1.ล่อง (ล่อง/เลื่อน/ลอย)
นิราศแปลว่าการจาก
 
“สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับนะ...”

นาน ๆครั้งผมจะฝันถึงเธอ นาน ๆครั้ง บางทีอาจเป็นบางคืนที่ผมเหนื่อยมาก หรือไม่ก็เผลอหลับไประหว่างเดินทาง เมื่อรับรู้ได้ถึงความโคลงเคลงของพื้นนั้นเเหละ ถึงรู้ว่าผมกำลังอยู่บนเรือเฟอร์รี่ เเละเธอไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง

ผมตัดสินใจเดินออกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า เเต่ไม่หวนกลับมายังห้องโดยสารติดเเอร์นั้นอีก ผมเดินไปหยุดยืนที่กราบเรือ หวังให้กลิ่นทะเล สายลม กลียวคลื่น เเละ เเสงสะท้อนระยิบระยับของพื้นน้ำช่วยชะล้างความรู้สึกตุ่น ๆในหัวใจให้สลายไป เหมือนกับสายฟองเดือดพล่านข้างล่างนั่น

เวิ้งว้างกลางทะเลอ่าวไทย ไม่รู้ทำไมตัวผมในวัย30ปีถึงคิดเดินทางมาที่นี่คนเดียว เป็นการฉลองวันเกิดที่เเปลกประหลาดที่สุด สำหรับมนุษย์สังคมแบบผม ไม่มีเพื่อนหรือแฟนร่วมทาง แค่ผมกับผม หรืออาจเพราะผมเเก่เเล้ว? ความเเก่อาจทำให้เราเบื่อหน่ายผู้คน อาจทำให้เราอยากอยู่คนเดียวมากขึ้น ผมไม่รู้เลย

บางทีคำตอบของคำถามนี้ อาจลึกลับพอๆความฝันประหลาดที่ผมฝันถึงครั้งเเล้วครั้งเล่า ห้วงนาทีที่ไม่มีความหมายใด ๆ บนช่องทางเดินแคบ ๆของเครื่องบินลำนั้น ที่ผมกลับไปเยี่ยมเยือนบ่อยครั้ง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ผมล้วงหนังสือเล่มโปรดออกมาจากกระเป๋า หวังให้บทกลอนที่พรรณนาถึงการเดินทางไกลจะทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับบางอย่างได้

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเล่นอยู่ไกล้ๆ อายุไม่น่าจะเกิน5ขวบ ผมสีทองตาสีฟ้า เธอเป็นลูกสาวฝรั่งที่ดูกำลังสนุกกับการไล่กวดลูกบอลสีเเดงของเธอ ผมเเปลกใจที่่ไม่เห็นเเม่ของเธออยู่ไกล้ๆ แปลกใจที่ไม่มีคนสนใจเธอเลย ผมละความสนใจจากบทกลอน ผมเก็บมันกลับเข้ากระเป๋าไป ภาพข่าวเด็กตกเรือเเล่นวาบขึ้นในหัว ผมจับจ้องเธอไม่วางสายตา เเต่ก็ไม่กล้าจะเข้าไปเตือนเธอตรงๆ จนกระทั้งเธอไล่กวดลูกบอลนั้นกลับมาทางผม เเล้วสะดุดล้มลงตรงหน้า ผมถลาเข้าไปพยุงตัวเธอขึ้น เธอมองผมด้วยสีหน้าบูดเบี้ยวก่อนเริ่มต้นร้องไห้ ผมทำตัวไม่ถูก ครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับเด็ก คือกับลูกชายของเพื่อน นั่นมันก็นานมากเเล้ว แล้วนี่เป็นลูกฝรั่ง เธอจะเข้าใจที่ผมพูดใหม? ผมปัดฝุ่นออกจากหัวเข่าเเละเเขนของเธอ คว้าบอลเด้งกระดอนไปมานั้นส่งคืนให้เเล้วถาม

"หนูชื่ออะไรครับ"

"หนู...ชื่อ…เอมเบอร์ ค่ะ" เธอพูดพลางสะอื้น เธอพูดไทยได้ชัดเจนทีเดียว

"โอเค เอมเบอร์ รู้ไหมว่าเเม่อยู่ไหน?"

