สิ่งสำคัญของหัวใจ
นิ้วกลม::
เราจะลดความกลัวในใจตัวเองได้อย่างไรครับ

อ.ประมวล::
ลดความอยากเรื่องส่วนตัวให้น้อยลง วางใจเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติให้มากขึ้น ลองสังเกตดู คนที่กลัวมากจะไม่วางใจอะไรเลย แม้แต่คนใกล้ชิด จริงๆ แล้วเส้นทางชีวิตเราเป็นต้นเหตุทำให้เรากลัวด้วยเหมือนกัน เหมือนเราขีดเส้นแบ่งไว้ นึกถึงภาพเด็กตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นโทษ ก็เอามือเข้าไปแหย่ในช่องปลั๊กไฟ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหยิบอะไรเข้าไปในปาก สิ่งนั้นอาจจะเป็นโทษก็ได้ นี่คือสิ่งที่ผู้ใหญ่มองไปที่เด็กแล้วสอน เมื่อโตขึ้นมา เราก็ค่อยๆ แยกแยะว่าสิ่งใดบ้างที่ต้องกลัว จริงๆ การรู้จักแยกแยะนั้นถูกแล้ว แต่บางคนบ่มเพาะความกลัวมามาก จนกลายเป็นว่าอะไรก็น่ากลัวไปหมด

เราคุยกันมาทั้งหมดเพื่อสลายความกลัว ในชีวิตแต่ละวันผมพยายามรับรู้อารมณ์ที่ปรากฏ ที่เราเสพว่ามันเจือปนความรู้สึกเห็นแก่ตัว ความรู้สึกขัดเคือง ความกลัวอยู่ด้วยหรือไม่ มันแยกเป็นส่วนๆ ไม่ได้ มันจะพันๆ กัน

วันหนึ่ง ผมเดินทางมาจากหัวหินจะมาขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมืองตอนบ่ายแก่ๆ พอถึงเวลาเช้าแล้วป้าเงาะซึ่งเป็นคนที่รับหน้าที่ขับรถมาส่งบอกผมว่า “อาจารย์ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่องบิน” เพราะว่าแกต้องเอาผมมาส่งที่คิวรถตู้ที่หัวหิน ผมต้องนั่งรถตู้จากหัวหินมาลงอนุสาวรีย์ขัยสมรภูมิ และขึ้นแท็กซี่หรือรถเมล์ไปดอนเมือง นี่คือกำหนดการ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยรีบเร่ง สุดท้ายตอนขับรถมา แกขับซิ่งเลย เพราะกลัวผมตกเครื่องบิน แกขับเร็วมาก ผมเลยพูดเล่นว่า “ป้าเงาะ ตกเครื่องบินไม่เป็นไร แต่อย่าเกิดอุบัติเหตุ” และผมก็นั่งคุยกับป้าเงาะว่า “ป้าเงาะ ถ้าผมไม่ทันเครื่องบิน มันต้องมีอะไรอื่นที่ดีกว่าการขึ้นเครื่องบินรอคอยผมอยู่ แต่ในอดีตผมไม่เคยสัมผัสสิ่งนี้ เพราะผมไปทันเครื่องบินทุกครั้ง” ป้าเงาะแกก็ขับมาถึงตลาดหัวหิน แล้วมีรถตู้คันหนึ่งที่กำลังจะออก รถตู้คันนั้นเลยเวลาออกมา 10 นาทีแล้ว แต่ยังขาดผู้โดยสาร 1 คน เป็นที่ว่างสำหรับผมพอดี ผมก็บอก “ป้าเงาะดู มีคนรอผมตั้ง 10 นาที” พื้นที่ในใจของเราต้องทำให้เกิดพื้นที่ของความไว้เนื้อเชื่อใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นเสมอ เป็นพื้นที่ความรู้สึกว่า ‘ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ก็ต้องมีสิ่งโน้น’ ถ้าผมขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ก็ต้องมีอะไรบางอย่างที่ผมต้องเรียนรู้

