Welcome back, mentally healthy me
แปลกดี พอสลัดหลุดแล้วมันหลุดสนิทเลยแฮะ

ก่อนหน้านี้ซัก2-3อาทิตย์ ยังบ่นคิดถึง แล้วก้นอนไม่หลับเพราะหลับตาทีไรเรื่องเดิม ๆ ก้วิ่งเข้ามาในหัวทุกที ที่ผ่านมาเวลาดีขึ้นคือการที่เราพยายามช่างมัน เราพยายามdistractตัวเองด้วยอะไรซักอย่าง แต่ก้ยังพูดเรื่องเดิม ๆ คิดเรื่องเดิม ๆ วนไปวนมาไม่เลิกซักที
.
จะกระทั้งประมาณ1-2อาทิตย์ที่แล้ว ออกไปกินข้าวกับคนที่เพิ่งเริ่มทำความรู้จักกัน แล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่พยายามเอาตัวเองออกมาจากวงจรอุบาทว์ ที่เวียนว่ายอยู่ในความเกลียดชังตัวเองทุกครั้งที่พยายามพูดคุยกับคน ๆ นั้น ที่ได้พยายามทบทวนเรื่องราวทั้งหมดในช่วง2ปีที่ผ่านมา
.
หลังจากได้คิดทบทวน เล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ จนถึงช่วงเวลาในปัจจุบัน โดยที่มองเหตุการณ์ทุกอย่างอย่างรอบด้าน และเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่คิดถึงแค่ช่วงเวลาบางช่วง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือความรู้สึกบางความรู้สึก แต่คือคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น ทั้งพลังกาย พลังใจ พลังชีวิตทั้งหมดที่เราได้ใช้ไปกับเรื่อง ๆ นี้
.
ในที่สุดก้ยอมรับความเป็นจริงได้สักทีว่า เราบังเอิญเจอคนเฮงซวยที่ฉลาดพอที่จะทำให้เราเชื่อว่าลึก ๆ เขาเป็นคนดี ทำให้เราเชื่อมาตลอดว่าโดยเนื้อแท้เค้าเป็นคนที่วิเศษ ทั้งที่จริงไม่ใช่เลย
.
สุดท้ายเราก้มองเห็นความไม่ปรกติของเรื่องนี้ และยอมรับจนได้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนที่แสนวิเศษอะไรเลย เขาแค่เห็นแก่ตัวเกินกว่าที่จะปล่อยให้เราไปจากชีวิตเขาอย่างไม่อาลัยอาวร อย่างที่เราจะไม่หันหลังกลับ
.
เขาไม่ได้ต้องการเป็นเพื่อน เป็นพี่ หรือเป็นอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าในอดีตหรืออนาคต ที่เขาไม่ยอมช่วยให้เราตัดเขาให้ขาดเป็นเพราะเขาแค่ชอบใจที่มีคนที่ให้ความสำคัญกับเขาทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจควบคุมเราได้ตลอดเวลา เราเป็นคนที่เขาสามารถเรียกหาได้เสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน ชอบที่เราพร้อมจะทำให้ทุกอย่างเขาก้คงแค่รู้สึกว่าสึกเหมือนตัวเองเป็นชายผู้ยิ่งใหญ่ มีสเน่ห์และฉลาดเสียจนมีผู้หญิงมาหลงรักและพร้อมทำทุกอย่างให้
.
แล้วเขาก้ใช้ประโยชน์จากตรงนั้นอย่างเต็มที่ แต่ก้ฉลาดพอที่จะต่อว่าต่อขานตัวเองตลอดเวลา ให้เราเชื่อว่าจริง ๆ แล้วเขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และเขาไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร วันหนึ่งเขาจะชดเชยความรู้สึกที่เราเสียไปให้ หรืออย่างน้อยก้จะแก้ไขและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จนเราชื่อสนิทใจว่าเขาเป็นคนที่ควรค่าแก่การรักษาไว้คนหนึ่ง
.

แต่ป่าวเลย เขาไม่ได้ควรค่าแก่การรักษาไว้สักนิด
.
เขาแค่ขลาดกลัวที่จะยอมรับตรง ๆ ว่าที่ผ่านมาเขาก้แค่ใช้ประโยชน์ เอารัดเอาเปรียบความรู้สึกคนอื่น กลัวที่จะแสดงท่าทีไม่ยี่หระ หรือไม่ใยดีความรู้สึกเรา เพราะรู้ว่าถ้าทำแบบนั้นคนแบบเราก้คงไม่มานั่งเสียเวลาฟูมฟายด้วยเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่จริงก้ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่หรอกว่าเราจะรู้สึกยังไง ห่วงแต่ว่าตัวเองจะรู้สึกยังไงเสียมากกว่า
.
เขาเลยให้ความหวังว่าวันนึงเราจะเป็นเพื่อนกันได้ เขาให้ความหวังว่าเขารู้ว่าตัวเองผิดและอยากจะแก้ไขให้มันดีขึ้น เขาให้ความหวังว่าเขาไม่ได้อยากตัดเราออกจากชีวิตจริง ๆ
.
ก้แหงล่ะ... ใครจะอยากไล่คนที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองตัวใหญ่คับฟ้า รู้สึกเหมือนตัวเองนั้นดีเลศกว่าเทพเทวดาองค์ไหน ๆ ให้ไปไกล ๆ ล่ะ
ใคร ๆ ก็อยากมีคนที่ทำให้เรารู้สึกตัวพองสแตนดบายรออยู่ใกล้ๆ พร้อมให้เรียกใช้ทั้งนั้นแหละ
.
ก้นั่นแหละ ในที่สุดเราก้เห็นซักทีว่า คน ๆ นี้เฮงซวยแค่ไหน ขนาดความเห็นแก่ตัวของตัวเองยังยอมรับให้ถึงที่สุดไม่ได้เลย ทั้งที่ไม่สามารถให้อะไรอีกฝ่ายได้แท้ ๆ แต่กับกั๊กเอาไว้ ยื้อความเจ็บปวดของคนอีกคนไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ตัวเองยังรู้สึกดีอยู่
.
.
.
จริง ๆ ทั้งหมดนี้เราเห็นมานานแล้ว เราเห็นมาตลอด แต่เรายังมีความเชื่อ และมีความหวังเล็ก ๆ มาตลอดว่าถ้าเขาไม่อยากรู้จักเราแล้ว และที่ผ่านมาก้แค่คบหาเพื่อผลประโยชน์เรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ เขาจะเป็นคนที่ใจพอที่จะพูดออกมาตรง ๆ โดยไม่อ้อมค้อม และที่เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลย เป็รเพราะเขาไม่ได้คิดแบบนั้น...
.
แต่วันนี้เรารู้แล้วว่าเรา overestimate คนๆนี้มากขนาดไหน เขาแม่งไม่ควรค่ากับเวลา เกือบ ๆ 2ปีที่เราต้องมานั่งเสียสุขภาพกาย สุขภาพจิตกับเขาเลยด้วยซ้ำ เราควรจะมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ และมีเวลาไปบ้าบออย่างอื่นมากกว่าเอาเวลามาทิ้งกับคน ๆ นี้

