A Bittersweet life
ณ ร้านกาแฟสีเขียวแห่งหนึ่ง ...

Me: “Hot Venti Flatwhite เพิ่มกาแฟ 1shot ค่ะ”

ฉันสั่งเมนูเดิมเหมือนอย่างเคย แต่ไม่เหมือนตรงที่ 
ตอนนี้ฉันเพิ่ม shot กาแฟเข้าไป
ฉันกลายเป็นคนดื่มกาแฟร้อน มากกว่าเย็น 

ทั้งๆที่เมื่อก่อน แค่เป็น Flatwhite มันก็ขมพอแล้ว
สำหรับคนที่กินกาแฟดำไม่ได้อย่างฉัน 
และกลายมาชอบความรู้สึกของการได้กุมแก้วกาแฟอุ่นๆผ่านมือ (ที่ช่าง contrast กับอากาศของประเทศไทย) 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ที่ “ความขม” 
มันแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
และฉันเริ่มที่จะทนทาน

และคุ้นชินกับรสชาติของมันอย่างง่ายดาย
ไม่ว่าจะเป็น รสชาติของเบียร์ แอลกอฮอล์ต่างๆ
ที่จากไม่เคยรับกับรสชาติมันได้เลย เพราะมันขมเกินทน


ตอนนี้ มันกลายเป็นว่า ความขมของ แอลกอฮอล์
ทำให้การคุยหรือบทสนทนาต่างๆเป็นไปอย่างลื่นไหล
และการกล้าเปิดใจกันมากขึ้น 

ฉันคงโตมากพอแล้วสินะ
ถึงมีเรื่องพวกนี้มาอยู่ในชีวิตประจำวันได้

ว่าไปแล้วชีวิตคนเรา ก็เหมือนกับการดื่มกาแฟ 
หรือการดื่มแอลกอฮอล์
ที่ตอนเรายังเด็ก เราคงไม่คิดว่า โตขึ้นมา จะมากินของรสขมแบบนี้ 

เหมือนกับที่โตขึ้นมา โดยไม่รู้มาก่อนว่า เราจะเจอประสบการณ์ชีวิตขมๆ เมื่อไหร่ 
แล้วตอนไหน ที่เราเริ่มยอมรับว่า ประสบการณ์ชีวิตแบบขมๆนั้น มันซึมเข้าไปในส่วนหนึ่งของตัวเราเองเข้าไปแล้ว

ถ้าเปรียบเทียบชีวิตเราตอนนี้ที่ดำเนินมาจนถึง วัย20ปลาย เราขอให้รสชาติชีวิตของเราว่า 
Bittersweet life 
ชีวิต ตอนสุขก็สุขมาก ไม่คิดว่าจะมีทุกข์เกิดขึ้น
แต่ตอนทุกข์มาเยือน ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดหวัง
หรืออะไรก็แล้วแต่ 

มันทำให้เราคิดว่า“ชีวิตคนเราเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย” 


ดังนั้น สิ่งที่ควบคุมได้คือใจของตัวเอง 
ที่จะไม่ให้มันพาเราดิ่งจนจมมาไปตอนที่ “ทุกข์”
หรือเหลิงมากไปจนมองไม่เห็นคนรอบตัวเมื่อเป็น “สุข” 


ตอนนี้ สถานะของชีวิตเราเองคือ “Neutral” แปลว่า ไม่รู้สึก “ทุกข์” แต่ก็ไม่รู้สึก “สุข” เช่นกัน 

สำหรับเรา มันเป็นสถานะชีวิตที่ไม่โอเค เพราะมันทำให้เรากลายเป็นคนที่ไร้ความรู้สึก 
แต่ชีวิตคนเราก็แบบนี้ มันไม่มีง่ายขึ้นหรอก มีแต่จะยากขึ้นเรื่อยๆ แต่เป็นตัวเราเองเนี่ยแหละ ที่ทนทานมากขึ้นจากบทเรียนที่ชีวิตให้เรามา
สิ่งที่เราเรียนรู้จาก bittersweet life ของเราก็คือ
-ใช่ การใช้ชีวิต ยิ่งโตขึ้นมันยิ่งยาก “nobody said it was easy” แต่เราต้องเติบโตจากมัน  เผชิญความผิดหวังต่างๆ ให้เราเป็นคนที่เข้มแข็ง และมีสติมากกว่าเดิม

-ความสุขไม่ได้อยู่ตลอดไปฉันท์ใด ความทุกข์ก็เช่นกัน เราหลับตาลงในคืนมืดมิด และตื่นมาพร้อมแสงสว่างของวันใหม่
การเริ่มต้น ซุกซ่อนอยู่ในทุกเช้าที่เราตื่นมาเสมอดังนั้น การค่อยๆใช้ชีวิตไปนั่นแหละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราพยายามคิดว่า สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ แต่เธอไม่จำเป็น ต้องพยามใช้ชีวิตให้มันดูปกติที่สุดนะ เพราะนั่นแสดงถึงว่าเธอไม่ปกติเอาซะเลย.... 
ทุกๆอย่างในใจ ควรได้รับการปลดปล่อย เราเชื่อแบบนั้น 

แล้วทุกอย่างมันก็จะดีขึ้นเองแหละ สุดท้าย ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่า การให้ความเมตตากับตัวเองและการรักตัวเองอีกแล้ว แล้วชีวิตของคุณล่ะ เป็นรสชาติแบบไหน...? 

SHARE

Comments