7 วิธีทำอย่างไรให้มีความสุขกับการทำงาน
แน่นอนว่า ใครๆ ก็ต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงินใช้ มีงานที่รักทำ แต่ถ้าเรายังไม่ได้ทำงานที่เรารัก หรือทำงานที่รักแต่มีความท้าทายมาก เราจะยังยิ้มแย้มอยู่ได้ไหม เราจะทำอย่างไรให้เรายังคงมีความสุขไปกับการทำงานได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม

1. ทำให้น่าอยู่
ถ้าเราได้นั่งทำงานท่ามกลางสวนดอกไม้สวยๆ ชายทะเลน้ำใส หรือรีสอร์ทหรูๆ คงจะดีนะ แต่ว่า..ถ้าเราไปทำงานในที่แบบนั้นไม่ได้ ทำไมเราไม่ลองทำให้ที่ทำงานของเราน่าอยู่ขึ้นล่ะ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนให้สวยทั้งตึกนะ แค่ปรับเปลี่ยนโต๊ะทำงานของเราให้น่ามอง อยู่แล้วสบายใจ

- จัดโต๊ะทำงานให้โล่งๆ ช่วยทำให้เราสมองโล่ง พร้อมทำงาน
- จัดเอกสารเข้าแฟ้ม งานที่ค้างเก็บใส่ลิ้นชักรอดำเนินการ เก็บไฟล์ในคอมพิวเตอร์ลงโฟลเดอร์ตามหมวดหมู่ ทำให้สมองมีระบบระเบียบมากขึ้น มีสมาธิโฟกัสกับงานที่อยู่ตรงหน้า ทำงานเสร็จเร็วขึ้น
- ตกแต่งให้น่านั่งด้วยของที่เราชอบ เช่น วางต้นไม้จะได้สดชื่น ติดรูปถ่ายจะได้มีแรงบันดาลใจ เลือกเครื่องเขียนน่ารักๆ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เป็นต้น
- แม้ว่าจะเป็นสถานที่ชั่วคราว ไม่ใช่บ้านของเราก็ตาม เราก็ควรทำให้น่าอยู่ น่าทำงาน เราจะได้มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น


2. เริ่มต้นวันด้วย Podcast ดีๆ
Podcast คือ รายการที่ฟังทางอินเทอร์เน็ต เช่น ช่องจาก Youtube เลือกฟังหัวข้อที่สนใจเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างน้อยวันละ 1 เรื่อง จะทำให้เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยเรื่องดีๆ และรับพลังงานบวกๆ พร้อมลุยงาน ถ้าสามารถฟังได้ระหว่างการทำงาน ลองฟังตอนเริ่มต้นการทำงาน แต่ถ้าไม่สะดวกเพราะเป็นงานบริการ หรืองานที่ไม่ได้นั่งโต๊ะทำงาน อาจฟังตอนเช้าที่บ้านก่อนมาทำงานแทน

เปลี่ยนจากการฟังข่าวลบๆ ตั้งแต่เช้า เพื่อป้องกันไม่ให้เราใส่แว่นความคิดลบออกไปทำงาน และลดการฟังเพลงแนวอกหัก เพื่อให้เราไม่รู้สึกเศร้า เหมือนคนอกหักไปทำงาน เปลี่ยนมาฟังอะไรที่มันสร้างสรรค์อย่าง Podcast พัฒนาตนเอง เพื่อให้เรามีวิธีคิดที่เติบโต มองโลกในแง่บวก และพร้อมรับวันใหม่ด้วยความสุขมากขึ้น


3. ทำงานด้วยใจ สื่อสารด้วยใจ

ทำงานทั้งที ควรทำด้วยใจ ใจจึงจะมีความสุข
- รู้หัวใจของการทำงานนั้น ว่างานนั้น ทำเพื่ออะไร เช่น เพื่อให้เข้าใจ ให้กำลังใจ ให้ความรู้ สร้างสิ่งใหม่ ให้ทางนำ ให้ผลผลิต ให้ความบันเทิง ช่วยแก้ไขปัญหา ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวก หรือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น เมื่อเรารู้เหตุผลที่จะทำงาน เราจะทำด้วยใจเต็มร้อย มองข้ามเรื่องที่ไม่ใช่เป้าหมาย ทำงานได้ตรงวัตถุประสงค์ของงานมากขึ้น