สรุปคือเเม่เธอนั่งอยู่ในห้องโดยสารที่ผมพึ่งจะเดินออกมา ผมพาเธอไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ ก่อนจะซื้อขนมให้เธอหนึ่งห่อ เเล้วเดินจูงเธอกลับมาหาเเม่ของเธอ ผู้หญิงคนนั้นกำลังทะเลาะกับใครสักคนในโทรศัพท์ ถึงไม่ได้ส่งเสียงดังเเต่ก็รับรู้ได้ว่าเธอกำลังโกรธ เธอไม่สังเกตเห็นพวกเราที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยซ้ำ

"เเม่ๆ" เอมเบอร์ ส่งเสียงเรียกเบาๆเเต่เธอไม่สนใจฟัง ได้เเต่ต่อล้อต่อเถียงกับปลายสายโบกไม้มือไปมาในอากาศ ผมรู้สึกฉุนจึงกระเเอมไอขึ้นทีหนึ่ง เธอจึงรู้ตัว

"เเค่นี้ก่อน” เธอว่า ” เเล้วอย่าปิดเครื่องหนีเชียว" เธอวางสายเเล้วหันกลับมาหาลูกสาว ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองผม

"ลูกสาวคุณหกล้มที่กราบเรือ ผมพาเธอมาส่ง" ผมพูดเรียบๆ เธอดูตกใจที่เห็นผม ก่อนละสายตาไปมองลูกสาว

"เอมเบอร์ เเม่บอกกี่ครั้งเเล้วว่-" เธอเริ่มขึ้นเสียงอีกครั้ง

"หนูบอกเเม่เเล้วเเต่-"

"เธอบอกว่าบอกคุณเเล้ว เเต่คุณไม่ได้สนใจฟัง" ผมตอบเเทน เธอคลายคิ้วขมวดลง เเล้วดึงเเขนลูกสาวเธอกลับไปนั่งข้างๆ

"ขอบคุณมากค่ะ"

"อย่าปล่อยให้เด็กออกไปที่ข้างเรือคนเดียวอีกนะครับ" ผมจบบทสนทนาห้วน ๆ เเล้วหันหลังกลับ เสียงเธอดังไล่หลังมา

"นี่คุณจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ?"

นั่นเเหละที่ผมได้พบเธออีกครั้ง...

เราออกมาคุยกันที่กราบเรือ เธอเปลี่ยนไปมาก ผมจำเธอไม่ได้เลยเเม้เเต่น้อย เธอจมูกโด่งตาสองชั้น ผิวเเทน ไม่เหมือนกับหญิงสาวในอดีตที่ผมฝันถึงบ่อย ๆ

"ศัลยกรรมน่ะ" เธอไขข้อข้องใจทั้งหมดในครั้งเดียว

"เหรอ?" ผมฝืนตอบ ไม่รู้เพราะเธอเปลี่ยนไปมาก หรือการคุยกับเเฟนเก่ามักทำให้รู้สึกประหม่ากันเเเน่ เธอสังเกตเห็นได้จึงเริ่มถามเรื่อยเปื่อย

"คุณล่ะ? เเต่งงานรึยังคะ"

"ผมเเต่งเเล้ว หย่าเเล้ว"

"อา...แบบนี้ฉันก็ชนะสิ"

"ชนะ?"

"ก็ชีวิตฉันมีความสุขกว่าคุณ เวลาเรารู้เรื่องเเฟนเก่า ถ้าเขาเเย่กว่าก็ถือว่าเราชนะค่ะ ฮ่าๆ"

"คุณมีความสุขกว่าผมเหรอ?"

