนโดของเธอ แล้วก็เห็นเครื่องบินที่เคลื่อนตัวออกจากสนามบิน เรายังคงเผลอคิดว่าภายใต้ผืนฟ้านี้เธอจะเป็นยังไง ในวันที่เราเหนื่อยจนแทบหมดแรง เธอยังคงเป็นคนแรกที่เรานึกถึงและอยากจะได้รับกำลังใจอย่างเคย เรายังเห็นเธอในทุกๆ ที่ที่เราเคยไป ยังจำทุกๆ บทสนทนาที่เกิดขึ้นได้ ยังคงร้องไห้จนเผลอหลับไปในวันที่คิดถึงเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ความคิดที่ว่าเธอหมดรักเราแล้ว ไม่ใช่ความคิดที่น่ากลัวหรือน่าเสียใจเลย เราไม่สนใจแล้วว่าเธอจะยังมีความรู้สึกให้เราอยู่มั้ย สิ่งที่น่าเสียใจคือหัวใจของเราไม่มีท่าทีว่าจะเลิกรักเธอได้เลยต่างหาก น่าตลกดีที่เราสามารถสัมผัสความรักที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ในวันที่ความรักหลุดลอยไปจากเราแล้วตลอดกาล 

และนั่นก็คือเรื่องจริง 
SHARE
Writer
Varndhanishtha
Writer Learner Lover
I was heartbroken so I decided to write.

Comments