เราดีใจมากที่วันนั้นเราตัดสินใจออกไปเจอเพื่อนคนนั้น และได้มีโอกาสทบทวนเรื่องทั้งหมด และเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง และรวมถึงเล่าให้ตัวเองฟัง เพราะหลังจากวันนั้น ในเช้าวันต่อมาเราเหมือนดีดนิ้ว เป๊าะ! ความทรงจำที่เราเคยเชื่อว่าเป็นความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นหายไปทั้งหมด ต่อให้ยังจำได้ว่ามันเคยเป็นความทรงจำที่ดี ก้จำไม่ได้แล้วว่ามีนดียังไง และดีแล้วที่เขาหายไป เราไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาแล้วล่ะ
.
อย่าว่าแต่เพื่อนเลย แค่คนรู้จักก้คิดว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ...
.
ขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย เราเคยรักเขาในฐานะเพื่อนคนนึงมาก ๆ แต่เรารู้แล้วว่าเขาไม่ควรค่ากับความหวังดีหรือความรู้สึกอะไรใด ๆ ของเราเลย ไม่ว่าในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

Welcome back mentally healthy me and good bye ultimate sad girl.

And good bye forever, you toxic motherf*cker asshole .
.
SHARE
Written in this book
me
ฉันเอง นี่ฉันเอง เป็นฉันเอง เรื่องของฉันเอง :)
Writer
gade382
𝑺𝒖𝒏-𝑩𝒍𝒆𝒔𝒔𝒆𝒅 𝑮𝒊𝒓𝒍
former Role name : Ultimate•Sad•Girl. Completely unemotional or too emotional, choose one.

Comments

purinnun
8 days ago
ช่วยมาดีดนิ้วให้เราที อยากให้มันหายแบบนั้นบ้าง แต่เข้าใจอารมณ์เวลามันหายเลยนะ แบบ บทจะหายก็หายเลย เย่เย่อีกวันเราก็เป็นอีกคน ยินดีด้วยนะ 😊
Reply
gade382
8 days ago
ใช่เลยค่ะ เราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองเลิกจม พยายามแค่ไหนก้ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่เลย แต่บทจะมีสติก้มีสติขึ้นมาซะเฉย ๆ แบบนี้ ถ้าอยู่ในสภาพเดียวกันกับที่เราเคยเป็นก้ขอให้ผ่านไปได้เร็ว ๆ ได้ยินเสียงดีดนิ้วนั้นไว ๆ นะคะ
😊
pougunnn
7 days ago
กำลังเผชิยเรื่องเเบบนี้อยู่เหมือนกันเลยย อยากดีดออกให้เก่งบ้าง แต่ตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะดีดออกไปทั้งหมดไม่ได้ แต่อย่างน้อย ก็ไม่เดินกลับไปแล้ว 
Reply
gade382
6 days ago
เข้าใจเลยค่ะ คงต้องใจเวลาตัวเองอีกซักพัก ถ้ายังดีดออก หรือตัดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนะคะ ค่อย ๆ ดึงตัวเองกลับมา ของแบบนี้มันใช้เวลามากจริง ๆ แต่แค่ไม่กลับอีกเท่านี้ก้เก่งมากแล้วค่ะ ให้เวลาตัวเองนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)
Jamroonjai
7 days ago
กรณีที่ไม่อยากดีดออก แต่สถานการณ์มันบังคับ แบบนี้ทำไงดีฮะ
Reply
gade382
6 days ago
ถ้าเป็นวิธีแบบเราคือดันทุรังในทางทีเราปฏิเสธใจตัวเองไม่ได้ถึงแม้จะเป็นทางทีเจ็บ ต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ รู้ว่าเจ็บแน่ แต่เรารู้ตัวเองว่าถ้าถึงจุดนึงเราจะไม่ทน เราจะหยุด แล้วถ้าวันนั้นมาถึง เราจะสามารถเดินออกไปได้อย่างไม่หันหลังกลับมาเสียดายอะไรอีก เพราะเราได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว ถ้าคนอื่นไม่ใยดีความพยายามของเราที่จะรักษาความสัมพันธ์ วันนั้นเราจะรักตัวเองมากพอที่จะเอาตัวเองออกมาอย่างไม่เจ็บปวดอีกค่ะ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยเท่านั้นเองค่ะ :)