“ก็...มีความสุขมั้ง” เธอเหม่อลอย "เท่าที่จะมีได้" คลื่นทะเลส่งให้ตัวเรือวูบไหวน้อยๆ ไม่มีเสียงอื่นใดอีกนอกจากเสียงคลื่นซ่าๆ กับมวลความรู้สึกชวนอึดอันของคนสองคนที่กราบเรือนี้

"คุณมีลูกสาวเเล้ว เธอน่ารักดีนะ" ผมพูดขึ้นทำลายความเงียบ

"ซนเป็นบ้าต่างหาก"

"ผมไม่ได้ยินข่าวคุณเลย รู้ไหม เกือบ10ปีได้"

"ฉันไปอยู่ต่างประเทศมาค่ะ"

"เหรอ?"

"ใช่ ออสเตรเลีย ที่่นั่นคนไทยเยอะนะ"

"คุณมีสามีฝรั่ง ลูกสาวคุณถึงได้-"

"ใช่เลยค่ะ" เธอยิ้ม "เเต่เเฟนฝรั่งไม่เห็นดีอย่างคนเค้าว่าเลยนะ"

"หย่ากันแล้วเหรอ?"

"ถ้าเค้ายอมหย่าให้คงดี"เธอกลับไปเหม่อมองทะเลอีกครั้ง"ตอนนี้ฉันเเค่รู้สึกเหนื่อย เเล้วก็คิดถึงบ้านมากๆเลย"

"..."

"มันเหมือนเราหยุดอยู่กับที่เลยนะ เวลาเราอยู่บนเรือเเบบนี้" เธอว่า "เหมือนคลื่นเเค่เคลื่อนผ่านไปเฉยๆ เเต่เรายังอยู่ที่เดิม"

"ดูเหมือนมันไม่เคลื่อนที่เลยใช่ไหม?"

"ใช่...เหมือนเรา อยู่กลางทะเลที่เรามองไม่เห็นจุดหมายเลย" แสงแดดส่องกระทบเรือนผมดำเงาของเธอจนกลางเป็นสีแดง มวลความรู้สึกบางอย่างเคลื่อนที่ไปมาอยู่ในอก

"คุณมีธุระอะไรที่่เกาะสมุย?" ผมถามขึ้นทำลายความเงียบ

"คุณลืมเหรอ? เกาะสมุยคือบ้านเกิดฉัน" เธอหันมายิ้ม "จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้หย่ากับคุณ" เธอหัวเราะ

"ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอก"ผมฝืนหัวเราะ

"คุณล่ะ มาเที่ยวเหรอ? คนเดียวแบบนี้มาเลียเเผลหรือมาหาคู่ขาล่ะ?"

"ก็ทั้งสองอย่างนั่นเเหละ" ผมยิ้มให้เธอ เธอยิ้มตอบ เรากลับมามองทะเลกันอีกครั้ง

"รู้ไหมบางทีฉันก็ฝันถึงคุณนะ บางทีก็คิดถึงเรื่องเก่าๆ" ผมหยุดหายใจ ภาพความฝันบนเครื่องบินลำนั้นตลบกลับเข้ามาในความคิด

"เหรอ?"

"ไม่ไช่เเบบ รู้สึกว่าตัดสินใจผิดไปนะ ฉันก็เเค่ฝันถึงเรื่องเรา เข้าใจใช่ไหม?"

"เหมือนกัน"

"คุณก็ฝันเหรอ?"

"ใช่"

"ตอนนั้นฉันคงยังสาวยังสวย"เธอหัวเราะ"ฉันในความฝันคุณเป็นไงคะ"

"ก็ขี้บ่นเหมือนเดิม ฮ่าๆ" เธอตีเเขนผม "น่าจะเป็นเรื่องการพนันหรืออะไรนี่เเหละ"

"คุณเลิกเล่นพนันรึยัง?"เธอทำหน้าซีเรียส"หรือหมดตัวเเล้วกำลังหนีหนี้"

"เลิกเเล้ว เลิกนานเเล้ว จะบ้าหรือคุณ" ผมหัวเราะ เธอคลายคิ้วขมวด ผมเห็นเรืออีกลำเเล่นสวนมาที่เส้นขอบฟ้า

"ดูซิ เรือออกจากเกาะกำลังมา เราคงไกล้ถึงเเล้ว" ผมบอก

"..."