- ทำงานด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ จริงใจมีหลายอย่าง เช่น จริงใจกับงาน จริงใจกับองค์กร จริงใจกับเพื่อนร่วมงาน และจริงใจกับลูกค้าหรือผู้รับบริการ ฯลฯ ตัวอย่างเช่น เรามาทำงาน เราก็ควรใช้เวลาที่มีทำงานจริงๆ จะได้ไม่รู้สึกผิดทำงานนอกเวลางาน หรือทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ให้บริการลูกค้าด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เป็นต้น

- ทำงานเต็มหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ทุ่มเทด้วยใจที่หวังจะให้งานออกมาดี มีคุณภาพ ใส่ใจในรายละเอียดที่สำคัญ ไม่รับแต่ชอบอย่างเดียว ต้องกล้ารับผิดและแก้ไขให้ดีขึ้น หากอยู่ในความรับผิดชอบของเรา

- สื่อสารด้วยใจ เพื่อให้เราสื่อสารด้วยความตั้งใจดี ให้เขาเข้าใจ เมื่อเราตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นงาน คำพูด ก็จะออกมาดีเพราะใจที่ตั้งใจดี


4. ให้รางวัลตัวเองด้วยการพัก
การพักเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เราสามารถทำงานไปได้ทั้งวัน และทำไปได้ทั้งปี โดยไม่เหน็ดเหนื่อยมากนัก

- พักระหว่างทำงาน เพื่อเป็นการชาร์ตพลัง และยินดีกับความก้าวหน้าในงานที่ทำ เหมือนเป็นการบอกกับตัวเองว่า เราทำงานเสร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะ การพักไม่จำเป็นต้องพักหลังจากทำงานชิ้นนั้นเสร็จ อาจจะทำให้เราหมดแรงไปซะก่อน พักระหว่างทาง ทานขนมที่ชอบหรือดื่มน้ำผลไม้ก็จะช่วยให้เราสดชื่นขึ้น

- พักผ่อนด้วยการลา ยินดีกับความสำเร็จในการทำงาน เลือกช่วงเวลาที่มีงานน้อยที่สุดและไม่กระทบกับผู้รับบริการ ลาพักผ่อนไปสัก 1 สัปดาห์ (ถ้าทำได้) หรืออย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้เรามีเวลาชื่นชมกับธรรมชาติ หรือให้เวลากับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น เพื่อเป็นการให้รางวัลตัวเอง


5. สนุกกับการเรียนรู้
ในทุกๆ วันที่เราทำงาน จะเจอเรื่องราวให้เราต้องฝึกขบคิดแก้ปัญหา เผชิญหน้ากับความท้าทาย เรียนรู้ความแตกต่าง และเพิ่มทักษะใหม่ บางครั้งเราอาจจะเจอปัญหาอุปสรรคเดิมๆ กับคนใหม่ หรือคนเดิม ก็เพื่อฝึกให้เราปรับวิธีคิด เปลี่ยนวิธีการ แล้วจึงจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป

- เรียนรู้ในงาน ทำตัวเหมือนน้องใหม่ในที่ทำงาน ที่อะไร ๆ ก็น่าเรียนรู้ไปซะหมด อะไรที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด ก็กล้าเปิดใจ ยอมรับความท้าทายในงานนั้น และทำตัวให้เหมือนรุ่นพี่มือโปรในที่ทำงาน ที่เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ก็ไม่บ่น ไม่โทษใคร และพร้อมจัดการแก้ไขให้ผ่านไปได้ด้วยดี เรียนรู้ด้วยใจที่รู้ว่า งานจะทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้น และเราจะสนุกกับการทำงานมากขึ้นอีกด้วย