อีกเหตุการณ์ที่เป็นความรู้สึกที่ชัดมาก ตอนที่ผมไปอินเดีย วันสุดท้ายที่กลับมาจากอินเดีย ผมซื้อตั๋วเครื่องบินของแอร์อินเดียกลับประเทศไทย ตอนไปเช็คอิน กระเป๋าผมไม่ผ่านเพราะน้ำหนักเกิน เขาก็บอกให้ผมรอ เพราะไม่มีเงินสด ต้องใช้เครดิตการ์ด แต่เจ้าหน้าที่เช็คอินเขาบอกว่า เขาไม่สามารถรับเครดิตการ์ดตอนนี้ได้ ผมก็เข้าใจว่าเขาจะทำให้ผมเมื่อเขาเสร็จกิจอื่นๆ เลยยกกระเป๋าไปยืนรอ จนกระทั่งผู้โดยสารทุกคนเช็คอินหมด ผมจึงเอาบัตรโดยสารและพาสปอร์ตไปยื่นเขาอีกครั้งหนึ่ง เขาบอกว่าเขาออกเวรแล้ว แล้วก็ลุกไปเลย ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือ ‘หรือผมมีเหตุให้ต้องอยู่อินเดียต่อไป เทพแห่งอินเดียยังไม่อนุญาตให้ผมกลับไทย มีบทเรียนดีๆ รอมอบให้ผมอยู่’ ผมเลยคิดว่าเอายังไงดี เพราะมีเวลากำหนดว่าผู้โดยสารจะต้องเช็คอิน 45 นาทีก่อนเครื่องออก

ขณะที่ผมยังไม่รู้จะทำยังไง ก็มีเจ้าหน้าที่แอร์อินเดียคนใหม่ที่เป็นผู้หญิงเข้ามานั่งที่เคาน์เตอร์เดิม ผมเกิดความรู้สึกมหัศจรรย์มาก เพราะขณะยืนรอผมไม่ได้ยืนเฉยๆ แต่ยืนภาวนาถึงพระแม่ปรัชญาปารมิตา พอเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมานั่ง ผมมีความรู้สึกว่า “อ๋อ ผมรอผู้หญิงคนนี้นี่เอง”

พอผู้หญิงคนนี้นั่งประจำตำแหน่ง ผมบอกเธอว่า “ผมเป็นผู้โดยสารเที่ยวบินของคุณ ที่เช็คอินไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมมาเป็นคนแรก แต่เขาไม่รับบัตรเครดิตเพื่อจ่ายเงินค่าน้ำหนักเกิน คุณช่วยรับและเช็คอินให้ผมหน่อย” เขาแบมือรับมาแล้วยื่นเครดิตการ์ดคืน เหมือนไม่ต้องการเงินจากผม คีย์ข้อมูลสักพัก แล้วจึงยื่นบอร์ดดิงพาสต์ให้ผม แล้วก็บอกว่า “เครื่องกำลังรออยู่ ขอให้คุณเดินทางโดยสวัสดิภาพ” ผมยกมือไหว้เธอ คือไหว้พระแม่ปรัชญาปารมิตาเพื่อบอกตัวเองว่า ผมจะจากอินเดียไป พระแม่ปรัชญาปารมิตาจึงมาส่ง แต่เมื่อผมมานั่งบนเครื่องบินแล้ว ผมรู้เลยว่า นี่คือบทเรียนยิ่งใหญ่ที่ผมต้องใช้ไปตลอดทั้งชีวิตคือ บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ต้องหวั่นไหวหวาดกลัว ขอให้วางใจ นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘ผมไว้เนื้อเชื่อใจธรรมชาติ’ มันเกิดขึ้นจากบทเรียนในวันนั้น

ที่ผมพูดเพื่อให้เข้าใจว่า สิ่งที่เป็นความหมายสำคัญของความมั่นคง คือความรู้สึกที่ไม่หวั่นไหวหวาดกลัว นี่คือความหมายที่สำคัญ เพราะความไม่มั่นคงมาจากความกลัว ความกลัวมาจากความไม่มั่นใจในสิ่งที่เห็น สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ในภาษาทางศาสนาถึงบอกว่า เราต้องมีความเชื่อมั่น ต้องมีศรัทธา ผมมีศรัทธาในธรรมชาติที่จะจัดสรรสิ่งต่างๆ ให้กับผม ผมเลยรู้สึกว่าผมไว้เนื้อเชื่อใจธรรมชาติว่ามันต้องมีสิ่งดีๆ รอให้เราสัมผัสอยู่ ถ้าพลาดสิ่งหนึ่ง ก็ต้องมีอีกสิ่งหนึ่ง

#หนังสือ #สิ่งสำคัญของหัวใจ
#KOOB #P02
#ตุลาคมนี้
SHARE
Writer
Unaii
chick chick
Let's smile

Comments