"ถ้่ามันเข้ามาไกล้ คุณว่าถ้าเราโบกมือให้ คนในเรืออีกลำจะเห็นไหม?" เธอยังคงเงียบงันอยู่อย่างนั้น ผมรับรู้ได้ว่าเธอโกรธ

"คุณไมน่่าทำอย่างนั้นเลยนะ ตอนนั้น" เธอพูดเเผ่วเบา

"ตอนไหน"

"ที่ขโมยสร้อยฉันไปขาย เอาไปใช้หนี้พนันน่ะ"

"อ่า ผมขอโทษนะ..." ผมมองเรืออีกลำที่กำลังไกล้เข้ามา

"ตอนนั้น ทำไมคุณไม่รู้จักคิดเลยนะ"

"ก็บอกเเล้วไงว่าขอโทษ ผมรู้ว่าคุณรักสร้อยเส้นนั้นมาก"

"ไม่" เธอส่ายหน้า "ฉันเสียใจที่ ผู้ชายที่ฉันคิดว่ารู้จักดี ทำฉันแบบนี้"

เรือลำนั้นเเล่นสวนมา บดบังเเสงอาทิตย์ตกดินจนเกิดเป็นเงามืด ชั่วขณะนั้น ผมมองหน้าเธอ เธอมองหน้าผม ความอัดอั้นในอดีตหวนกลับมา ปะทุเป็นคำพูดบางคำที่เฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว

"ผมพยายามตามสร้อยเส้นนั้นมาคืนให้คุณนะ"

"..."

"ผมยอมซื้อมันด้วยราคาที่มากกว่าหลายเท่า ถ้าผมสามารถจะทำ"

"..."

"เเต่มันก็...ถูกส่งไปหลายทอดมาก จนผมตามกลับมาให้ไม่ได้ ผมเเก้ไขไม่ทัน"

"...."

"ผมพยายามเเล้วที่จะเเก้ไข เเต่ผมเเก้ไขมันไม่ทันเเล้ว" ผมสูดลมหายใจ "มันหายไปเเล้ว ผมเเก้ไขอะไรไม่ได้เเล้ว"

"..."

เรือลำนั้นเเล่นผ่านไป เเสงเเดดกลับมาส่อง เธอกลับไปที่ห้องผู้โดยสาร...

ผมกลับมานั่งที่ท้ายเรือ กับความรู้สึกเเปลกประหลาด ผมเสียใจที่ใช้อารมณ์กับเธอ ทั้งๆที่เราอุตส่าห์มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง บางทีผมคงรอโอกาสที่จะได้อธิบายเรื่องนี้กับเธอมานานเเล้วก็ได้ ความทรงจำระหว่างผมกับเธอมักเป็นส่วนที่ผมหลีกเลี่ยงไม่แตะต้องมาโดยตลอด เป็นความรู้สึกเก่าๆที่ตลบกลับขึ้นมาฟุ้งจนผมทำตัวไม่ถูก ท้องฟ้า หมู่เมฆ และน้ำตาของลูกผู้ชายที่ความสูงสามหมื่นฟุต อ้อนวอนยื้อยุดอย่างไร้ศักดิ์ศรี เพื่อความรักจบลงไปตั้งนานแล้ว...

ผมหยิบหนังสือจากกระเป๋าขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เเล้วตัดสินใจใช้เวลาตลอดการเดินทางที่เหลือกับมัน เรือค่อยๆลดความเร็วลง ผมเห็นคนในห้องพักเริ่มออกมาออกันที่ทางเดิน ผมยืนอยู่ในเเถวนั้นด้วย ผมรู้สึกได้ถึงแรงดึงบางอย่างที่ด้านหลังของเสื้อ หันไปเห็นมือเล็กๆกำลังฉวยชายเสื้อของผมไว้

"นิราศคืออะไร?"เจ้าของมือนั้นพูดขึ้น คือเธอกับลูกสาวฝรั่งตัวน้อยนั่นเอง

"นิราศ หนังสือที่ผมอ่านเหรอ?" ผมชูขึ้นให้เธอดู

"ใช่ๆ นิราศภูเขาทอง เกี่ยวกับอะไรคะ?"