- เรียนรู้ผู้คน แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีแสดงออก และวิธีการใช้ชีวิตของแต่ละคน ฝึกรับฟังเพื่อเรียนรู้ความคิดและความต้องการที่แท้จริง ฝึกสื่อสารด้วยวิธีการที่แตกต่างกันเพื่อให้เข้ากับคนแต่ละคน เมื่อเราพร้อมที่จะมาเรียนรู้ผู้คน เราจะยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน และทำงานด้วยความสุขมากขึ้น แต่ต้องไม่ใช่การเรียนรู้เพื่อนำเรื่องราวของเขาไปเม้าท์มอยนินทานะ เพราะนั่นไม่ใช่ทำเพื่อการเรียนรู้ แต่เพื่อจับผิดคนอื่นให้เรารู้สึกดีมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

 
6. มองหาเพื่อนร่วมงานดีๆ
เพื่อนร่วมงานมีส่วนที่จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานได้ เพราะจะคอยให้กำลังใจ ช่วยเหลือเราในเวลาที่เราทำงาน ลองมองหาใครสักคนในที่ทำงาน ที่จะทำให้เรารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้มองเขา เพราะเราจะมีตัวอย่างที่ดี ช่วยให้เรามีกำลังใจในการทำงาน

- ใครที่มีเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนสนิทนับว่าโชคดีจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเพื่อนแท้ในที่ทำงานได้ ในสังคมของการทำงานมีทั้งคนจริงใจและไม่จริงใจ ให้เรามองหาเพื่อนที่ดี จริงใจ เพื่อให้เราเองมีจิตใจที่ดี มีทัศนคติที่ดี มีอะไรจะได้แบ่งปัน ช่วยเหลือ และให้คำปรึกษากัน

- ถ้ายังไม่เจอเพื่อนสนิท ก็อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเราได้ หากมีอะไรที่เราไม่รู้ ไม่เข้าใจ จะได้ขอคำปรึกษา วิธีคิดที่เป็นผู้ใหญ่ วิธีการทำงานของรุ่นพี่จะทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจโลกของการทำงานได้ดีขึ้น

- ถ้าใครที่มีทั้งเพื่อนสนิทหรือรุ่นพี่ ถือว่าคุณโชคดีมากๆ เพราะเราจะรู้สึกอุ่นใจที่มีเพื่อนมีพี่ในที่ทำงาน ทำให้เรามีประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน


7. เขียนคำขอบคุณทุกวัน
เราไม่สามารถมีความสุขได้เต็มที่ หากทุกๆ วันที่เราทำงาน เรามีอคติ คิดลบกับการทำงาน ซึ่งวิธีที่จะช่วยพลิกความคิดของเราให้กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง คือ ยอมรับและเรียนรู้ พร้อมทั้งมองโลกในแง่บวก เพื่อทำให้เรามีความสุขในการทำงานมากขึ้น คือ การเขียนขอบคุณลงไปในไดอารี่ (Diary) ทุกๆ วัน

- เลือกเขียนเรื่องที่จะขอบคุณสั้นๆ เพียงวันละ 2-3 เรื่องอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ วัน เพื่อให้กลายเป็นนิสัยใหม่ที่จะช่วยให้เรามีความสุขในการทำงานมากขึ้น

- เขียนขอบคุณในสิ่งที่เรามี เราจะพอใจในชีวิตมากขึ้น เช่น ขอบคุณที่ยังมีงานทำ ขอบคุณที่มีเงินเดือน เป็นต้น จะทำให้เราพอใจในงานที่ทำ เพราะยังดีกว่าไม่มีงาน ไม่มีเงิน

- เขียนขอบคุณในสิ่งที่ได้รับ จะยิ่งรับเพิ่มขึ้น เช่น ขอบคุณที่น้องคนนั้นช่วยงาน ขอบคุณที่ได้ไปอบรมเพิ่มทักษะ ขอบคุณหัวหน้าที่ให้งานสำคัญเราทำ เป็นต้น การได้รับโอกาสดีๆ ได้รับน้ำใจดีๆ จากคนอื่น ทำให้เรายิ่งอยากจะแบ่งปันให้คนอื่นด้วย และเมื่อเรายิ่งให้ เราก็ยิ่งได้รับจากคนอื่นเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดเช่นกัน

- การเขียนขอบคุณทำให้เราเขียนได้เฉพาะด้านบวก แม้เจอเรื่องไม่ดี ก็ฝึกให้เราคิดหาด้านบวกได้ เช่น ขอบคุณตัวเองที่ใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิม สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น เป็นต้น การเขียนขอบคุณช่วยฝึกให้เรามองโลกในแง่ดี ลดอคติในการทำงาน ลดการจับผิดคนอื่น และมองเห็นด้านบวกของเพื่อนร่วมงาน/ผู้รับบริการง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เราฝึกเป็นคนมีความคิดที่สร้างสรรค์ สามารถจัดการงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น มีไอเดียดีๆ ใหม่ๆ มากขึ้น

- การเขียนขอบคุณสั้นๆ ฝึกให้เราโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญกับชีวิตเรา เวลาเราไปทำงานจะมองข้ามสิ่งที่ไม่สำคัญง่ายขึ้น เช่น หลีกห่างจากการเม้าท์มอยนินทาเพราะทำให้เราเสียเวลาทำงาน ยิ่งกลับบ้านช้า ส่งงานไม่ทัน หรือมองข้ามเรื่องหยุมหยิมที่เข้ามาในแต่ละวัน ทำให้มีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เรามีความรับผิดชอบในการทำงาน ไม่หัวร้อน หัวเสียกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แล้วโฟกัสไปที่การจัดการงานให้ผ่านไปได้ด้วยดีเร็วขึ้น

- การเขียนขอบคุณ ทำให้เรามองโลกตามความเป็นจริง มองคนอื่นเท่าเทียมกันกับเรา รักตัวเองมากขึ้น ไม่ดูถูกตัวเอง เหมือนมองว่าตัวเองเล็กกว่าคนอื่น และไม่ลำพอง หรือลืมตัว เพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น

และที่สำคัญที่สุด การเขียนขอบคุณลงไปในไดอารี่ทุกๆ วัน จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรามีนิสัยที่ดีในการทำงานเพิ่มขึ้น รู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้ว่าเรามีจุดแข็งเรื่องอะไรที่ควรโฟกัสเพื่อให้เวลาในการพัฒนาจุดแข็งให้แกร่งขึ้น มีจุดอ่อนอะไรที่เราควรยอมรับและหาทางปรับให้เพียงพอผ่านและไม่เสียเวลาไปกับการพยายามแก้ไขจุดอ่อน 

เมื่อเรารู้จัก เข้าใจตัวเอง เราจะพอใจในสิ่งที่เราเป็น มั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเอง และยิ่งรักตัวเองมากขึ้น และเมื่อเรารักตัวเองเป็นแล้ว เราจะรู้จัก เข้าใจ และยอมรับในคนอื่นเช่นกัน

วิธีการทั้ง 7 วิธีนี้ จะช่วยให้เรามีความสุขกับการทำงาน พอใจและภูมิใจในงานที่ทำ ทำงานด้วยความรักและรักในงานที่ทำ ยิ่งเรามีความสุขในการทำงาน เราจะยิ่งประสบความสำเร็จกับการทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อเรามีความสุข เราจะยิ่งมีพลังด้านบวก เราจะเปิดใจ เปิดโอกาสให้ตัวเองพัฒนางานให้ดีขึ้นทุกวัน

เพิ่มเติม:
ถ้ายังไม่รู้ หรือไม่แน่ใจ ว่างานนั้น ทำเพื่ออะไร อ่านเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ “ คุณรู้หรือยัง ว่าคุณเกิดมาเพื่อเป็นผู้ให้” ที่ลิงค์ https://storylog.co/story/5b4b3b0c142b25f256ec3c34


Writer: takuma ^ ^
Cr: photo from app Canva
==========
คัดลอกบทความมาจาก www.cheer-up.lnwshop.com/article
สนใจอ่านบทความพร้อมภาพประกอบได้จากเว็บนั้นนะคะ
แต่จะทะยอยลงใน storylog เพื่อความสะดวกอีกทางหนึ่งค่า
SHARE
Written in this book
Start your new life by Diary
ไดอารี่ช่วยให้ชีวิตสุขสำเร็จได้อย่างไร ไปแลกัน!
Writer
takumacheerup
Writer
เป็นกำลังใจให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

Comments