"มันเป็นเหมือน บทกลอน บทกวีน่ะ"

"เหรอ แล้วนิราศมันแปลว่าอะไร?"

"นิราศแปลว่าการจาก" ผมยิ้ม "เป็นวิธีการที่กวีใช้บันทีกสิ่งที่ผ่านไปเเล้ว"

"คุณยังบ้ากลอนเหมือนเดิมนะ" เธอหัวเราะเบาๆ เราค่อยๆเดินลงจากเรือ เเล้วเดินต่อบนทางเดินทอดยาวของท่าเรือเข้าสู่ฝั่ง ผมเดินตามหลังเธอไป ไม่มีบทสนทนาอื่นอีก นอกจากภาพสะท้อนมากมายจากความทรงจำ ตอนที่เธอยิ้ม ตอนเธอหัวเราะ ตอนเธอเป็นไข้สูงจนผมต้องเช็ดตัวให้ ตอนเธอร้องไห้ ตอนเธอซุกเข้ามาในอ้อมแขน ตอนเธอใช้นิ้วลูบไล้สันจมูกของผมแล้วบอกผมว่ารัก ตอนเธอดีใจที่ได้สร้อยเส้นนั้น ตอนผมเป็นไข้หนัก ตอนที่เธอกุมมือผมไว้แล้วบอกว่าผมจะไม่เป็นไรเพราะมีเธออยู่ข้างๆเสมอ

ตอนที่เธอ...ดึงมือของผมออก แล้วหันหลังเดินจากไป...

เธอหยุดยืนเจรจากับคนขับรถตู้ก่อนอุ้มลูกสาวขึ้นรถตู้ เธอหันกลับมามองผมนิดหนึ่ง ก่อนขึ้นตามไป ประตูรถปิดลง ความฝันจบตรงนี้ ผมตื่นขึ้น...

บนเตียงนอนของรีสอร์ทหรูสักแห่งบนเกาะสมุย ผมลุกขี้นช้าๆก่อนเดินออกไปที่เฉลียง อันมีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่กลืนหายไปกับทะเลสุดลูกหูลูกตา ฟ้ายังคงมืดอยู่ เเต่พระอาทิตย์กำลังขึ้นเเล้ว ผมนั่งลงข้างๆสระ เเล้วเฝ้ามองจุดสีส้มบนเส้นระนาบนั้นขยายใหญ่ขึ้น

ผมไม่ฝันถึงเธอในอดีตอีกเลย กลับกัน ภาพบทสนทนาบนเรือเมื่อสองวันก่อนเข้ามาเเทนที่ บางทีมันคงเหมือนกัน ผมเเละเธอเคยใช้ชีวิตร่วมกันมานาน จนเเยกจากกัน จนกลับมาเจอกันอีกครั้ง เเค่ห้วงสั้นๆเหมือนเรือที่่เเล่นสวนกันในมหาสมุทร ก่อนมุ่งหน้าไปยังความเวิ้งว้างของชีวิตที่ไม่มีใครรู้จุดหมาย

เเสงอาทิตย์ส่องไปทั่วท้องน้ำ ผมมองเห็นเรือลำหนึ่งที่เส้นขอบฟ้า ผมยิ้ม

นิราศแปลว่าการจาก

เป็นสิ่งที่กวีใช้บันทึกสิ่งที่ผ่านไปเเล้ว
SHARE
Writer
homunchus
มังกรตลอดกาล
เขียนเเบบที่ชอบอ่าน

Comments

Newchapter
3 days ago
อ่านแล้วเมื่อเดือนกรกฎาในอีกเว็บ แต่ก็อ่านอีกค่ะ
Reply
homunchus
3 days ago
ขอบคุณครับ ขอบคุณที่เข้าไปอ่านในอีกเว็ปด้วยนะครับ